จากเกม blog tag ที่กำลังระบาดหนักเมื่อวานนี้

โดยได้เริ่มจาก อ.จันทวรรณ ในบันทึก ชวนเล่น Blog tag วิธิีละลายพฤติกรรมกระชับความสัมพันธ์ผ่าน blog  ชั่วข้ามคืน เกมนี้ก็แพร่สะพัดดุจไฟลามทุ่ง

แล้ว k-jira ก็มีหรือจะเหลือ   เหอๆๆ  ^__^

โดนมาเหมือนกันค่ะ จาก อจ.หมอปารมี    น้อง IS  แล้วก็ น้อง สุธรา  (โห.. มา 3 คนเนี่ย ต้องเผย 15 ข้อมั้ยคะ 555)

ขอบคุณนะคะ  ที่ tag มาหา และก็ขอโทษที่มารับ tag ช้าไป(เกือบ 24 ชม. แน่ะ )   เหตุเพราะเมื่อคืนดึกมาก แล้วนึกไม่ออกด้วยว่าจะเลือกความลับอะไรมาเผยดี เพราะว่าส่วนที่เผยได้ ก็เขียนไว้ใน How come to be k-jira ? หมดแล้ว

 

 

 

 2007情人节壁纸 - 爱意浓浓 1 - [wallcoo.com]_valentine_0Vol_128_FG031.jpg2007情人节壁纸 - 爱意浓浓 6 - [wallcoo.com]_valentine_0Vol_128_FG099.jpg

แต่ก็เอาเต๊อะ... มันก็ยังมีส่วนที่เก็บไว้อีกสิน่า  ส่วนนี้จะรู้กันเฉพาะในเพื่อนสนิท หรือพี่น้องเท่านั้นแหล่ะ

1.    บ้าพระเอกหนังจีนมาก

เริ่มมีอาการตั้งแต่อยู่ประถมเลย พอโตขึ้นหน่อย นั่งรถตุ๊กไปโรงเรียน จะมีอยู่คันหนึ่ง ติดรูปฮุ้นปวยเอี้ยง พระเอกเรื่องกระบี่ไร้เทียมทาน โพสต์ท่ารำกระบี่  โอ้ย..ภาพนั้นหล่อมากหัวใจแทบละลาย ประมาณว่าทุกเช้า ต้องรอคันนั้น เพื่อจะได้นั่งรถไป ดูภาพพระเอกไป ฮ่าฮ่า แล้วตอนนั้นจะมีขนมช็อคโกเลตตราเซี่ยงไฮ้ ซึ่งจะแถมสติกเกอร์ดาราจีน ก็จะกินแต่ขนมนี้เพื่อสะสมสติ๊กเกอร์ค่ะ

แม้แต่เรียนจบทำงานเป็นพยาบาล ก็ยังชอบพระเอกหนังจีน ชอบฟังเพลงจีน เนื่องจากทำงานมีเงินเป็นของตัวเอง จึงสามารถทำอะไรได้ตามใจชอบขึ้น  จะซื้อหนังสืออัลบั้มดารา มาตัดภาพดาราคนโปรดใส่อัลบั้มกาว  คนอื่นเขาซื้ออัลบั้มกาวใส่รูปถ่าย แต่ตัวข้าพเจ้า k-jira เอามาใส่รูปดาราคนโปรดเจ้าค่ะ  ฝาห้องจะแปะฟิวเจอร์บอร์ด ติดรูปดาราเพียบ  แม้แต่ในกระเป๋าสะตังส์ ก็จะใส่รูปพระเอกคนโปรดเอาไว้

หนุ่มๆทำท่าจะมาจีบ พอเห็นรูปที่ติดในกระเป๋าถามว่า  "หน้าหล่อ..เนี่ยใคร"   ก็ตอบไปอย่างไม่อายปากว่า  " แฟน"  ชะรอยคงรู้ว่าหล่อเทียบสู้ไม่ได้ ต่างคนเลยล่าถอยไป สุดท้าย k-jira เลยขายไม่ออกมาจนถึงทุกวันนี้  555555

    
             (อดีต) 3 พระเอกหนังจีนในดวงใจ  หลีหมิง กู่เทียนเล่อ  จินเฉิงอู่ (ทาเคชิ)

 

