ความแตกต่างไม่ใช่กำแพงในการมีเพื่อนต่างชาติ!!

 

ถ้าใครได้อ่านเรื่องเล่าบทแรก คงคิดตรงกันว่าจะได้อ่านเรื่องเล่าเกี่ยวกับเอดินเบอร์กเป็นเรื่องถัดไป จริง ๆ ก็ควรเป็นเช่นนั้น แต่เอดินเบอร์กเป็นเมืองที่น่าสนใจและมีเรื่องให้เล่ามากมาย จึงขอเก็บไว้เล่าเป็น บันทึกเฉพาะจากเอดินเบอร์กก็แล้วกันนะคะ

 

การเริ่มต้นชีวิตนักเรียนนอก ถ้าเริ่มต้นนาทีแรก วันแรกจริง ๆ คงเป็นการพบกับนักเรียนไทยที่เรียนอยู่เอดินเบอร์ก แม้เคยได้ยินมาว่าตอนอยู่เมืองนอกให้ระวังคนไทยด้วยกันเอง แต่สิ่งที่เราพบมากลับตรงกันข้าม นักเรียนไทยที่นั่นน่ารักมาก ให้การต้อนรับและช่วยเหลือนักเรียนไทยด้วยกันอย่างดี ขอบคุณเพื่อน ๆ พี่ ๆ นักเรียนไทยที่เอดินเบอร์กทุก ๆ คนค่ะ

 

นอกจากเพื่อน ๆ คนไทยแล้ว สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาคือการมีเพื่อนชาวต่างชาติ ครั้งแรกที่ได้เจอเพื่อน ๆ ในคณะเดียวกันคือวันปฐมนิเทศ เป็นวันที่ทางคณะจัดให้มีการพบปะพูดคุย แนะนำมหาวิทยาลัย คณะ วิชาเรียน นักเรียนที่นี่มีทั้งฝรั่งและเอเชีย และเราเป็นบังเอิญเป็นคนไทยเพียงคนเดียว เราจึงแทบจะไม่ได้คุยกับใครเป็นพิเศษ อาจจะมีทักทายบ้างคำสองคำตามมารยาทเท่านั้น และแล้วเวลาพักเที่ยงก็มาถึง ที่นั่นมีอาหารเที่ยงไว้ให้แต่ไม่ใช่ข้าวเป็นจาน ๆ มีที่นั่งทานเหมือนบ้านเรานะคะ มีเพียงแค่แซนวิช 3-4ถาด น้ำชากาแฟและผลไม้เล็กน้อยเท่านั้นสำหรับอาหารเที่ยง ทุกคนเดินเข้าแถวไปหยิบแซนวิชคนละนิดหน่อยพร้อมน้ำแก้วนึง แล้วมายืนหาที่ทานตามอัธยาศัย

 

วันนั้นคงไม่มีอะไรน่าสนใจเป็นพิเศษ ถ้าเราไม่ได้เห็นการแบ่งแยกกลุ่มอย่างชัดเจนระหว่างชาวตะวันตกและชาวตะวันออก หรือเรียกง่าย ๆ ก็คือกลุ่มคนฝรั่งกับกลุ่มคนเอเชีย น่าสนใจตรงที่ทำไมฝรั่งจึงยืนคุยเฉพาะฝรั่งด้วยกัน เอเชียก็ยืนคุยกับเอเชียด้วยกัน ไม่ใช่แค่เป็นสองกลุ่มเล็ก ๆ เท่านั้น แต่ละกลุ่มยังแยกกันยืนคนละฝั่ง ครึ่งห้องเป็นของฝรั่ง อีกครึ่งห้องเป็นของเอเชีย แปลกมั้ย?ถ้าเราจะเดินไปหยิบแซนวิชที่วางอยู่บริเวณกลุ่มฝรั่ง ทุกคนจะหันมามองทางเดียวกันเหมือนเราเป็นตัวประหลาดที่เข้าไปตรงนั้น หรือถึงแม้ว่าเราจะเข้าไปคุยกับฝรั่งก็ให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากคุยกับเพื่อนเอเชียด้วยกันเอง เราเก็บความแปลกใจไว้ได้ไม่ทันไร ก็ได้รับเมลล์จากเพื่อนคนหนึ่งที่เพิ่งจะไปเรียนต่อที่อเมริกา เพื่อนส่งเมลล์เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในทำนองเดียวกัน เลยนั่งคิดหาเหตุผลว่าคงเป็นความเหมือนและความต่างทางด้านวัฒนธรรม ความรู้สึกใกล้ชิดกับคนกลุ่มเดียวกัน คล้าย ๆ กับตอนขึ้นไปเรียนกรุงเทพแล้วได้เจอคนใต้เหมือนกัน โดยเฉพาะคนสงขลา ก็จะรู้สึกคุ้นเคยมากกว่าคุยกับคนที่มาจากภาคอื่นคิดว่าหลาย ๆ คนคงเคยมีความรู้สึกนี้แบบนี้เช่นกัน

 

แต่แล้วเมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่ง เพียงแค่ไม่นานนัก  ความแตกต่างด้านเชื้อชาติก็ไม่ใช่ปัญหาในการมีเพื่อนต่างชาติอีกต่อไป หนึ่งปีเต็มที่เรียนอยู่เอดินเบอร์ก เรามีเพื่อนทั้งชาวจีน อินเดีย มาเลย์ เกาหลี อังกฤษ สก๊อต ฝรั่งเศส กรีก เยอรมัน และอีกหลายเชื้อชาติ แม้วัฒนธรรมและวิธีการคิดจะต่างกัน แต่สิ่งเหล่านี้ก็ไม่ได้ทำให้เราเป็นเพื่อนกันไม่ได้ตรงกันข้าม เรายังได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ได้ฟังเรื่องเล่าชีวิตในประเทศอื่น ๆ แล้วยังได้เล่าให้เพื่อนฟังถึงประเทศไทย สยามเมืองยิ้ม ที่ทำให้เรายิ้มทุกครั้งเมื่อได้เล่าเรื่องเมืองไทย เรายังจำหน้าเพื่อนชาวสก๊อตได้ดีเมื่อเราบอกว่า ประเทศไทยตอนหน้าร้อนอุณหภูมิอาจสูงถึง 40องศา รวมทั้งหน้าตาตกใจของเพื่อนชาวเกาหลีเหนือเมื่อเค้าได้ยินว่าเราไม่เคยเห็นหิมะมาก่อนในชีวิตนี้!!!

 

ถึงแม้ดูเหมือนจะเริ่มต้นได้ไม่ดีนัก แต่เวลา การเรียนรู้ ความคุ้นเคย และการปรับตัวเข้าหากัน ก็ทำให้เราได้มีเพื่อนต่างชาติเข้ามาในชีวิต ถึงแม้วันนี้เราจะเรียนจบจากเอดินเบอร์ก แต่ก็คิดถึงเพื่อนทุกคนเสมอ….Neil, Vincent, Sreemati, Saied, Alex, and 11 kitchen mates….you all are the best!!!