ดิฉันได้นำกิจกรรม "เรื่องดีที่ภูมิใจ" ในค่ายเบาหวาน ครั้งที่ ๑๒ ของ รพ.เทพธารินทร์ มาลงในบล็อกคราวที่แล้วว่าเราทำอะไรและมีการเตรียมการอย่างไรบ้าง คราวนี้คุณธัญญา หิมะทองคำ เล่าถึงบรรยากาศของกิจกรรมและความรู้ปฏิบัติของผู้ป่วย รวมทั้งความคิดเห็นของทีมงานค่ะ
วัลลา ตันตโยทัย วันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๔๘
บรรยากาศและความรู้จากกิจกรรม "เรื่องดีที่ภูมิใจ"
ดิฉันได้รับการจ่ายงานให้เป็น "ผู้อำนวยการ" ของกิจกรรมนี้ เลยสบาย มีโอกาสได้เดินไปเดินมา สอดส่องดูบรรยากาศของทุกกลุ่ม
โดยทั่วไปทุกกลุ่มจะมีสมาชิกซึ่งเห็นแววความเป็นผู้นำและผู้ชอบเล่า จะเป็นผู้พูดหลัก เรื่องที่เล่านั้นบางครั้งได้รับการตระเตรียมรวบมาเป็นประเด็นตบท้ายเรื่องเล่าให้อย่างดี ประหยัดพลังงานของคุณอำนวยและคุณลิขิตในการสรุปประเด็น บางครั้งเป็นการเล่าเรื่องไปเรื่อยๆ โดยมีประเด็นฝังอยู่ให้เราได้ช่วยกันขุดออกมา และหลายครั้งเป็นการเล่าเรื่องที่ไม่ตรงประเด็น หนักไปทางการเล่าประสบการณ์เบาหวานของตน โดยปะปนสารพัดเรื่องในนั้น ทั้งเรื่องยา เรื่องเจาะเลือด เรื่องอาหาร เรื่องหาหมอ เรื่องความกลัว และอื่นๆ อีกมากมาย และหลายครั้งที่ออกนอกเรื่องเบาหวานไปเลย เช่น ลูกทำอะไรที่ไหนบ้าง เมื่อเป็นอย่างนี้ ดิฉันก็แอบเห็นคุณอำนวยพยายามหาช่องแทรก เพื่อหาแลนดิ้งให้กับสมาชิกท่านนั้นๆ
การเล่าเรื่องถึงแม้หลายครั้งจะออกนอกประเด็น แต่เรื่องทุกเรื่องมีแต่ทำให้เกิดผลบวกกับบรรยากาศทั้งสิ้น เห็นได้ว่าสมาชิกกลุ่มแต่ละคนตื่นเต้นที่ได้เล่าประสบการณ์เบาหวานของตนเอง และตื่นเต้นที่ได้รับฟังประสบการณ์เบาหวานของผู้อื่น เหมือนกับรู้สึกมีเพื่อน ต่างก็ได้เรียนรู้ว่าอย่างนั้นก็มีด้วย แต่ละกลุ่มนั้นมีความหลากหลายมาก ทั้งผู้ที่เพิ่งพบว่าตนเป็นเบาหวาน ผู้ที่เป็นเบาหวานมาเป็นสิบปี ผู้ที่ไม่ต้องทานยาเลย ผู้ที่ต้องทานยา ผู้ที่ต้องฉีดยา หลากอาชีพ หลากระดับความรู้ และในบางกลุ่มหลายอายุอีกต่างหาก (มีน้องอายุ ๑๗ เป็นสมาชิกผยู่ด้วย)
สรุปประเด็น