สำหรับชื่อพระเอกคนโปรดมาเป็นรุ่นค่ะ   รุ่นแรกคือ หลีหมิง   ซัก 2-3 ปีต่อมา หัวใจอีกห้องก็เริ่มเปิดรับ  กู่เทียนหล่อ (ชอบสุดคือบทเอี้ยก้วย ในเรื่องมังกรหยก)   ต่อมากู่เทียนเล่อ เริ่มไปนิยมผิวแทน  มาลุคใหม่ตัวดำหัวเกรียน ความนิยมจาก k-jira จึงเริ่มถดถอย  โอนเอนไปชอบ จินเฉิงอู่ (ทาเคชิ คาเนชิโร่)  ถ้าใครเคยดูเรื่อง ผู้หญิงเลี้ยวซ้าย ผู้ชายเลี้ยวขวา  หรือเรื่อง จอมใจบ้านมีดบิน เขาก็คือพระเอกของเรื่องนั้นเอง   มาช่วง 1-2 ปีให้หลังนี้ ก็เริ่มเปิดใจรับหนุ่มแดนกิมจิ   หนุ่มคนนั้นคือ ควอน ซัง วู   (พระเอกเรื่อง ฝากรักไว้ ที่ปลายฟ้า) ค่ะ


2. รักหมา (ที่ชื่อชูจัง) เหมือนลูก

แรกๆก็ไม่เท่าไหร่หรอกนะคะ  พยายามประคบประหงม เพราะว่าเสียดายตังส์ที่ซื้อมาแพง   แต่เลี้ยงไปเลี้ยงมา มันฉลาดแถมขี้อ้อน เลยรักปักใจเลย  ดูแลกันมาเกือบ 11 ปี  นอนกอดกันทุกคืน  ตอนปีแรกๆ ที่เลี้ยงมันไว้   เพื่อมันแล้ว  k-jira  ต้องซื้อที่นอนปิคนิค ย้ายตัวเองจากเตียงลงมานอนที่พื้นเป็นปี  เนื่องจากเค้าตัวเล็ก กระโดดขึ้นลงเตียงไม่ได้ ห่วงกลัวเขาจะขาหัก  เลยปูที่นอนปิคนิก นอนกับพื้นกับหมาซะเลย


( เปรียบรูปหมา กับ k-jira ตอนเด็กๆให้ดูค่ะ
เพราะมีคนบอกว่า แววตาคล้ายกันมาก  หุหุ หน้าตาก็คล้ายกัน แหะๆ)

ตอนนี้ชูจังเค้าแก่ตัวลง ระบบการย่อยไม่ค่อยดี ก็ใช้การ palliative care  ทุกวันต้องคอยป้อนนมเอนชัวร์ให้เค้ากับไซริ้งค์ (เพราะไม่ยอมกินข้าว) กับใส่แพมเพิร์สเบอร์เอสให้  ตื่นนอนเช้าล้างก้นให้ลูก (หมา) เปลี่ยนแพมเพิร์สป้อนนม แล้วตัวเองค่อยอาบน้ำไปทำงาน  ทิ้งไปไหนนานก็ไม่ได้ เป็นห่วงเค้า  เมื่อเดือนที่แล้ว k-jira ไม่สบาย ปวดหลังมาก แต่ยืนกรานไม่ยอม admit  ขอมานอนพักที่ห้อง  (แต่ไม่กล้าบอกใครว่าห่วงหมา)   โธ่.. ขืนนายเข้าโรงพยาบาลสิ  ชูจังมีหวังตรอมใจตายแน่


 

3.  ชอบซื้อหนังสือ

เห็นเล่มไหนถูกใจไม่ได้ จะซื้อไว้หมด   เวลาซื้อเสื้อผ้า เครื่องสำอางค์ จะเสียดายมาก นานๆจะซื้อสักที  โดยจะซื้อเวลาของใช้หมด หรือว่าไม่มีเสื้อจะใส่แล้วจริงๆ  แต่สำหรับหนังสือนั้น เท่าไหร่เท่ากัน ไม่เคยนึกเสียดายเงินเลย  ตอนนี้หนังสือจะล้นห้องอยู่แล้ว  ซื้อมาทั้งที่ไม่ค่อยมีเวลาอ่าน สารภาพว่า  อ่านยังไม่ถึง 10% ของหนังสือที่ซื้อมั้ง -_-'

 


