ดิฉันเป็นตัวแทนท่านอธิบดีในการประชุมคณะกรรมการประกอบโรคศิลปะ (ชื่ออาจจะต่างไปค่ะ )ที่มีการประชุมทุกเดือน เดือนนี้มีการยกร่างระเบียบในการควบคุมการให้บริการทางด้าน stemm cell ที่หน่วยงานธุรกิจไปให้บริการเก็บเลือดจากรกค่ะ ก่อนเข้าประชุมดิฉันไม่ค่อยอ่านหนังสือและมีความรู้ในเรื่องนี้ทำให้ไม่ทันสมัย ดิฉันแอบกระซิบถามหมอที่มาจากกรมการแพทย์ว่ามีการให้บริการแล้วหรือคะ ท่านตอบว่ามีแล้วและกำลังเป็นปัญหาและจะเป็นแฟชั่นของคนมีเงิน ดิฉันฟังและต้องรีบกลับมาหาความรู้เพื่อเสนอแนวคิดและนำไปทำมาตรฐานที่ทำยาก ประเทศไทยขาดประสบการณ์ในการหามาตรฐานจะใช้ว่าจะใช้ของประเทศอะไรดี โลกของเราขณะนี้มีการติดต่อกันง่าย งานธุรกิจบริการในประเทศอื่นๆจะมีหลากหลายและเป็นธุรกิจ จริงๆ ไม่ใช่เศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คนมีเงินอยากได้ทุกอย่างที่จะทำให้ชีวิตลูกหลานยืนยาวทำให้ธุรกิจนี้เจริญไปได้ ดิฉันว่าพวกเราต้องมาเรียนรู้ความรู้ใหม่ๆช่น คอมพิวเตอร์ที่เราไม่อยากหัดแต่ถ้าไม่หัดก็ทำงานไม่ได้และ ต้องกลับบ้านมาเลี้ยงหลาน และมาเฝ้า stemm cell ของหลานเผื่ออหลานจะใช้ในช่วงอายุ60ซึ่งขณะนั้นเราคงไม่อยู่แล้วค่ะ คิดในใจว่าตอนนั้นบริษัทที่เก็บstem cell จะอยู่หรือเปล่า คนมีเงินช่างมีเรื่องให้พวกเรามีงานมากขึ้นนะคะ?
Stemcell และการควบคุม
Stemcell และการควบคุม
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
พ.ญ. อัจฉรา เชาวะวณิช · 10 ก.พ. 2550
พ.ญ. อัจฉรา เชาวะวณิช · 10 ก.พ. 2550
พ.ญ. อัจฉรา เชาวะวณิช · 10 ก.พ. 2550
พ.ญ. อัจฉรา เชาวะวณิช · 10 ก.พ. 2550
นายประเสริฐ · 10 ก.พ. 2550
อาจารย์เศรษฐ์ · 10 ก.พ. 2550
ผมคิดว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของเทคโนโลยี เทคโนโลยีมีความสำคัญและสัมพันธ์กับการค้าหรือธุรกิจมากกว่าที่จะมีความสัมพันธ์กับความรู้บริสุทธิ์ ความรู้บริสุทธิ์ที่จะพึงได้จากเทคโนโลยี เป็นเพียงผลพลอยได้เท่านั้น จึงหลีกหนีไม่พ้นเลยครับที่จะเป็นธุรกิจ
ความรู้บริสุทธิ์กับธุรกิจจึงต้องพึ่งพิงกัน จึงจะไปได้เร็ว มิฉะนั้นแล้ว จะเชื่องช้ากันทั้งสองฝ่าย
ขอบคุณอาจารย์ที่มาเยี่ยมและให้ความคิดที่ต่างออกไปค่ะ