จากการเริ่มทำวิทยานิพนธ์ พบว่ามีวิธีการในการทำแตกต่างกันในหลายรูปแบบแต่มีงานวิจัยรูปแบบหนึ่งที่ผู้เขียนอ่านแล้วรู้สึกชอบ เพราะสามารถอธิบายเหตุและผลของปัจเจกบุคล(Individual) เหตุการณ์(Setting) ได้อย่างดี มากกว่าการอธิบายเพียงตัวเลข ข้อมูล ที่นักศึกษาต้องนั่งท่องจำสูตรมากมาย ในงานวิจัยเชิงปริมาณที่ต้องเรียนกันในมหาวิทยาลัยทั่วไป และพบว่างานวิจัยเชิงคุณภาพมักจะเป็นยาขมอีกขนานหนึ่งของนักศึกษาปริญญาโท รวมทั้งหาหนังสืออ่านค่อนข้างยาก (หาไม่ค่อยได้) ดังนั้นจึงเป็นอีกหัวข้อที่น่าแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เริ่มจากผู้เขียนรู้สึกว่ามนุษย์มีความแตกต่างกันในการรับรู้และให้ความหมายกับสิ่งต่างๆทั้งที่อยู่ภายในตัวและนอกตัว ทำให้การกระทำหรือมีการปฏิสัมพันธ์โต้ตอบกับสิ่งเดียวกันมีความแตกต่างกัน “ความจริง” (reality) ของมนุษย์จึงไม่เหมือนกัน “ความจริง” ของคนจน อาจแตกต่างจาก “ความจริง” ของชนชั้นกลาง แม้ว่าการให้คำนิยามของการวิจัยเชิงคุณภาพอย่างสั้น ๆ และเข้าใจง่ายจะทำได้ยาก อย่างไรก็ตามกรอบโครงสร้าง (Organizing framework) ทั้งทางทฤษฎีและระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ล้วนมุ่งไปที่ความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่าง · ความหมาย ของปัจเจกบุคคลและสังคม · การกระทำ (Practice) ของปัจเจกบุคคลกับวัฒนธรรม · สิ่งแวดล้อม ทางกายภาพหรือบริบทต่างๆ ดังนั้น การวิจัยเชิงคุณภาพจึงไม่มีแม่แบบ (Blueprint) ของการวิจัยที่แน่นอนตายตัว อย่างไรก็ตามระเบียบวิธีวิจัยต่างๆ ที่มีอยู่ก็สามารถใช้เป็นเครื่องมือให้เกิดความเข้าใจ “ชีวิต” ในมุมมองและประสบการณ์ของผู้คนทั้งหลายที่อยู่ในบริบทนั้น การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพนอกจากจะให้คำตอบว่าผู้คนเหล่านั้นมองเห็นและให้ความหมายอย่างไรกับ “โลก” ของเขา ยังทำให้เราเข้าใจการกระทำและ ปฏิสัมพันธ์ของผู้คนเหล่านั้นที่สัมพันธ์กับข้อค้นพบของผู้วิจัยในบริบทนั้นด้วย เทคนิควิธีวิจัยเชิงคุณภาพทั้งหลายล้วนมุ่งหมายให้ผู้วิจัยสามารถ “เจาะล้วงความใน”(Probe) ให้ลึกเพื่อเข้าถึงข้อมูลซึ่งโดยปกติแล้วผู้คนเหล่านั้น จะไม่พูดกับคนแปลกหน้าง่ายๆ ดังนั้นบนพื้นฐานของความสัมพันธ์ที่ดี (Good Rapport) จะทำให้ผู้วิจัยสามารถบรรลุเป้าหมายได้ไม่อย่างนัก ที่สำคัญนักวิจัยต้องคำนึงถึงตลอดเวลาคือความเข้าใจชัดเจนของปัญหาที่ต้องการคำตอบ และต้องมีความยืดหยุ่นในการใช้เทคนิควิธีการเก็บข้อมูลและการวิเคราะห์ให้เหมาะสมกับสภาวะของกลุ่มเป้าหมายที่จะศึกษา