วันที่ ๑๘ ม.ค. ๕๐ ผมไปฟังการบรรยายของ ศ. อิคูจิโร โนนากะ เรื่อง Strategy as Distributed Phronesis     ใน APO International Productivity Conference 2007 : Knowledge Management - From Brain to Business    ร่วมจัดโดยสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ     จัดที่โรงแรมโซฟิเทล เซ็นทรัล  วันที่ ๑๘ - ๑๙ ม.ค. ๕๐     ฟังแล้วได้ประเด็นกลับมาคิคต่อมากมาย      จึงเอามาแลกเปลี่ยนความคิด (เชิงปฏิบัติ) ต่อกัน

         โนนากะ ตั้งประเด็นคำถามว่า ทำไมองค์กรจึงแตกต่าง และตอบว่า เพราะองค์กรมองอนาคตต่างกัน     และมีวิธีทำให้ฝันเป็นจริงต่างกัน

          ผมเอามาคิดต่อ ว่าองค์กรมากมายที่ผมมีส่วนสัมผัส ไม่ได้สนใจอนาคตอย่างจริงจัง      กล่าวใหม่ว่า ไม่มีกระบวนการระดับองค์กร เพื่อให้สมาชิกขององค์กรร่วมกันมองอนาคต     และร่วมกันฝันว่าอนาคตขององค์กรจะเป็นอย่างไร     และร่วมกันทำให้ฝันเป็นจริง     ภาษาวิชาการด้านการจัดการว่า build shared vision     ภาษาด้าน chaordic organization ว่า สร้าง common purpose

         สังคมไทยเรามีวัฒนธรรมแบบสบายๆ ไม่จริงจังมาก (ไม่ serious)     เมื่อวิชาการด้านการจัดการบอกว่าต้อง build shared vision เราก็เขียน วิสัยทัศน์ขององค์กร     เสนอให้ผู้บริหารหรือที่ประชุมนโยบาย หรือที่ประชุมผู้บริหารให้ความเห็นชอบ     แล้วก็ประกาศเป็นวิสัยทัศน์ขององค์กร    นั่นไม่ใช่กระบวนการสร้างวิสัยทัศน์ร่วม     ย้ำคำว่า "กระบวนการ"     ซึ่งจำเป็นมากสำหรับทำให้สมาชิกขององค์กรร่วมเป็นเจ้าของ "ความฝัน" หรือวิสัยทัศน์ร่วม     ที่ภาษาด้านการจัดการกล่าวว่า ต้องทำให้ key persons buy in    

        ผมสรุปว่า องค์กรแตกต่างกันในขีดความสามารถในการมองอนาคต     และขีดความสามารถในการเอาภาพอนาคตที่เห็น (รางๆ) มาทำกระบวนการสร้างความพร้อมใจ     สร้าง commitment ร่วมกันในการ "ทำฝันให้เป็นจริง"     ซึ่งจะทำให้องค์กรมีพลังมาก    มีพลังในการต่อสู้ฟันฝ่าความไม่แน่นอน และอุปสรรคขวากหนามทั้งหลาย      ไปสู่ความสำเร็จในที่สุด

วิจารณ์ พานิช
๒๒ ม.ค. ๕๐