ตั้งแต่เย็นวันนี้ มหาชีวาลัยอีสานเป็นเจ้าภาพรับรองให้นักศึกษา 3มหาวิทยาลัยได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน 3 สถาบันที่ว่านี้ได้แก่  

·        มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

·        มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

·        มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร  

  

ทั้งหมดเป็นนักศึกษาระดับปริญญาโทและเอก มีคณาจากร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างสนุก เปิดประเด็นด้วยผมฉาย Power point เล่าเรื่องมุมที่มองการเปลี่ยนแปลงของสังคมและการเมือง ยกตัวอย่างว่า ประเทศเยอรมัน และประเทศญี่ปุ่น เขาฉวยโอกาสตอนที่แพ้สงครามโลก ซึ่งตอนนั้นกลไกการบริหารประเทศย่อยยับไปกับสงครามด้วย ต้องสังคายนาฟื้นฟูกันใหม่ นักออกแบบบริหารประเทศจึงวางรากฐานการเมืองการปกครองได้สะดวก เพราะเปรียบเสมือนล้างบางโล๊ะของเก่าทิ้งทั้งหมด แล้วนักการเมืองมานั่งเลือกหยิบเอาเฉพาะมาตราที่ดีและเหมาะสมมาวางเป็นระบบบริหารประเทศ    

ถ้าบ้านเมืองอยู่ในสภาพปกติจะแก้ไขปัญหานี้ได้ยุ่งยามมาก กว่าจะนำเข้าการพิจารณาของคณะกรรมการ แต่ละคณะได้ก็หมดเวลาหรือไม่ก็ยุบสภา ได้รัฐบาลใหม่มาก็หยิบยกเรื่องเก่าที่ค้างคราวที่แล้วมาพิจารณา กว่าจะผ่านขั้นตอนต่างๆได้ก็มีปัญหาซ้ำอีหรอบเดิม กฎหมายที่แก้ไขไม่ได้ก็วนเวียนเทียนกันอยู่อย่างนี้ นี่คือข้อกำจัดที่เป็นตราบาปให้คนไทยรับเคราะห์กรรมเรื่อยมา  

มีช่วงหนึ่งที่น่าจะฉวยวิกฤติเป็นโอกาส ตอนช่วงฟองสบู่แตก สามารถตั้งรัฐบาลเสียงข้างมากพรรคเดียวได้สำเร็จ น่าจะทำให้การแก้ไขกฎหมายผ่านไปได้ด้วยความรวดเร็ว ซึ่งก็มีกรณีตัวอย่างให้ดีใจ เช่นกรณีของยายไฮที่โดนรัฐบุกรุกที่ทำกิน นายกสั่งการช่วยเหลือให้ยายไฮได้ที่ทำกินคืน    ทั้งๆที่ต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิ์มานับสิบๆปี ก็มาสำเร็จเอาตอนสมัยรัฐบาลเสียงข้างมากนี่เอง             

นอกจากนี้เจ้าสำนักมหาชีวาลัยอีสาน ได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า ขณะนี้โจทย์ประเทศ โจทย์สังคมมันเปลี่ยนไป การมองทิศทางของปัญหาก็จะต้องพิจารณาเรื่องของความเปลี่ยนแปลงเป็นสำคัญ ไม่อย่างนั้นก็จะเหมือนหมาไปหลงอยู่บนทางด่วน               

เมื่อฟังบรรยายสรุปเสร็จสิ้นแล้ว  มีการปรับรูปขบวนเก้าอี้เป็นวงกลม ทุกคนหันหน้าเข้าหากัน นักศึกษาช่วยกันออกความเห็นกันไฟแลบ แต่ที่แปลกอย่างที่สุดก็คือ นักศึกษาที่โคจรมาเจอกันครั้งนี้ ต่างเป็นรุ่นที่ 1 ในสาขาที่ตั้งขึ้นใหม่ของทุกมหาวิทยาลัย เนื่องจากเป็นสาขาวิชาที่ใกล้เคียงกัน การสนทนาเพิ่งจบลงเมื่อตะกี้นี่เอง ก่อนแยกย้ายกันไปนอน นัดกันว่าพรุ่งนี้จะมาช่วยกันค้นหาคำตอบร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง           

เจ้าสำนักให้แง่คิดว่า ..

นอนไหนก็นอนได้ อย่านอนใกล้คนหลายใจก็แล้วกัน