GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ไร้สาระนุกรม มุมมองด้านกลับของความมีสาระ จุดเริ่มต้นของการคิด เขียน....

หลายคนรู้จัก wikipedia.org สารานุกรมออนไลน์ ที่เป็นแหล่งค้นคว้าหาสาระความรู้ของคนทั่วโลก

แต่ยังมีเวบคู่ขนาน ในแนวทางตรงกันข้าม


ไร้สาระนุกรม  http://th.uncyclopedia.info/wiki

หลายท่านเห็นชื่อเวบนี้แล้ว คงถอนใจ ส่ายหน้า ปลง แบบนี้ก็มีด้วยหรือ แล้วแบบนี้ ประเทศไทยจะเจริญได้ยังไง....

ความจริงโลกมี 2 ด้าน คนไม่ชอบความมีสาระ สมควรที่จะมีทางเลือกบ้างกับเรื่องเบาสมอง...

การคิด เขียน เรื่องที่มีสาระนั้น หลายคนคิดไม่ออก ไม่รู้จะเขียนเรื่องใด ได้แต่อ่านเท่านั้น

คิดอีกมุม

ในเมื่อเขียนเรื่องที่มีสาระ คิดไม่ออก เขียนไม่ได้
เมื่อพลิกกลับ ถ้างั้น เรื่องที่ไร้สาระ ย่อมคิดออก เขียนได้ เพราะเขียนอะไรก็ย่อมได้ ไม่ผิดอยู่แล้ว
อยากเขียนอะไรก็เขียนลงไป

การได้เขียนออกมา ย่อมได้คิด กลั่นกรองข้อความออกมา แม้สิ่งที่เขียนจะไร้สาระ ไม่มีประโยชน์ให้สาระความรู้อะไรเลย


แต่ทำให้การเขียนที่ดูยาก กลายเป็นเรื่องง่ายขึ้นมาทันที
ตอนที่คุณๆ เริ่มหัดเขียนหนังสือ คุณเขียนเรื่องที่มีสาระเลยหรือเปล่าล่ะ

เมื่อเริ่มคิด เขียน ได้ฝึกกระบวนการคิด เรียบเรียง และตัดสินใจที่จะเขียนออกมา


เมื่อเขียนเป็น ก็อยากจะเขียนในสิ่งที่คนอื่นยอมรับ
จากการเขียนที่ไร้สาระ จะเกิดการพัฒนาเป็นการเขียนที่มีสาระขึ้น
แต่หลายคน เริ่มเขียนเรื่องไร้สาระ และยังเขียนเรื่องที่ไร้สาระต่อไป ใช่ว่าจะเป็นสิ่งที่ไม่ได้ อย่างน้อยได้ฝึกถ่ายทอดจินตนาการออกมา

ได้ปลดปล่อยความเครียด ความกดดัน ผ่านทางความไร้สาระออกมาบ้าง

แต่คนที่เขียนเรื่องไร้สาระ ก็เป็นนักอ่านเรื่องราวที่มีสาระเช่นกัน เพราะมีหลายเรื่องที่หยิบประเด็นที่มีสาระ นำมาเขียนในมุมมองที่เบาสมอง สบายๆ เรียกรอยยิ้มได้เช่นกัน


ตัวอย่างบทความใน

อันไซโคลพีเดีย ไร้สาระนุกรมเสรี

มหาวิทยาลัยทำมั๊ยสาด
มารยาหญิง

กระทิงแดง

ตลกฝรั่ง (ที่คนไทยขำไม่ออก)

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 77708
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 12
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (12)

  • ผมเห็นด้วยกับทุกมุมมองของคุณบอน, ย้ำนะครับ เห็นด้วยเพราะตรึกตรองแล้ว มิใช่เห็นด้วยเพราะเป็นแฟนคลับที่ต้องยกธงและฟันธงเชียร์แบบลืมหูลืมตา 
  • การได้เขียนออกมา ย่อมได้คิด กลั่นกรองข้อความออกมา แม้สิ่งที่เขียนจะไร้สาระ ไม่มีประโยชน์ให้สาระความรู้อะไรเลย

  • แต่มันเป็นกระบวนพัฒนาทักษะการคิด การเขียนและการสื่อสารของคนนั้น ๆ และผมก็ไม่เคยหมิ่นหนังสือของบรรดาดาราทั้งหลายที่ลุกขึ้นมาเขียนประวัติตนเองขาย และขายดิบขายดี  ขายดียิ่งกว่า "นักเขียน" ในแนวร่วมสมัย...เพราะ ทุกอย่างย่อมมีคุณค่าและสาระในตัวของมันเอง