หลังจบกิจกรรมเราได้ส่งชาวค่ายไปเที่ยวชมโบราณสถานของจังหวัดปราจีนบุรี แต่มีบางส่วนเหลืออยู่ที่โรงแรมทำการประมวลประเด็นที่เก็บได้มาโดยอาศัยบันทึกจากคุณลิขิต เราส่งประเด็นที่ประมวลได้นี้ให้คุณอำนวยในคืนวันอาทิตย์นั้น และในเช้าวันจันทร์ที่ ๑๔ พ.ย. เราได้จัดให้คุณอำนวยของทุกกลุ่มขึ้นเวที ๓ นาที เล่าประเด็นต่างๆ ที่ได้มาให้ชาวค่ายทั้งหมดฟัง ประเด็นเด็ดๆ ย่อมาเล่าให้ฟัง ดังนี้ค่ะ
อร่อยนอกบ้าน
- ของชอบอร่อยได้ ถึงแม้เป็นขาหมู แต่กินน้อยๆ
- ไม่ตามใจปาก อย่ากินจนกระเพาะคราก ระวังของที่แสลงกับเบาหวาน
- หากกินโต๊ะจีน ต้องวางแผนว่าจะกินอะไรบ้างตั้งแต่ต้น รู้ว่าจะมีอาหาร ๘ อย่าง ก็อย่าโหมทานตั้งแต่จานที่ ๑ ที่ ๒ ให้เหลือโควต้าสำหรับจานหลังๆ ด้วย
- ดื่มแต่น้ำเปล่า น้ำหวานให้งด
- อย่าเสียดายของ
- อย่าหากำไรกับการกินบุฟเฟ่ อย่าพยายามคำนวณว่าต้องกินเท่าไรจึงจะคุ้ม
- ไม่ต้องปฏิเสธการเข้าสังคมเพราะต้องคุมอาหาร เราเรียนรู้และเลือกทานได้
- มาเข้าค่ายเรียนรู้เรื่องเบาหวาน จะได้รู้ว่าจะเลือกกินอย่างไร
ไม่พลาดเรื่องยา
- เมื่อต้องเดินทางจะเก็บยาไว้ ๒ ชุด ใส่กระเป๋าใหญ่ ๑ ชุด หิ้วเอง ๑ ชุด และแยกเป็นมื้อๆ เช้า กลางวัน เย็น เมื่อลืมจะรู้ทันที เพราะยาจะเหลืออยู่
- ใช้กล่องยา หาคนอื่นมาจัดยาให้ จะได้ไม่งง
- เจาะเลือดดูน้ำตาล ถ้าสูงก็ฉีดอินซูลิน
- ลูกชายซื้อตลับยาชนิดมีเสียงร้องเตือน เมื่อเปิดกินยาแล้วกดปุ่มไว้ เมื่อถึงเวลาต้องกินยาครั้งถัดไป กล่องจะร้องเตือน
- กินข้าวพร้อมกันหลายๆ คน เห็นคนอื่นหยิบยาขึ้นมาทานหลังอาหาร ก็จะจำได้ว่าตัวเองก็ต้องกินด้วยเหมือนกัน
- เตรียมผ้าม่านบังให้พร้อมในรถ เมื่อถึงเวลาต้องฉีดอินซูลิน จะได้ฉีดได้เลย
- ใช้กล่องยา ๗ กล่อง สำหรับ ๗ วันเลย
- ใช้ความรู้สึกเจ็บ ชินแล้วว่าเวลานี้ของวันจะต้องเจ็บ ถ้ายังไม่เจ็บ แสดงว่ายังไม่ได้ฉีดยา
- ใช้โทรศัพท์มือถือตั้งปลุกเตือน
- จดบันทึกหรือทำเครื่องหมายไว้ทุกครั้งหลังกินยา จะได้กลับมาดูได้ว่ากินไปหรือยัง
ร่าเริงออกกำลัง
- ใช้วิธีออกกำลังหลายๆ อย่างจะได้ไม่เบื่อ
- ไปออกกำลังที่สวนสาธารณะ ทำให้เจอคน เจอเพื่อนใหม่
- เริ่มต้นออกกำลังด้วยเวลาน้อยๆ แล้วค่อยๆ เพิ่มขึ้น
- ใช้ความไม่อยากกินยากระตุ้นให้ไปออกกำลังกาย เพราะออกกำลังกายแล้วสามารถลดยาลงได้เรื่อยๆ
- จะออกกำลังกายต้องเรียนรู้ก่อน เพราะบางอย่าง เช่น แอโรบิก อาจทำให้เจ็บเข่าได้
ถนอมเท้า
-
