ทักษอร เล้าวงศ์, มนทิรา ตั้งกุลวโรดม, ภัทรียา เตจ๊ะวันดี, หทัยชนก อินต๊ะหล้า, จินตนา รังคะวงษ์

วัตถุประสงค์
- เพื่อศึกษาลักษณะของการเกิดอุบัติเหตุจากการปฏิบัติงานที่สัมพันธ์กับการติดเชื้อ HIV ในบุคลากรทางการแพทย์

ผลการศึกษา
- มีบุคลากรทางการแพทย์จำนวน 186 คน ที่ได้รับอุบัติเหตุ คิดเป็นอุบัติการต่อ 1,000 คน ได้ดังนี้ พยาบาลเทคนิค 55.3 แพทย์ 53.1 พยาบาลวิชาชีพ 33.6 ผู้ช่วยเหลือคนไข้ 30.6 คนงาน 23.0 นักศึกษา 23.0 ทันตะแพทย์ 21.3 เจ้าหน้าที่ห้องชันสูตร 14.1 และบุคลากรอื่นๆ 3.9 ปฏิบัติงานน้อยกว่า 2 ปี ยกเว้นกลุ่มพยาบาลวิชาชีพที่ปฏิบัติงานมากกว่า 10 ปี ไม่มีความแตกต่างของจำนวนอุบัติเหตุในแต่ละเดือน ช่วงเวลาที่เกิดมากอยู่ระหว่าง 8.00-15.59 น. ลักษณะอุบัติการณ์ที่พบมากที่สุด หัตถการที่เกี่ยวข้องกับการเจาะเลือดและฉีดยา ยกเว้นกลุ่มแพทย์พบจากการเย็บแผลมากที่สุด อุบัติเหตุเกิดขึ้นบริเวณข้างเตียงผู้ป่วย แผนกอายุรกรรม อวัยวะพบที่นิ้วมือ ความรุนแรงปานกลาง ส่วนใหญ่ไม่ทราบผลตรวจเลือดผู้ป่วย มีการบีบเลือดออกทันทีหลังได้รับอุบัติเหตุ มีผู้ได้รับยาต้านเชื้อ HIV มากกว่าครึ่ง บุคลากรที่ได้รับการตรวจเลือดหลังจากที่ได้รับอุบัติเหตุทันที มีผลการตรวจภูมิคุ้มกันต่อเชื้อ HIV เป็นบวกเพียง 1 ราย (โดยไม่ทราบผลการตรวจเลือดของผู้ป่วย) บุคลากรที่เหลือหลังจากได้รับอุบัติเหตุ 6 เดือน มีผลการตรวจภูมิคุ้มกันต่อเชื้อ HIV เป็นลบทุกคน

สรุป
- บุคลากรควรเพิ่มการระมัดระวังเพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุ ควรฝึกฝนบุคลากรให้มีความรู้เกี่ยวกับความเสี่ยงและการปฏิบัติตนให้เหมาะสม โดยใช้แนวทางป้องกันแบบครอบจักรวาล ควรมีระบบการจัดการกับอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้แล้วอย่างเหมาะสม ควรหาทางใช้เครื่องมือหรือมาตรการที่สามารถป้องกันการเกิดอุบัติเหตุได้ และควรเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังในบุคลากรกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ศัลยแพทย์ และพยาบาลที่ทำหน้าที่ฉีดยาผู้ป่วย

จาก บทคัดย่อผลงานวิชาการนำเสนอ
ในการประชุมวิชาการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปี ๒๕๔๙
วันที่ ๔-๖ กันยายน ๒๕๔๙ ณ โรงแรมปรินซ์ พาเลซ กรุงเทพมหานคร