มงคลสูตร

คาถาแรกของมงคลสูตร คือ

...การไม่คบคนพาล การคบบัณฑิต และการบูชาผู้ควรบูชา สามอย่างนี้จัดเป็นมงคลอันสูงสุด...

ความหมายของคำว่าพาลและบัณฑิต ผู้สนใจดูใน พาลและบัณฑิต  ซึ่งผู้เขียนได้อธิบายไว้แล้ว จะขยายความนัยสำคัญของคาถาแรกเท่านั้น...

เมื่อแรกเกิดยังเป็นทารก คงจะไม่มีใครกำหนดได้ว่าเราเกิดมาจะต้องเป็นอยู่หรือดำเนินชีวิตอย่างไร... การเลี้ยงดู การแนะนำสั่งสอน หรือสิ่งแวดล้อมต่างหากเป็นสิ่งที่ค่อยๆ กำหนดให้เราเป็นไปแตกต่างกัน...แต่ใช่ว่าสิ่งแวดล้อมแบบเดียวกันหรือคล้ายคลึงกันจะกำหนดความเป็นไปที่เหมือนกันของคนเราได้... พี่น้องท้องเดียวกัน โดยที่สุดแม้ลูกฝาแฝดก็อาจมีความเป็นไปและอุปนิสัยแตกต่างกัน...ที่เป็นอย่างนี้เพราะเราทุกคนมี เจตจำนงเสรี ในการเลือกสรรค์สิ่งต่างๆ แวดล้อมตัวเราเองนั่นเอง...

ดังนั้น คาถาแรกในมงคลสูตรที่กำหนดให้เรา ไม่คบคนพาล และ คบบัณฑิต ไม่สามารถจะนำมาใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิดเพราะเราไร้เดียงสาเกินไป... แต่จะค่อยๆ ใช้ได้เมื่อเราเริ่มเติบโตพอที่จะรู้เดียงสาแล้วเท่านั้น...

ถามว่า เราจะรู้ได้อย่างไรว่าใครเป็นคนพาลหรือบัณฑิต เพราะคนพาลตามความเห็นของคนในสังคมหนึ่ง อาจเป็นบัณฑิตในอีกสังคมหนึ่งก็ได้...ดังนั้น จึงต้องมีมงคลข้อที่สามเข้ามาเพื่อจะช่วยแยกแยะให้เห็นคนพาลและบัณฑิต...นั่นคือ การบูชาผู้ควรบูชา

ผู้ควรบูชา คือ พ่อแม่ ครูบาอาจารย์ พระราชา (หรือผู้ปกครอง) และพระบรมศาดาคือพระพุทธเจ้า ...นั่นคือ ถ้าเราบูชาท่านเหล่านี้แล้ว ท่านเหล่านี้ก็จะช่วยแนะนำหรือแยกแยะให้เราทราบได้ว่า คนพาลและบัณฑิตแตกต่างกันอย่างไร...(การบูชามีหลายนัย นัยตามความหมายนี้ก็คือการเชื่อฟังหรือเชื่อถือคำแนะนำของท่านเหล่านี้)

จริงอยู่ พ่อแม่อาจจะทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องไม่เหมาะสมบ้าง แต่อาศัยความรักใคร่ต่อลูกโดยไม่มีข้อแอบแฝง จึงต้องพยายามแนะนำลูกในสิ่งที่ดีที่สุด ...แต่ลูกบางคนอาจเป็น อภิชาตบุตร (เหนือพ่อเหนือแม่) มีความเห็นแย้งก็ต้องพึ่งพาปรึกษา ครูบาอาจารย์ ที่จะช่วยขยายความให้ชัดเจนได้ว่า คนพาลและบัณฑิต เป็นอย่างไร...

พระราชา (หรือผู้ปกครอง) ย่อมจะนำพาประเทศชาติหรือสังคมของตนไปสู่ความเจริญมั่นคง... ดังนั้น การแนะนำพสกนิกร (ผู้อยู่ร่วม) ถือว่าเป็นหน้าที่ เพื่อเป็นการพัฒนาบุคลากรในชาติหรือสังคม ...การบูขาโดยการเชื่อถือคำแนะนำของท่านก็พอจะบ่งชี้ได้เช่นกันว่า ใครคือพาล ใครคือบัณฑิต..

โดยที่สุด พระบรมศาดา คือ พระพุทธเจ้า ทรงกำหนดไว้แล้ว่าพาลและบัณฑิตเป็นอย่างไร ถ้าใครบูชาพระพุทธเจ้าโดยศึกษาหลักธรรมคำสอนแล้วก็อาจกำหนดได้ว่าคนพาลและบัณฑิตแตกต่างกันอย่างไร (นัยนี้ อาจใช้กับศาสนาทั้งหมดได้ ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นพระพุทธศาสนาเสมอไป)

เฉพาะในพระพุทธศาสนามีเรื่องการกำหนดรู้คนพาลและบัณฑิตไว้หลายนัย ผู้เขียนจะแนะนำเบื้องต้นเท่านั้น

...........

หลักการหมายรู้คนพาล ๕ ประการ

๑. แนะนำสิ่งที่ไม่ควรแนะนำ

๒. ประกอบสิ่งที่มิใช่ธุระ

๓. การแนะนำสิ่งชั่วๆ เป็นความดีของคนพาล

๔. คนพาลแม้ผู้อื่นว่ากล่าวดีๆ ก็โกรธ

๕. ไม่รู้จักอุบายในการแนะนำ

.........

หลักการหมายรู้บัณฑิต ๕ ประการ

๑. ไม่แนะนำสิ่งที่ไม่ควรแนะนำ 

๒. ไม่ประกอบสิ่งที่มิใช่ธุระ

๓. การแนะนำสิ่งดีๆ เป็นความดีของบัณฑิต

๔. บัณฑิตแม้ผู้อื่นว่ากล่าวดีๆ ก็ไม่โกรธ

๕. เข้าใจอุบายในการแนะนำ

.....

ฉะนั้น คาถาแรก คือ การไม่คบคนพาล การคบบัณฑิต และการบูชาผู้ควรบูชา จึงจัดเป็น หลักความเจริญก้าวหน้าเบื้องต้นของชีวิต ...ส่วนจุดเริ่มต้นของชีวิตจริงๆ จะเป็นอย่างไร นั่นคือ คาถาที่ ๒