สวัสดีครับพี่พนัส

  1. อย่านะครับ อย่าฟันธงเชียร์แบบไม่ลืมหูลืมตา เพราะบันทึกที่ร่ายๆมา จะเป็นแนวให้ข้อคิด
  2. ทั้งแบบให้เิกิดความขัดแย้งในความเชื่อเดิม เพื่อกระตุ้นมันสมองบ้างครับ
  3. หนังสือดารา เป็นหนังสือร่วมสมัยครับ หลายเล่มใช้ ghost writer ให้คนอื่นเขียนให้ เสมือนว่าตัวดาราเขียนเอง แต่ก็เป็นมุมมองที่สะท้อนให้รู้จัก เขา-เธอคนนั้นมากขึ้น
  4. ในความไร้สาระ ย่อมมีสาระแอบซ่อนอยู่
ขอบคุณค่ะคุณบอน สำหรับคำแนะนำดีๆ พอดีพี่เป็นสมาชิกแต่Wikipedia ค่ะ ไม่นึกว่าจะมีอีกเว็บนึงที่ตรงกันข้ามกันเลย ในความไร้สาระก็ยังแฝงสิ่งดีๆ ข้อคิดดีๆให้กับเรา บางครั้งคนเราก็ชอบอ่านเรื่องไร้สาระค่ะ ว่าแล้วต้องตามไปดู !!!
"ความมีสาระ...จะแฝงด้วยวาระซ้อนอยู่...ระหว่างสิ่งที่ลี้ลับและความเป็นเอกภพ...การถอดใจความหรือเนื้อต่าง ๆ นำมาถ่ายทอดย่อมเกิดสาระการเรียนรู้ร่วมกัน...แต่ต้องขออนุญาตเจ้าของเนื้อหานั้นก่อน..อันดับแรกถึงได้ชื่อว่า...มีจรรยาบรรณ...การนำเสนอข้อมูลข่าวสาร..แต่สิ่งที่ เพื่อน บอน ทำนั้น ดีอยู่แล้วนะ..กระตุ้นไปเรื่อย ๆ ตอนนี้ในกลุ่มโรงเรียนต่าง ๆ ในเขตนครราชสีมาและจังหวัดใกล้เคียงก็เกิดพัฒนาการเรียนรู้แบบองค์รวมแล้ว..หรือเรียกว่า..พัฒนาการเรียนรู้ร่วมกัน...ต่อไปน่าจะพัฒนาในรูปแบบ.....รัฐ ราษฏร์ประสานใจเพื่อพัฒนาระบบการบริหารจัดการแบบองค์รวม....ร่วมกัน....โดยมีนักศึกษาลงมาศึกษาวิจัยในพื้นที่เป็นตัวเชื่อมประสาน...ลงเสนอแนวคิดนี้ดูนะ...........

ที่จริงก็ไม่เคยเข้ามาในบล๊อกนี้หรอกนะคะ แต่พอดีลิงค์มาจาก uncyclopedia อีกทีค่ะ

ดิฉันเป็นคนที่ชอบอ่านบทความใน uncyclopedia ในเวลาว่างๆน่ะค่ะ ถ้าคิดง่ายๆ มันก็เหมือนอ่านเรื่องตลกนั่นแหละค่ะ แต่บางคนก็คิดมากกับบทความในเว็บไซต์นั่นเหมือนกัน มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกค่ะ คนเราจะให้คิดเหมือนกันหมดก็เป็นไปไม่ได้ แต่อยากให้อ่านแล้วใช้วิจารณญาณตริตรอง ทุกอย่างจะเป็นประโยชน์ต่อคนอ่านค่ะ

ทางเว็บ siamzone ก็มีการโจมตีเว็บไร้สาระนุกรมนี้เหมือนกัน จากการอ่านคำติชมในกระทู้ของสยามโซน บางส่วนก็อยากให้กระทรวง ict แบนเค้า ดิฉันคิดว่า คนไทยควรจะมีอำนาจการตัดสินใจว่า บทความมันดี หรือไม่ดี อย่างไร ด้วยตัวเองนะคะ ไม่ต้องให้ใครมาปิดหูปิดตาผู้คนจากสารต่างๆ ทุกอย่างมีสองด้านเสมอ ให้ผู้คนได้รู้จักส่วนที่ตนไม่เคยสัมผัส หรือคิดว่าจะมี เราจะรู้จักใช้วิจารณญาณอย่างแท้จริงค่ะ

ดิฉันคิดว่าคนไทยถูกปิดกั้นมามากแล้วค่ะ เราถูกสอนให้เชื่อมากกว่าสอนให้คิด อะไรที่ว่าไม่ดีก็เก็บซ่อนไว้ ไม่ให้ผู้คนรู้เห็น แล้วก็บอกว่ามันไม่ดี ไม่สมควรรู้ แล้วคนจะรู้ไหมคะว่ามันไม่ดีอย่างไร คนจึงขาดการสร้างความคิดและการหาเหตุผลค่ะ

อ่านกันเถอะค่ะ uncyclopedia รู้ทั้งรู้ว่าไม่มีสาระก็อ่าน เพราะที่จริงมันคือสารานุกรมสะท้อนความสนใจและความคิดเห็นของเด็กๆและวัยรุ่นในปัจจุบันค่ะ

 

ไร้สาระนุกรมเป็นเว็บในเครือวิกิพิเดียคับ

ผมลิงค์มาจากเว็บ uncyclopedia เหมือนกันครับ

คุณคิดว่าสิ่งที่ไร้สาระนั้นเขียนง่ายอย่างนั้นหรือ?

