GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ใบความรู้

PAR เป็นคำย่อของ Participation Action Research หมายถึงการวิจัยปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ที่เน้นการลงมือปฎิบัติการค้นหาปัญหาการจัดการศึกษาด้วยการศึกษาข้อมูล สารสนเทศ..

เพื่อนชาว KM ที่คิดถึง

                    ในช่วงนี้กระผมเองได้รับแรงบันดาลใจจากหลายอย่างในการที่จะดำเนินการ ให้ KM เกิดมรรคเกิดผล โดยในเบื้องแรกนี้จักจะเสนอ องค์ความรู้ ที่ได้มาจาก   ความคิด ความอ่านของตนเอง[Tacit Knowladges] และที่ได้รับมาจากแหล่งความรู้นอกตัวเอง [Explicit Knowladges] แล้วประยุกต์องค์ความรู้นั้นขึ้นมาใหม่ ที่เรียกว่า นวัตกรรม ซึ่งเป็น นวัตกรรม ที่กำลังเป็นที่ต้องการในแวดวงการปฏิรูปการศึกษาของประเทศเราในขณะนี้

                   ด้วยความตั้งใจแล้ว ตนเองจะพยายามนำเสนอในองค์ความรู้ในแต่ละเรื่องเป็นชุด แต่ละชุดจะประกอบด้วยเนื้อหารสาระเป็นตอนๆ ในรูปของ ใบความรู้ KM    โดยเสนอในรูปของ คำสำคัญ [Keyword] พร้อมกำกับด้วยคำอธิบาย ขยายความบ้างเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจให้ตรงกันเสียก่อน จากนั้นหากมีโอกาสเหมาะๆก็จึงจะนำเสนอรายละเอียด เจาะลึกลงไปเพื่อท่านผู้ใส่ใจจักได้นำไปเป็นฐานในการศึกษา ต่อยอด ให้ องค์ความรู้ ดังกล่าวนี้ เกิดประโยชน์ ได้ต่อไปตามครรลองของ KM

                         โปรดใช้เวลาอันมีค่าของท่านสักสอง สามนาทีอ่านผ่านดูเถอะครับ ท่านอาจจะปิ๊งในจุดเล็กๆ จุดใดจุดหนึ่งก็เป็นได้ นะครับคุณ - พิสุทธิ์ บุญเจริญ 22 พย.48

**********

ใบความรู้ km 1

สาระที่ตั้งใจจะนำมาปูพื้นฐานในวันนี้คือ   PAR ครับ

นวัตกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตนักเรียน

PAR 

PAR  ความหมาย เป็นคำย่อของ PARTICIPATION ACTION RESEARCH หมายถึงการวิจัยปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม ที่เน้นการลงมือปฏิบัติการ ค้นหาปัญหาการจัดการศึกษาด้วยการศึกษา ข้อมูล สารสนเทศแล้ววิเคราะห์ เปรียบเทียบกับเกณฑ์หรือเป้าหมายแล้วเสาะแสวงหาแนวทางแก้ไขเพื่อพัฒนาการศึกษาให้ได้คุณภาพมาตรฐานตามกำหนด โดยเน้นให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้เข้าร่วมปฏิบัติการด้วย ซึ่งมีส่วนประกอบสำคัญดังแสดงเป็นแผนผังได้ ดังนี้

                                   SPAR

                                                APAR       PAR    CPAR

                                         OPAR                                                                                                                   

เน้นที่ 1.ระบุปัญหาด้วยสูตร P=C-F

                2.นำเสนอข้อมูลด้วย MODEL หลัก

 

ในการศึกษาครั้งนี้ได้กำหนดรูปแบบในการศึกษาการวิเคราะห์ปัญหาตามความหมายดังนี้                    

[PROBLEM] หมายถึง ส่วนต่างระหว่าง [CRITERIA MEAN, NORM หรือ SATISFACTION LEVEL] ที่กำหนดไว้เป็นบรรทัดฐานกับ [FACT]ที่ปรากฏ

ดังกำหนดเป็นสูตรขึ้นไว้ดังนี้

P = C-F

[P คือ PROBLEM (ปัญหา)

C คือ CRITERIA (เกณฑ์)

F คือ FACT (สภาพจริง)]

นั่นคือ ถ้าความแตกต่างมีมากก็แสดงว่าสิ่งนั้นมีปัญหามาก แต่หากค่าความแตกต่างมีน้อยก็ย่อมแสดงว่าสิ่งนั้นๆย่อมมีปัญหาน้อย.

 

*******************

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): uncategorized
หมายเลขบันทึก: 7729
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)