ที่บ้านของดิฉันเป็นบ้านครอบครัวเดี่ยว ซึ่งมี พ่อ แม่ ลูก เท่านั้น ไม่มีคนแก่คนเฒ่า (ปู่ ย่า ตา ยาย) ในบ้านเลย  จนลุกชายคนโตเคยบอกว่า แม่ครับบ้านเราน่าจะมียาย หรือ ตา หรือ ปู่กับย่าบ้างนะครับ  ซึ่งก็เป็นไปไม่ได้เพราะท่านตายหมดแล้ว แต่เราก็มีสุนัขสองตัวที่เป็นสมาชิกเพิ่มไว้เฝ้าบ้าน ตัวหนึ่งชื่อ หม้อดิน เป็นพันธุ์ไทยหลังอาน จะเฝ้าบ้านเก่ง เราไม่อยู่บ้านแต่เจ้าตัวนี้จะเฝ้าบ้านตลอด กลางวันไม่เห่า แต่กลางคืนเห่าจนน่ารำคาญ เพราะทุกอย่างที่ผ่านหน้าบ้านมันจะเห่าหมด ส่วนตัวที่ สอง ชื่อ สิงห์โต เป็นพันธุ์ผสม ตัวโตมาก เป็นนักล่าไม่ว่าจะเป็นสัตว์เล็กสัตว์น้อย ตุ๊กแก จิ้งจก อึ่งอ่าง กบ เขียด หนู ไก่ เป็ด ฯลฯ เจ้าตัวนี้จะต้อง ตะกุยตะกายตามจับจนได้ กลางวันจะนอนเฝ้าบ้าน แต่กลางคืนจะออกล่าบริเวณใกล้บ้าน  

กลางวันต่างคนต่างก็ไปทำหน้าที่ พ่อ แม่ ไปทำงานนอกบ้าน ลูก ๆ ไปโรงเรียน กิจกรรมร่วมกันของครอบครัวจะมีก็ตอนเช้า ก่อนไปทำงานซึ่งก็น้อยมาก เพราะต้องรีบเร่งไปทำงานหรือไปโรงเรียนกันหมด  หลังเลิกงาน และวันหยุดจะมีเวลามากหน่อย แต่สิ่งที่เป็นข้อปฏิบัติที่ต้องบังคับคือ ต้องร่วมวงรับประทานอาหารเช้า และอาหารเย็นด้วยกันทุกวัน ทุกวันนี้ทุกคนชินกับข้อปฏิบัติข้อนี้ทุกคน และวันนั้นเป็นวันที่บ้านเรารับไก่ไข่มาเลี้ยงที่บ้าน ไก่ไข่ที่ว่านี้เป็นพันธ์ใหม่ที่นำมาเลี้ยงเพื่อการวิจัยของปศุสัตว์  10 ตัว  ก่อนที่จะนำไก่มาเลี้ยงเราต้องช่วยกันทำเล้าไก่ ตามแบบประหยัดของปศุสัตว์ที่ได้ให้คำแนะนำไว้ จากนั้นนำปูนขาวมาเทรอบ ๆ นอก และที่พื้นในเล้าไก่ ก่อนที่จะเทแกลบลงไปปูพื้นให้หนา   

 

ลุกชายดิฉันเขาตื่นเต้นมาก เพราะถือว่าในบ้านจะมีสมาชิกเพิ่มขึ้นมาอีก และตัวเขาเองรับอาสาที่จะให้อาหารและช่วยเก็บข้อมูลการวิจัยตามแบบฟอร์มที่ได้มา  จึงเพิ่มงานตอนเช้าให้พ่อกับลูกช่วยกันดูแล  ตอนเช้าเขาจะตื่นเช้ามาพร้อมกับลงไปดูที่เล้าไก่ เพื่อเติมอาหารและน้ำ  ตอนเย็นหลังเลิกเรียนก็แวะดูทุกวันว่ายังอยู่ดีหรือเปล่า เพราะเขากลัวไอ้สิงห์โตนักล่าไปแอบจัดการไก่นั่นเอง

 

ในตอนเช้าและตอนเย็นที่เขาดูแลไก่จะมีไอ้สองตัวตามเข้าไปดูด้วย  ดิฉันจะห้ามลูกชายไม่ให้เขานำเจ้าหม้อดิน และเจ้าสิงห์โตไปเล้าไก่ (เพราะเราจะทำตาข่ายกันไว้หลายชั้น) แต่ลูกชายบอกว่า ให้มันเห็นกันก่อนจะได้ทำความรู้จักกันไงครับแม่ เห็นทุกวันเดี่ยวมันก็อยู่กันได้ มันไม่กัดหรอก เพราะกุ้งบอกมันทุกวันอยู่แล้วว่าไก่เป็นน้องมัน ถ้ากัดน้องเมื่อไหร่กุ้งจะตีมันเอง

 

สองวันแรก  เจ้าหม้อดิน และเจ้าสิงห์โตมีท่าทางเหมือนอยากขย้ำไก่เหมือนกัน แต่หลายวันเข้ากลับดีขึ้นเพราะเข้าไปเล้าไก่กับลูกชายดิฉันได้โดยไม่กัดไม่เห่า  ไก่ก็เช่นกันไม่ตื่นไม่ร้องเหมือนวันสองวันแรกที่เจอกัน แถมยังเดินมาใกล้เจ้าสองตัวแล้วยังร้อง จ้อก จ้อก โดยไม่กลัวเลย ดิฉันแปลกใจถามลูกชายว่า อ้าวแล้วไก่มันไม่กลัวถูกกัดเหรอลูก มันไม่กัดน้องมันหรอกครับแม่ เน๊าะหม้อดิน สิงห์โตเน๊าะ  เรารักกันแล้ว

         แต่มีเพื่อนบ้าน และเพื่อนของลูกชายแวะมาดูไก่พันธุ์ใหม่ที่เล้้าไก่ เจ้าสุนัขสองตัวไปยืนจังก้ารอแถมยังส่งเสียงขู่คนอื่นที่เขามาดูไก่ ประหนึ่งว่าเป็นนายทวารไม่ยอมให้ใครผ่านด่านเข้าไปในเล้าไก่ได้เลย ทั้ง ๆ ที่มันสองตัวไม่เคยเห่าพวกเขาเลย เพราะคุ้นเคยกันอยู่แล้ว แต่นี่มันขู่เหมือนกลัวว่าเขาจะมาเอาน้องมันไปยังไงยังงั้นทีเดียว แล้วลูกชายของดิฉันก็หัวเราะชอบใจพร้อมกับนั่งยอง ๆ ลูบหัวมันทั้งคู่ บอกว่า เยี่ยมมากไอ้น้อง เขาไม่มาขโมยน้องแกหรอกขู่อยู่ได้