ต่อจาก ภาคแรก

มนต์เสน่ห์ ..ท่าตาฝั่ง...

ชุมชนปกาเกอะญอ บ้านทาตาฝั่งมีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ และชาวบ้านต่างมีวิถีชีวิตที่เรียบง่าย พึ่งพิงอาศัยป่าและน้ำ ... ใช่แล้ว..น้ำสาละวิน..นี่เองที่เปรียบเสมือนเส้นเลือดเส้นหนึ่งที่หล่อเลี้ยงคนในชุมชน ความสมบูรณ์ของป่าและความสมบูรณ์ของน้ำสาละวินทำให้ชุมชนปกาเกอะญอกลุ่มนี้เลือกที่นี่เป็นที่อยู่อาศัย ความน่าสนใจไม่เพียงแค่น้ำสะวินเท่านั้น รายล้อมชุมชน การตั้งบ้านเรือน ชาวบ้านมีการปลูกพืชผักที่สามาถกินได้ไว้รอบบ้านและมีทุกหลังคา เรียกได้ว่าเดินไปทางไหนก็ไม่อดแน่ๆ เมื่อเดินไปรอบๆ ชุมชนจะเห็นว่าชาวบ้านยังคงรักษาวัฒนธรรม วิถีชีวิตดั้งเดิมของปกาเกอะญอไว้ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการสร้างบ้านเรือน การแต่งกาย ภาษา รวมทั้งวิถีชีวิตความเป็นอยู่

อ้ายไพโรจน์ พนาสกุล นักสื่อความหมายท้องถิ่น พาเราเดินชมรอบชุมชนพร้อมกับให้ความรู้ตลอดเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์ เรื่องราวของพื้นที่สมัยที่มีทหารอังกฤษเข้ามาในช่วงที่มีสัมปทานป่าไม้ การทำไร่หมุนเวียน การทำนา ระบบการจัดการน้ำ (เหมือง) ของชุมชน จุดสาธิตและวิธีการหีบน้ำมันงาแบบโบราณที่หาชมได้ยาก การปลูกหม่อนเลี้ยงไหมของชาวบ้าน รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น โรงพักเก่า สมัยที่ชุมชนยังไม่ย้ายมาอยู่จุดที่อยู่ในปัจจุบัน หาดแท่นแก้ว วิถีชีวิตประมงริมน้ำสาละวิน เรื่องราวต่างๆ ที่ถูกถ่ายทอดออกมาจากอ้ายไพโรจน์นั้น ยังเป็นเพียงจุดเริ่มต้นให้เรารู้จักชุมชนท่าตาฝั่งมากยิ่งขึ้น

หลายคนอาจจะสงสัยว่าแล้วเรื่องการจัดการหละ..ชาวบ้านทำยังไง..

อ้ายไพโรจน์ พนาสกุลเล่าให้ฟังต่อว่า ชาวบ้านได้คุยกันถึงเรื่องนี้ด้วย กลัว กลัวว่าผลประโยชน์จะมาสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นในชุมชน จึงมีการจัดระบบการจัดการและจัดสรรรายได้ โดยราคาที่พักแบบ Home Stay 100 บาท/คน เจ้าของบ้านจะได้ 80 บาท อีก 15 บาท หักเข้ากลุ่มการท่องเที่ยว และอีก 5 บาท เอาเข้ากองทุนพัฒนาหมู่บ้าน ส่วนค่าอาหรนั้นมื้อละ 3050 บาท/คน แต่ไม่มีการหักเข้ากองกลาง และค่าบริการนักสื่อความหมาย นำเที่ยว 200 บาท/วัน/2-3 คน โดยนักสื่อความหมายจะได้ 190 บาท และหักเข้ากลุ่มท่องเที่ยว 10 บาท และได้ร่วมกันกำหนดโปรแกรมการท่องเที่ยวที่ชาวบ้านสามารถพาเที่ยวได้ 3 โปรแกรม ได้แก่

  1.      แบบ ไป กลับ 1 วัน จากท่าน้ำเข้าหมู่บ้านเพื่อเรียนรู้วิถีชีวิต วัฒนธรรมในชุมชน ชมวิว

2.      แบบ 2 วัน 1 คืน เริ่มเข้าบ้านพักแบบ Home Stay ชมหาดแท่นแก้ว เที่ยวชม โรงพักเก่า ธนาคารอาหารจากป่าของชุมชน

3.      แบบ 3 วัน 2 คืน เริ่มเข้าบ้านพักแบบ Home Stay ชมหาดแท่นแก้ว เที่ยวชม โรงพักเก่า ธนาคารอาหารจากป่าของชุมชน ศึกษาเส้นทางป่าต้นน้ำในห้วยแม่กองคา ห้วยกองกูด กล้วยไม้ป่า ดูนกนานาพันธุ์ นั่งเรือชมวิถีประมงริมน้ำสาละวินยามเย็น และเรียนรู้วิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณีแบบดั้งเดิมของคนในชุมชน

ฝันใสๆ..ของคนท่าตาฝั่ง..

หลายคนอาจเป็นห่วงชุมชนนี้ที่อาจจะตั้งรับและไม่รู้เท่าทันในเรื่อง

การท่องเที่ยวและอาจจะเป็นเหมือนคมดาบที่กลับกลายมาทำร้าย

ชุมชน

แต่หลังจากที่ได้คุยกับพะตี่ปรีชา ปัญญาคมแล้วนั้นกลับพบ ว่า

     คนที่นี่ไม่ได้มองการท่องเที่ยวเพียงเพื่อได้รายได้ แต่พวกเขาต้องการให้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือให้คนในชุมชนได้รู้จัดการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติของชุมชน รักษาฐานวัฒนธรรมให้ยังคงอยู่ถึงลูกหลาน และนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในชุมชนเข้าใจชุมชนมากขึ้น ได้เรียนรู้วิถีคนกับป่าและสามารถสื่อสารกับสังคมภายนอกให้เข้าใจความเป็นพวกเขามากขึ้น ที่สำคัญอยากให้การท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นสร้างความสุขให้กับคนในชุมชน ครอบครัว พะตี่ยังกล่าวต่ออีกว่า ชาวบ้านไม่ต้องการนักท่องเที่ยวจำนวนมาก แค่เพียงปีละ 2 3 กลุ่ม พวกเขาก็พอใจแล้ว แต่ขอแค่ให้นักท่องเที่ยวที่มาได้เรียนรู้ เข้าใจ และสามารถเป็นกระบอกเสียงแทนเสียงเล็กๆ ริมน้ำสาละวินนี้ได้เท่านั้นก็พอ

ก่อนลาจากสาละวิน ฉันยังแอบหวังในใจเล็กๆ ว่าต้องมาเยือนดินแดนแถบสาละวินนี้อีกอย่างแน่นอน