เมื่อวันอังคารที่ 30 มกราคม 2550 ที่ผ่านมา ผมได้ไปสำรวจข้อมูลการวิจัยที่ อบต.วัดโบสถ์ อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก ภายใต้โครงการ วิจัยเรื่อง "การพัฒนารูปแบบภูมิสารสนเทศ เพื่อนำไปใช้งานการบริหารงานด้านงานคลัง ขององค์การบริหารส่วนตำบล" โดยงานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยของศูนย์ภูมิภาคเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ภาคเหนือตอนล่าง มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยได้รับงบประมาณจาก สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ในการดำเนินการวิจัย

เมื่อขับรถมาจากพิษณุโลก จะเห็น อบต.อยู่ฝั่งซ้ายมือ ทางเข้ามีป้ายชี้ว่า "บ.ท้อแท้"

           ผมออกจากพิษณุโลกเวลาประมาณ 9:40 นาที ด้วยรถยนต์ส่วนตัว โดยใช้เส้นทางพิษณุโลกอุตรดิตถ์ ขับผ่านสี่แยกอินโดจีนมาเรื่อยๆประมาณ 28 กิโลเมตร จะสังเกตเห็น สำนักงาน อบต. อยู่ทางซ้ายมือ โดยป้ายแรกที่พบ จะเจอป้ายสีน้ำเงินข้อความว่า "ยินดีต้อนรับ องค์การบริหารส่วนตำบลวัดโบสถ์" และจะมองเห็นที่ทำการ อบต. อยู่ไกลๆ จากนั้นขับต่อมาจะเจอทางแยกซ้ายเลี้ยวเข้า อบต. แต่ที่ผมแปลกใจคือชื่อหมู่บ้านทางเข้า อบต. ครับ โดยป้ายบอกว่า "บ.ท้อแท้" รู้สึกแปลกใจครับว่าทำไมตั้งชื่อหมู่บ้านว่าท้อแท้ เพราะความหมายออกไปในทางที่ไม่ค่อยดีครับ หรือว่า หม่บ้านนี้ปลูกลูกท้อ ซึ่งเป็นลูกท้อแท้ๆรึเปล่าอันนี้ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ รบกวนคนวัดโบสถ์ ช่วยบอกที่มาที่ไปของชื่อหมู่บ้านนี้ด้วยครับ
          พอเข้ามาถึง อบต. ซึ่งพี่ที่ทำงาน คุณอาภรณ์ เป้าขันธุ์ ได้โทรแจ้งไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ก็ได้รับการต้อนรับเป็นอย่าดีจากเจ้าหน้าที่ อบต. ที่นั่นครับ โดยตอนแรกทาง อบต.เข้าใจผิดว่าผมจะมาขอข้อมูลที่สำนักปลัด แต่ผมต้องการข้อมูลที่ส่วนงานคลังพอเจรจากันเข้าใจแล้ว ผมเลยได้พบกับพี่ ขฎิฐา ปีกรอด ซึ่งเป็นหัวหน้าส่วนงานคลังของ อบต.วัดโบสถ์ นั่นเองครับ
          โดยผมใช้เวลาสัมภาษณ์พี่ขฎิฐา นานมากครับ ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าๆ โดยพี่เขาใจดีมากครับ ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการวิจัยในหลายๆเรื่องโดยไม่เกี่ยงเรื่องเวลาเลย แถมยังถ่ายเอกสารระเบียบงานคลัง และหมวดหมู่ประเภทรายรับรายจ่ายมาให้อีกด้วย ซึ่งเป็นประโยชน์มาก ซึ่งต้องขอขอบคุณพี่เขามากครับ

            โดยในการสัมภาษณ์ผมได้อธิบายรายละเอียดของการสัมภาษณ์ โดยงานวิจัยนี้ผมใช้ เทคนิคเดลฟาย เป็นเทคนิคในการทำวิจัยครับ โดยการเก็บข้อมูล ซึ่งเทคนิคเดลฟายจะใช้เวลาในการเก็บข้อมูลค่อนข้างมาก โดยต้องเก็บข้อมูลกับกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 17-33 คน (โดยกลุ่มผู้เชี่ยวชาญในการวิจัยครั้งนี้มี 22 คน) ดังนั้น ในรอบแรกของผม ผมยังไม่ได้เข้ากระบวนการของเทคนิคเดลฟายนะครับ โดยการไปสำรวจครั้งนี้ เป็นการทำ Pretest เพื่อปรับปรุงรูปแบบที่ผมคิดไว้ (My Model) เพื่อให้งานวิจัยดำเนินไปได้อย่างรวดเร็วครับ ซึ่งผมจะนำข้อมูลกลับไปสร้างรูปแบบ ให้อาจารย์ที่ปรึกษาตรวจ และออกแบบสอบถามมาสัมภาษณ์ อีกรอบในวันศุกร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ นี้ครับ