ใส่ถุงเท้าและรองเท้าตลอดเวลา ทั้งในบ้านและนอกบ้าน
-
ตัดรองเท้าสำหรับตนเองโดยเฉพาะ
-
ใส่รองเท้าที่ไม่สูงหรือเตี้ยเกินไป
-
สังเกตสีของเท้า ถ้ามีสีดำหรือผิดปกติก็ดูแลปรึกษาแพทย์ทันที
-
เมื่อเจ็บเท้า หยุดกิจกรรมทันที โดยไม่ต้องรอความรู้สึกว่าจะเจ็บมากหรือน้อย
-
บอกทุกๆ คนในบ้านว่าตนเองเป็นเบาหวาน เพื่อให้ทุกๆ คนในบ้านช่วยกันระมัดระวังไม่ให้มีเศษวัสดุมีคมตกหล่นตามพื้น
-
เมื่อล้างเท้าแล้ว เช็ดให้แห้งสะอาดอยู่เสมอ ทาโลชั่นให้เท้าชุ่มชื้น
-
ระมัดระวังสายรัดรองเท้าไม่ให้ถูกรองเท้ากัด
ตามติดน้ำตาล
-
ใช้เครื่องวัดระดับน้ำตาล
-
ดูที่ค่าน้ำตาลเฉลี่ย
ทีมงานคิดเห็นอย่างไร
เราคิดว่าเหตุผลที่การสนทนาออกนอกประเด็นมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับหัวข้อที่เราเลือกขึ้นมา ซึ่งครั้งนี้นั้นหัวข้อมีความยากง่ายต่างกันพอสมควร หัวข้อที่ง่าย เช่น ไม่พลาดเรื่องยา หัวข้อที่ยาก เช่น อร่อยนอกบ้าน หรือ ตามติดน้ำตาล
หัวข้อที่ง่าย คือ แม้แต่ผู้ที่ยังไม่เคยเข้าค่ายหรือยังไม่เคยเรียนรู้เรื่องโรค และการดูแลตนเองมากนักสามารถร่วมแจมได้ ตัวอย่างเช่น เรื่องของการไม่ลืมกินยา ไอเดียต่างๆ สามารถออกมาจากใครๆ ก็ได้แทบทุกคน แต่สำหรับหัวข้อ เช่น อร่อยนอกบ้านนั้น เป็นหัวข้อที่ยากสำหรับผู้ที่ยังไม่เคยเรียนรู้เรื่องอาหารเลย ซึ่งปีนี้เราก็มีสมาชิกค่ายใหม่ (เพิ่งมาค่ายเป็นครั้งแรก) ร่วมอยู่ไม่น้อย เมื่อยังไม่ค่อยเข้าใจหรือมีประสบการณ์ในการควบคุมอาหารมากนัก จึงมักเล่าเรื่องที่ไม่ตรงประเด็นหรือขอเป็นผู้ฟังเกือบตลอดรายการ
ดังนั้น การจัดหัวข้อและจัดกลุ่มของผู้ร่วมสนทนาสำคัญมาก ถึงแม้เห็นปัญหาที่กล่าวมา แต่เราก็ยังเห็นว่ากิจกรรม "เรื่องดีที่ภูมิใจ" นี้ประสบความสำเร็จ เราได้พัฒนาจากการพูดคุยกับแพทย์สารพัดเรื่อง มาเป็นการแบ่งหมวดหมู่เรื่องที่จะพูดคุย ทำให้ผู้ร่วมกิจกรรมสามารถจับประเด็นและเคล็ดลับกลับบ้านไปได้ง่ายขึ้น เราได้ให้โอกาสตัวเองในการฟังประสบการณ์ของผู้เป็นเบาหวานมากขึ้น ในขณะที่ผู้เป็นเบาหวานก็ยังมีโอกาสได้เล่าและฟังประสบการณ์ของผู้อื่นเหมือนเดิมเช่นเดียวกับเมื่อเราทำกิจกรรม "พบแพทย์"
เล่าเรื่องโดย: คุณธัญญา หิมะทองคำ
ขอบคุณครับ สำหรับเรื่องดีๆ ที่ได้จากการปฏิบัติจริง