โทษทีนะ ไม่ได้ตั้งใจจะโอ้อวดตนเองหรอก ฉันเป็นข้าราชการมีตำหน่งทางวิชาการเป็นชำนาญการระดับ 8 จบการศึกษาระดับปริญญาโท นับเป็นผู้มีวิชาชีพ ในการทำงานของฉันเน้นทางด้านบริการ ซึ่งฉันเต็มอกเต็มใจอย่างยิ่งในกา่รให้บริการ และประวัติการทำงานเกือบ 15 ปีนี้ยังไม่พบข้อร้องเรียนจากการให้บริการเลย แต่นับวันพลังของฉันเริ่มหดหายไป เพราะว่าห่วยงานของฉันต้องเปิดบริการล่วงเวลาถึง 22.30 น. เสาร์ ถึง 20.30 น.และอาทิตย์ถึงเวลา 17.00 น.เค้าว่ากันงาน งานคือเงิน เงินคืองาน บันดาลสุข เห็นจะจริง ฉันได้รับมอบหมายให้มาทำงานล่วงเวลา ในอัตราค่าตอบแทรชั่วโมงละ 30 บาท หากปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่เวลา 16.30 น.-20.00 น. ได้ค่าตอบแทน 100 บาท เดิมฉันไม่เคยคิดมาก แต่ก่อนที่กระทรวงการคลังจะปรับระเบียบการเงินใหม่นั้น อัตราค่าตอบแทนของพนักงานเท่ากับอัตราค่าจ้างของนักศึกษาที่รับทำงานพิเศษเลย สิ่งนั้นบั่นทอนความรู้สึกมีคุณค่าในวิชาชีพ เราเรียนถึงระดับปริญญาตรี ปริญญาโท ได้ค่าตอบแทนเท่ากับนักศึกษาซึ่งยังไม่มีวิชาชีพ...จนกบฏเกิดขึ้นภายในจิตใจ...ทำไมไม่ Outsource นักศึกษาเหล่านั้นให้มาทำ OT หล่ะ ก็ไม่ไดอีก...ประเด็นนี้ผู้บริหารองค์กรก็คงเข้าใจแต่ก็ไม่สามารถแก้ไขได้...และพอดีระเบียบการเงินใหม่ได้ประกาศให้ใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 2550 โดยให้ค่าตอบแทนนอกเวลาราชการ ชม. ละ 50 บาท ไม่เกิน 4 ชม./วัน และวันเสาร์-อาทิตย์ ค่าตอบแทน ชม.ละ 60 บาท ไม่เกิน 7 ชม.

อย่างนี้ค่อยดีหน่อย อย่างน้อยก็สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ที่ก๋วยเตี๋ยวชามละ 25-30 บาท และขนมจีนจานละ 15-20 บาทแล้ว ประเด็นที่สำคัญอีกอย่างหนึึ่งคือ ขวัญและกำลังใจ อย่างน้อยก็ช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานมีกำลังใจในการที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย โดยไม่มีสิทธิปฏิเสธ....คิดอย่างนี้ยังจะว่าตัวเองไม่น่าเงินอีกหรือ