4. แพ้ทุเรียน

ไม่ได้กินทุเรียนมา 20 กว่าปีแล้วมั้ง  จำได้ว่าสมัยเด็กๆกินได้นะ  ไม่เห็นมีอาการอะไรเลย  แต่ต่อมา กินทุเรียนแล้วจะปวดศีรษะมาก  หลังๆกินไม่ได้เลย  แม้แต่ทุเรียนกวน   แต่ว่าใจยังชอบนะ  บางทีอดทนใจไม่ไหว  กินข้าวเหนียวทุเรียน แบบเอาแต่กลิ่น ไม่ใส่เนื้อทุเรียนในน้ำที่ราดข้าวเหนียว แต่กินเสร็จก็จะปวดหัว  ต้องวาง ice bag ไม่ก็กินยาแก้ปวดทุกทีเลย 

 


5.  มีอ่อนแรงซีกซ้ายค่ะ

จำได้ว่าตอนแรกๆจะเข่าอ่อนทรุดบ่อย มารู้ว่ามีอ่อนแรงก็ตอนที่เป็นเยอะ พอจับมอเตอร์ไซต์แล้วล้มทั้งยืนเลย  หาสาเหตุไม่เจอเหมือนกัน  เคยทั้ง CT และก็ MRI  รวมทั้ง EMG  แต่ยังหาสาเหตุไม่เจอ  ในเวลาปกติจะดูไม่ออกหรอกนะคะ   ยกเว้น test motor power แล้วจะพบว่าขากับแขนซ้าย จะอ่อนกว่าซีกขวาเล็กน้อย  ประมาณ gr 4+   ยกเว้นถ้าเป็นหวัด หรือไม่สบาย ก็อาจจะอ่อนลงเป็น gr 4-    แต่คงเพราะร่างกายเริ่มปรับสภาพได้  เนื่องจากเป็นมา 10 กว่าปีแล้ว ช่วงหลังจึงไม่ค่อยหกล้มแล้ว  เมื่อก่อนมีเครียดบ้างจากอาการที่เป็น แต่ตอนนี้เริ่มชินแล้ว   ไม่ค่อยตกใจอีก  บางทีคนตกใจคือหมอที่ตรวจเจอ  ต้องบอกหมอว่า ไม่เป็นไรค่ะ  มันเป็นมานานแล้ว...ยังงี้แหล่ะ

แต่ก็มีบางช่วงเหมือนกัน ที่อยู่ๆแรงมันจะวูบตกไปเป็นพักๆ (อันนี้ไม่เกี่ยวกับซีกซ้าย) อย่างเช่นปากกาหลุดมือบ่อย   ดังนั้นต้องระมัดระวังตัวมาก เวลาที่ถือของ  ไม่กล้าถือพวกเครื่องมือหนักๆแพงๆด้วยมือเดียว  ต้องใช้สองมือประคอง กลัวจะทำของเขาเสียหายน่ะค่ะ  แหะๆ  เหตุการณ์ที่ประทับใจสุดๆ  จากการที่แรงมันตก แล้วไม่ทันระวัง  คือ ถือขวดเบต้าดีนอยู่ แล้วทำเบต้าดีน หกรดชุดพยาบาลทั้งตัวเลย  อายคนมากๆ 

กับอีกครั้งหนึ่ง  คือถือไซริ้งค์กับเข็มเบอร์ 18 จะเตรียมยา แล้วทำไซริ้งค์หลุดมือ  จนเข็มเบอร์เสียบทะลุเอาง่ามนิ้ว ระหว่างนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ของมือซ้าย โอย.. ตอนนั้นหวาดเสียวมาก  อารามตกใจ  ดึงเข็มออกจากง่ามนิ้วตัวเองค่ะ   ใครรู้จักเข็มเบอร์ 18 นะ ว่ามันใหญ่แค่ไหน  คิดดูว่ามันเสียบทะลุเนี่ย  น่าหวาดเสียวแค่ไหน   นึกถึงทีไร ยัง ซี๊ดไม่หายเลย หุหุ

 

 

2007情人节壁纸 - 爱意浓浓 15 - [wallcoo.com]_valentine_GQ022_350A.jpg 2007情人节壁纸 - 爱意浓浓 29 - [wallcoo.com]_valentine_Vol_128_FG137.jpg


โอ้..โห...พิมพ์เสร็จ กลับมาทวนอ่านดู....เหอๆๆๆ ฟามลับของ k-jira ยาวขนาดนี้เชียวเหรอ   งั้นไม่พูดพล่ามทำเพลงล่ะค่ะ  ขอ tag ต่อละกัน

1. ดร. บัญชา ธนบุญสมบัติ  

2. คุณ สุทิน

3. คุณ ครูตุ๊กแก  

4. คุณ วิภู ชัยฤทธิ์

5. คุณ nidnoi  

^_____________^