ผู้เขียนจึงขอสรุปลักษณะสำคัญของงานวิจัยเชิงคุณภาพพอสังเขปดังนี้· เป็นการตั้งคำถาม ทำไม อย่างไร และภายใต้สิ่งแวดล้อมปัจจัยเงื่อนไขใด สิ่งนั้นจึงเกิดขึ้น· แสวงหาความรู้ความเข้าใจในเรื่องนั้นในระดับลึก· มองเห็น ความเป็นทั้งหมด (Holistic) ของปรากฏการณ์ทางสังคมศาสตร์· สืบค้น(Explore) และค้นพบ (Discover)· ทำให้เข้าใจมุมมองจากภายใน ของกลุ่มที่นักวิจัยที่ต้องการศึกษา ทั้งในด้านความหมายในการตัดสินใจและการกระทำของเขา· ใช้วิธีการปลายเปิด (Open-ended)และการตีความหมาย(Interpret)· ยืดหยุ่นมากกว่ายึดกรอบ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">· ประเด็น วิธีการ เทคนิค ผุดบังเกิดขึ้นระหว่างการเก็บข้อมูลมากกว่าการเตรียมการล่วงหน้า</p>
แล้วค่อยพบกันตอนต่อไป เกี่ยวกับเทคนิคสำคัญน่ะค่ะ
รุ่งกานต์ ปราชญ์ศรีภูมิ สม.4
</span></span><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 0cm 14.2pt 1.0cm 42.55pt 2.0cm 70.9pt 3.0cm 99.25pt 4.0cm 127.6pt 5.0cm 155.95pt 6.0cm" class="MsoNormal"></p>
การทำวิจัยต้องใช้ความรู้ความสามารถอย่างมากโดยเฉพาะการจัดลำดับความรู้เพื่อถ่ายทอดให้เป็นขั้นเป็นตอน มี R.F.ยืนยัน ผมเองยังไม่ได้หัวข้อวิจัยเลยครับ แค่ตั้งชื่อก็พบกับปัญหาว่า “ไม่แตกต่างจากผู้อื่น(ที่ต่างคือสถานที่และเวลา)” เดิมคือ “พฤติกรรมการเลือกใช้บริการและความพึงพอใจ” ฟังดูแล้วคำตอบคงอยู่ใน “ระดับปานกลาง” ผมจึงมาสนใจเรื่องเกี่ยวกับ บุหรี่ สุรา และขยะ ไม่เหมือนเพื่อนๆในห้องดี คงจบ 2 ปี ด้วยกันแหละครับ
งานวิจัยแม้จะเป็นพฤติกรรมแต่ก็มีแง่คิดในการทำวิจัยอีกมาก สำหรับเรื่องที่สนใจ เช่นบุหรี่ สุรา ปัญหาวัยรุ่น ขยะ เป็นสิ่งที่ต้องการคำตอบสำหรับชุมชนทั้งนั้น ซึ่งแต่ละชุมชนก็มีบริบทไม่เหมือนกัน ดังนั้นวิจัยระดับวิทยานิพนธ์ควรเป็นวิจัยที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน ไม่ใช่วิจัยขึ้นชั้นเก็บของ แม้ว่าการเรียนจะเป็นการเริ่มทำวิจัยก็ตาม แต่ก็มีโอกาสที่ผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่านจะช่วยดูรายละเอียดให้เป็นงานที่ดีได้ จึงขอเป็นกำลังใจให้ทำต่อไปค่ะ
ลูกสาวนารักจัง ค่ะ สงสัยจะเก่งเหมือนคุณแม่ เรื่องการทำวิจัยไม่ใช้ประเด็นในการเรียน ตอนแรกบอกได้เลยค่ะ เรียน ป.โทเพื่อต้องการรับปริญญา และพัฒนาตนเอง แต่ตอนนี้อาจารย์สอนให้ทำวิจัยเชิงปฏิบัติการณ์ที่สามารถนำปัญหาในการทำงานมาเป็นวิจัยให้เราเรียนจบได้ ด้วยเหมือนยิงปืนครั้งเดียวได้นก 2 ตัวจะนำความรู้จากที่ได้ไปประยุกต์ใช้นะค่ะ