ครูในดวงใจ หรือครูในชีวิต
คงจะไม่ช้าไปสำหรับการบูชาครูเพราะเวลาล่วงเลย "วันครู" มาหลายวันแล้วไม่มีโอกาสได้เขียนเพราะกำลังเดินเครื่องงานวิจัยปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุพรรณบุรี เขต 2 แต่การบูชาครูที่ผู้เขียนจะกล่าวถึงนี้เป็นครูที่อยู่ในชีวิตไม่ใช่เพียงแค่เป็นครูในดวงใจเท่านั้น
ครูในชีวิตของผู้เขียนที่จะกล่าวถึงคือพ่อกับแม่ บอกก่อนว่าผู้เขียนเรียกผู้เป็นพ่อว่า“เตี่ย” ในสมัยเด็กนึกสงสัยว่าทำไมเราไม่มีพ่อกับเขาหนอ มีแต่เตี่ย คำว่าบิดา หมายถึง “พ่อ” แล้ว “เตี่ย” จะใช้คำว่าอะไร แต่เดี๋ยวนี้ไม่สงสัยแล้ว
ครูที่ผู้เขียนประทับใจและนำมาเป็นแบบอย่างตลอดชีวิต คือเตี่ยกับแม่
เตี่ยเป็นผู้ บริหารโรงเรียนผู้เขียนก็ได้แบบอย่างการเป็นครูและผู้บริหารของเตี่ยมาใช้ตั้งแต่จำความได้มาจนถึงปัจจุบันก็ราว .....ปี (ไม่กล้าบอกกลัวจะรู้อายุ) แต่ที่นำมาใช้ไม่สำเร็จก็เรื่องการบริหารคน ผู้เขียนไม่ชอบใช้คน ไม่ชอบที่จะให้คนช่วยทำงานกลัวไม่ถูกใจ กลัวผิด กลัวไม่ทันใจ กลัวไม่ทันเวลา กลัวไปสารพัดเลยลงมือทำเอง รับทั้งผิดและชอบเองทั้งหมด สมัยเด็ก ๆ มีลูกจ้างเพราะแม่มีอาชีพค้าขาย ก็ช่วยลูกจ้างทำงานจนแยกไม่ออกว่าใครเป็นนายจ้าง ใครเป็นลูกจ้าง พอโตขึ้นอยู่โรงเรียนเคยเป็นหัวหน้างานวิชาการก็ทำเองคนเดียวทั้งหมด เริ่มตั้งแต่จัดตารางสอน ทำงานทะเบียนนักเรียน ทำงานวัดผล แล้วก็สอนเท่ากับครูคนอื่น ๆ ดีนะที่เป็นโรงเรียนมัธยมขนาดเล็ก
แม่ มีอาชีพค้าขาย สิ่งที่ได้จากแม่คือการคิดคำนวณต้นทุน ราคาขาย การทอนเงิน เทคนิคการค้าขายเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะทำให้ได้กำไร เลยเก่งคณิตศาสตร์มาจนทุกวันนี้ (คุยซะหน่อย) ต้องพูดจาทักทายลูกค้ามากหน้าหลายตา เก็บอารมณ์เวลาลูกค้าต่อว่า จึงได้เรื่องการพูดที่ค่อนข้างจะไพเราะมา
ทุกวันนี้เวลาไปเยี่ยมเตี่ยกับแม่ หรือโทรศัพท์คุย เตี่ยกับแม่ก็ยังสอนอยู่เหมือนเดิมขอบูชาครูในชีวิตคู่แรกก่อนนะคะ คุณครูท่านอื่นที่อุตส่าห์สั่งสอนมาจนได้ดิบเกือบจะได้ดีอย่าเพิ่งตำหนินะ ระลึกถึงอยู่มากเหมือนกัน <p> </p>