น้ำขิง เป็นที่รู้จักกันมาแต่โบราณ สามารถใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์สมัยใหม่ได้ หากรู้จักนำมาประยุกต์ใช้

ที่บอกว่าเป็นความคิดที่ยังขายไม่ออกนั้น เนื่องจากผมได้เสนอความคิดนี้ไปให้ทางการพยาบาล(หลังคลอด)เป็นเวลาปีกว่าแล้ว แต่ก็ยังไม่มีใครสนใจ ผมก็เลยนำมาเล่าให้ฟังเผื่อท่านอื่นจะสามารถนำไปใช้ได้บ้าง

มารดาหลังคลอดเดี๋ยวนี้ได้รับการส่งเสริมเรื่องการให้นมบุตร
และก็เชื่อว่าน้ำอุ่นๆ จะช่วยให้น้ำนมไหลได้มากขึ้น หรือเร็วขึ้น ซึ่งที่ ward ก็ได้จัดบริการน้ำร้อนให้อยู่แล้ว
จากประสบการณ์การไปเยี่ยมมารดาหลังคลอด ผมพบปัญหาอย่างหนึ่งคือ อาการคลื่นไส้
ซึ่งน้ำขิง นั้น                                     I Love You Mug 2
เราก็ทราบอยู่แล้วว่า ช่วยในการขับลม แก้ท้องอืด แก้คลื่นไส้ และการวิจัยเรื่องนี้มีในฐานข้อมูลทั้งไทยและเทศ
การให้น้ำขิงในมารดาหลังคลอด จึงได้ประโยชน์ทั้งสองประการดังกล่าว

จะหาขิงที่ไหนมาให้บริการ
เรื่องนี้ไม่ยากเลย ลงทุนขอบริจาคจากใครก็ได้ในเบื้องต้น แค่ 100 บาทก็ได้มาเยอะแยะ
ให้มารดาได้ดื่มฟรีไปก่อน
จากนั้นทำกระปุกให้ผู้ป่วยหยอด ตามแต่ศรัทธา
ผมคิดว่าคนไทย มีจิตใจที่ดี ทำบุญ ทำทาน ก็มาก หลังจากดื่มน้ำขิงฟรีมาก 2-3 วัน พอถึงเวลากลับบ้านคงจะมีคนหยอดกระปุกให้บ้างไม่มากก็น้อย
เพียงพอที่จะเป็นทุนหมุนเวียนเพื่อซื้อน้ำขิงมาบริการได้ตลอดรอดฝั่ง

หากทำได้เช่นนี้แล้ว
มารดาจะ ลุกขึ้นมาดูแลบุตรได้เร็วขึ้น มีน้ำนมให้ลูกมากขึ้น ได้ประโยชน์ทั้งแม่และลูก
เกิดความพึงพอใจในบริการที่ได้รับ และมีความประทับใจต่อทีมงานบริการและต่อสถานพยาบาลนั้นๆ โดยตรง

แบบนี้จึงจะเรียกว่าให้การดูแลแบบมีหัวใจของความเป็นมนุษย์ หรือ humanized health care ตามที่ท่านอาจารย์ประเวศ วะสี ได้เขียนไว้ในเอกสารประกอบการประชุม HA เมื่อปีที่แล้ว

เมื่อท่านวางแผนเก็บข้อมูลก่อนและหลังบริการทำการสอบถามความเห็นเพื่อปรับปรุง ประเมินผลงานหลังปรับปรุง ก็เป็น R2R ได้แล้ว

<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">หากหน่วยงานไดสามารถนำความคิดนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ ช่วยนำมาแลกเปลี่ยนด้วยนะครับ</p>