นักวิจัยนักการศึกษาที่มาเสนอผลงานต่างมีความตั้งใจดี คณะกรรมการที่ร่วมรับฟังเติมในส่วนที่อยากจะเห็นอยากจะให้มันเกิดขึ้นในอนาคต ในประเด็นภูมิปัญญาท้องถิ่นมีรายละเอียดที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติรวบรวมไว้ดังนี้

  ผมเป็นบ้านนอกคนเดียวที่ไปนั่งหัวโด่ ในที่ประชุมคณะอนุกรรมการสภาการศึกษาเฉพาะกิจ ศึกษาภาพการศึกษาไทยในอนาคต10-20ปีวันนี้ เสียงจากชนบทกระจิ๋วหลิว ยกมือเสนอมุมมองการศึกษาของชาวอีสานเรา เล่าให้คณะฯฟังว่าพวกครูไกลปืนเที่ยงต้องต่อสู้กับปัญหาอะไร ได้ค้นคิดรูปแบบการศึกษาเพื่อรองรับอนาคตอย่างไร เสนอให้แล้วนะครับ ส่วนผลจะเป็นประการใดนั้น สภาการศึกษาแห่งชาติจะประชุมใหญ่อีกครั้งหนึ่งในวันที่22-23เดือนกุมภาพันธ์ 2550 ณ ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ กรุงเทพฯ  

       

ในวันดังกล่าวจะมีการนำเสนอผลการศึกษาวิจัยด้านต่างๆ เช่น

1.     ด้านสังคม โดย สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

2.     ด้านเศรษฐกิจและลักษณะของการผลิตและการบริการโดย สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

3.     ด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานโดย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

4.     ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมโดย สำนักพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

5.     ด้านการเมืองการปกครองโดย สถาบันพระปกเกล้า

6.     ด้านประชากรโดย สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล นักวิจัยนักการศึกษาที่มาเสนอผลงานต่างมีความตั้งใจดี คณะกรรมการที่ร่วมรับฟังเติมในส่วนที่อยากจะเห็นอยากจะให้มันเกิดขึ้นในอนาคต ในประเด็นภูมิปัญญาท้องถิ่นมีรายละเอียดที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติรวบรวมไว้ดังนี้

 พบว่าประเทศไทยมีผู้รู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในสาขาต่างๆ จำนวยกว่า 1.7ล้านคน กระจายอยู่ทุกภูมิภาคของประเทศ จำแนกได้ 10 ประเภท  เกษตรกรรม อุตสาหกรรมและหัตถกรรม แพทย์แผนไทย การจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม กองทุนและธุรกิจชุมชน สวัสดิการ ศิลปกรรม การจัดการ ภาษาและวรรณกรรม ศาสนาและประเพณี  

ย่างไรก็ตามในช่วงที่ผ่านมา พบว่า ทรัพยากรบุคคลเหล่านี้ยังไม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆอย่างจริงจัง สาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากการขาดนโยบายและแผนที่ชัดเจน แม้ในระยะที่ผ่านมาจะมีการปฏิรูปการศึกษาที่ให้ความสำคัญ กับการนำผู้รู้ภูมิปัญญามาเป็นครูภูมิปัญญาไทย เพื่อหวังให้บุคคลเหล่านี้ได้เข้ามามีส่วนร่วม ช่วยในการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน ทั้งในระบบและนอกระบบที่ยึดเด็กเป็นศูนย์กลางและการปรับปรุงหลักสูตรท้องถิ่น แต่ในทางปฏิบัติยังขาดกลไกการดำเนินงานและผลักดันสู่การปฏิบัติอย่างจริงจังและต่อเนื่อง    

ผมนั่งฟังทฤษฎีเกยตื้นแล้วก็เหนื่อย คิดได้..แต่หาคนทำไม่ได้

  • หลักสูตรท้องถิ่นมีสักกี่โรงที่ทำ
  • การเรียนนอกระบบมีสักกี่โรงที่เอาไปคิด
  • การใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นมาเป็นตัวช่วยก็แทบจะนับโรงเรียนได้
  • การสอนแบบบูราณาการมีไว้สำหรับอ้างอิงลมๆแล้งๆ

แทนที่จะใช้ศักยภาพผู้อาวุโสในชุมชน  กลับเอาลูกมาโยนไว้ให้ตา-ยายเลี้ยงแล้วกลับไปเผชิญโชคที่เมืองกรุง ถามว่าผลพวงการศึกษาเป็นอย่างไร

ฟันธงได้ว่า

คนชนบทไม่มีความรู้ที่จะอยู่ในท้องถิ่น บ้านแตกสาแหรกขาดยิ่งกว่าสมัยมังกะยอชะวายกทัพบุกเสียอีก ผมไม่รู้ว่าสังคมไทยจะฝากความหวังไว้กับการศึกษาได้แค่ไหน ยิ่งฟังท่านเม็กดำบอกก็ยิ่งหนาว การศึกษานี่แหละเป็นผู้ยัดเหยียดความล้มเหลวให้แก่เด็ก .

.วันนี้สังคมไทยมีความรู้จำกัด แถมเป็นความรู้ที่ล้าหลัง เพราะไปยืมจมูกคนอื่นมาเรียนรู้ ในวิทยานิพนธ์อ้างแต่ทฤษฎีของคนโน้นคนนี้จนเปรอะหน้ากระดาษ มีสักกี่คนที่รู้ถึงร่องรอยการได้มาของทฤษฎีเหล่านั้น   

ถามว่าผิดไหม ไม่ผิดหรอก แต่น่าจะเพลาๆลงบ้าง อ้างสิ่งที่ตนเองค้นพบแม้สักปลายนิ้วจะไม่ได้เลยเชียวหรือ ครูบาอาจารย์ในมหาวิทยาลัย ควรจะค้นคว้าด้วยตนเองให้ชัดๆ แล้วนำความรู้เหล่านั้นมาสอนลูกศิษย์ เด็กๆจะได้เรียนความรู้สดๆแทนความรู้เหี่ยวๆ