สำหรับผม คำตอบคือ ไม่ง่ายเลย!

การเขียนให้มีสาระ เขียนไปตามกรอบ ตามวาทกรรมต่างๆ ที่มนุษย์ผู้มีปัญญาท่านอื่นสร้างขึ้นยังง่ายกว่าเสียด้วยซ้ำ

การยกเมฆขึ้นมาพูด แล้วทำให้มีคนอ่าน คนติดตาม นั่นแหละคือสิ่งที่ดึงดูดใจและทำได้ยากยิ่ง

เหมือนการเล่นมายากล รู้ทั้งรู้ว่าหลอกกัน(มายา)โดยใช้เล่ห์เพทุบาย(กล) แต่เราก็ยังชอบดูมายากลอยู่มิใช่หรือ

ผมว่า ผมเหนื่อยกับการเชื่อในความจริงที่ถูกสร้างขึ้น ไม่มีอะไรจริงจนกระทั่งเมื่อคนส่วนใหญ่บอกว่าจริง ผมว่าโลกนี้เป็นมายาคติเท่านั้น มนุษย์เราไหล/ล่องลอยไปกับกระแสแห่งมวลชน ผู้ที่ผิดไปจากบรรทัดฐานของสังคม คือผู้ที่เบี่ยงเบนเท่านั้น...... จริงหรือ?

สำหรับ คำว่า ไร้สาระ จนถึง เวบ ไร้สาระนุกรม เป็นสิ่งที่ถูกใ้ห้นิยามไว้เช่นนั้น ซึ่งมันสะท้อนความคิดอีกด้านหนึ่งเท่านั้น เรื่องที่ไร้สาระหลายเรื่อง กลับทำให้เราได้ข้อคิดหลายอย่างที่ซุกซ่อนอยู่ หลายคนค้นหาสาระจากความไม่มีสาระได้ อย่างที่คุณ มมส. ป.ตรี ปีสามว่าไว้

 

 

สวัสดีครับ คุณ ก็ไม่ฉลาดนี่!..

   ข้อเขียนทุกอย่าง ล้วนกลั่นกรองออกมาจากมันสมองทั้งสิ้น ไม่ว่า เรื่องนั้นจะไร้สาระหรือมีสาระ แต่ถ้าเรื่องนั้น มีคนอ่าน ย่อมประเทืองปัญญาอยู่เสมอ

น่าคิดว่า จากผลสำรวจที่พบค่าเฉลี่ย  คนไทยส่วนใหญ่อ่านหนังสือปีละไม่กี่บรรทัด บางที เรื่องที่มีให้อ่าน มันไม่น่าอ่าน เหมือนข่าวสารที่ได้ยินได้ฟัง ทั้งข่าวสารการเมือง ข่าวบันเทิง มันไม่น่าที่จะต้องหยิบมาอ่านเสียเลย แต่ถ้าเรื่องราวไร้สาระดึงดูดให้คนเปิดอ่าน หยิบมาอ่านได้ เรื่องที่มีคนบอกว่า มีสาระ แล้วไม่มีคนสนใจอ่าน คงต้องมองดูตัวเองแล้วล่ะ

มีหลายอย่างในสังคม ถุกปรุงแต่งขึ้นมา ไม่ต่างกับอาหารที่ขายและเห็นในโฆษณาต่างๆ จนรู้สึกว่า ข้อมูลข่าวสาร ไม่ต่างจากอาหารที่เรากินกันอยู่  หลายคนมักจะบอกว่า เราบริโภคข้อมูลข่าวสารกันมาก ก้เลยปรุงแต่งเพื่อให้ทุกคนบริโภคข้อมูลที่ต้องการ  แต่มองอีกด้าน  เราอยู่ในกระแสข้อมูลที่ถูกปรุงแต่ง และเบี่ยงเบนอย่างที่คุณ ก็ไม่ฉลาดนี่! ว่ามานั่นเอง

ผมเป็นผู้ใช้วิกิพีเดียและไร้สาระนุกรมครับ ผมอยากจะบอกเลยนะครับว่า ไร้สาระนุกรมไม่ใช่เว็บในเครือวิกิ ไร้สาระนุกรมผมอยากแนะนำคนบางคนนะครับ เขาชื่อไอ้ขี้แมว(ตามที่ผมตั้ง)

ไดโนเสาร์ เต่าล้านปี น่า