ร้านขายผลิตภัณฑ์จากตาลที่เรียงรายอยู่ข้างทาง 

           พอสัมภาษณ์เสร็จ ผมก็มาติดตามความก้าวหน้าของโปรแกรมแผนที่ภาษี ซึ่ง อบต.วัดโบสถ์ เป็น อบต.นำร่องโครงการแผนที่ภาษีของศูนย์ภูมิภาคเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ภาคเหนือตอนล่าง มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยรับฟังและสรุปปัญหาที่พบได้ 2 ประเด็นใหญ่ๆ คือ 
          - โปรแกรมยังไม่ได้ทำการ Update Version เป็น Version 2.5 UpDate
          - เนื่องจากข้อมูลผ่านไปนานทำให้ต้องมีการเช็คข้อมูลเพื่อทำการ UpDate ข้อมูลใหม่
          โดยแนวทางการแก้ปัญหาที่ปรึกษากับท่านอ.วิชาญ อมรากุล คือ นำโปรแกรม Version ใหม่ไปลงให้ที่ อบต. และให้เจ้าหน้าที่ GIS ไปเช็คข้อมูลจากฐานข้อมูลกับข้อมูลใหม่ และทำการ UpDate ข้อมูล
          หลังจากอยู่ที่ อบต.ถึงประมาณ บ่ายโมง ก็ขอตัวกลับ เพราะพี่ๆที่ อบต.ก็ยังไม่ได้ทานข้าวกลางวันเหมือนกัน ผมกับเพื่อน ก็เลยขับรถออกมาจากอบต. มุ่งหน้าเข้าตัวอำเภอวัดโบสถ์ซึ่งจะไปหาข้าวกลางวันกินกัน

 ร้านอาหาร "ช่อมะม่วง" กับขนมจีนแกงเขียวหวาน และน้ำเงี้ยว มื้อกลางวันแสนอร่อย

           ผมขับรถออกจาก อบต. ไปทางอุตรดิตถ์ ผ่าน ที่ว่าการอำเภอวัดโบสถ์ (ทางขวามือ) จะเข้าตัวอำเภอวัดโบสถ์ ซึ่งมีร้านค้าและอาคารให้เห็นบ้างไม่มากนัก สองข้างทางมีร้านขายของฝากซึ่งทุกร้านจะมีลอนตาลขาย ซึ่งผมกับเพื่อนก็ได้แวะซื้อลอนตาล ขนมมะพร้าวและน้ำตาลสด ซึ่งน้ำตาลสดที่นี่จะไม่เหมือนกับที่วัดใหญ่ที่ใส่ในกระบอกไม้ไผ่ โดยน้ำตาลสดที่นี่จะบรรจุขวดขาย ซึ่งทุกร้านก็จะขายของเหมือนๆกันหมด พอซื้อของเสร็จ ก็กลับรถไปแวะทานข้าวกลางวันที่ร้านช่อมะม่วง ซึ่งร้านนี้บรรยากาศร่มรื่นสบายๆ มีอาหารหลายอย่างทั้งข้าว อาหารตามสั่งและขนมจีน โดยผมสั่งขนมจีน แกงเขียวหวาน และน้ำเงี้ยว ซึ่งร้านนี้จะเอาแยกมาให้ ไม่ได้ราดมา โดยจะถามว่ากี่ที่ แล้วจัดมาให้ตามปริมาณผู้รับประทานเลยครับ

           หลังจากทานอาหารผมก็ลองเอาขนมมะพร้ามมาลองชิมดู เพราะแม่ค้าเขาโฆษณาว่า "อร่อยนะ เดี๋ยวติดใจต้องกลับมาซื้ออีก" ก็อร่อยจริงๆด้วยครับ กลิ่นคล้ายๆท๊อฟฟี่ นม ใบเตยอะไรซักอย่างที่เหนี๋ยวๆ ครับ ความหวานกำลังพอดี เคี้ยวเพลินครับ เสียดายซื้อมาถุงเดียว (ราคาถุงละ 10 บาท) เลยไม่ได้เอาไปฝากพี่ๆ น้องๆ ที่ทำงานเลย เพราะกินหมดก่อนครับ หลังจากทานอาหารกลางวันกันเสร็จ เห็นมีป้ายวัดเสนาสส์ ซึ่งมีพระบรมสารีริกธาตุ เลยแวะไปไหว้ และบริจาคเงินร่วมสร้างเจดีย์ จากนั้นก็มุ่งหน้ากลับมหาวิทยาลัยนเรศวรครับ

 

Photo By: ThitiWat Pawong(Ting~Zoro)

 ขนมมะพร้าว