GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

รถยนตร์, น้ำมัน กับการประหยัด

ขับรถกลางคืนประหยัดน้ำมันกว่ากลางวัน/เติมน้ำมันตอนเช้า จ่ายเงินเท่าเดิมแต่ได้น้ำมันมากขึ้น

    การประหยัด คือ การรู้จักใช้ให้เกิดประโยชน์ (กับตัวเองและผู้อื่น) นี่เป็นนิยามที่ผมคิดขึ้นเอง ซึ่งคงได้อิทธิพลมาจากสิ่งแวดล้อม (คน,สัตว์,สิ่งของ,ธรรมชาติ)

    เช้าวันนี้ มีภาระกิจที่ต้องขับรถยนตร์เข้าไปในเมืองพิษณุโลก น้ำมันก็กำลังใกล้จะหมด สังเกตราคาน้ำมัน เมื่อวันก่อนน้ำมันดีเซลลดราคาเหลือ 23.01 บาท/ลิตร  วันนี้น้ำมันเบนซินลดลง 40 สตางค์ เบนซิน 91 ลดเหลือ 24.76 บาท ดูภาพประกอบ

     
   

ราคาน้ำมันพิษณุโลกวันนี้

(18 พ.ย. 48  6 โมงเช้า)

ดีเซล : 23.01 บาท

ดีเซลพิเศษ : 24.01 บาท

(ฟอร์มูล่าร์ดีเซล)

เบนซิน 91 : 24.76 บาท

แกสโซฮอล์ 95 : 24.06 บาท

เบนซิน 95 : 25.56 บาท

 

ที่พิษณุโลก ในเขตเมืองก็มีแก๊สโซฮอล์ขาย มีทั้งแบบ 95 (เป็นส่วนใหญ่) แต่ก็มีแบบ 91 ด้วย

   ราคาเบนซิน 91 กับราคาดีเซลธรรมดาต่างกันประมาณ 1.75 สตางค์ ขณะที่ราคาแก๊สโซฮอล์ 95 ราคาถูกกว่าเบนซิน 95 อยู่ 1.50 บาท

   มาดูราคาน้ำมันในกรุงเทพฯ กันบ้าง ว่าต่างกับพิษณุโลกอย่างไร ราคาน้ำมันพิษณุโลกแพงกว่ากรุงเทพเพราะบวกค่าขนส่งเพิ่ม (ถ้าไปอุตรดิตถ์ซึ่งห่างจากพิษณุโลก 100 กิโลเมตร ราคาน้ำมันจะแพงขึ้นลิตรละ 10 สตางค์)

   ชนิดของน้ำมัน

ราคา

ราคา

หมายเหตุ

     พิษณุโลก    กรุงเทพฯ   
   

 (บาท)

 (บาท)

พล.แพงกว่ากท 32  สต.
 

ดีเซล

 23.01

22.69

 

 

ดีเซลพิเศษ

 24.01

23.69

 

 

เบนซิน 91

 24.76

24.44

 

 

เบนซิน 95

 25.56

25.24

 

 

แก๊สโซฮอล์ 91

 23.76

23.44

บางจาก 23.24 บาท

 

แก๊สโซฮอล์ 95

 24.06

23.74

(ถูกกว่าเจ้าอื่น 20 สต.)

 (ใครอยู่กรุงเทพฯ เติมแก๊สโซฮอล์ 91 ของบางจาก ถูกกว่าแก๊สโซฮอล์ 95 ทั่วไปถึง 50 สตางค์)

    ผมมีรถกระบะอยู่ 2 คัน คันหนึ่งใช้เบนซิน 91 อีกคันใช้น้ำมันดีเซล จึงต้องติดตามราคาน้ำมันพอสมควร ผมต้องใช้รถสลับกัน เช้าใช้ 1 คัน บ่ายใช้อีก 1 คัน หรือ สลับกันวันเว้นวัน วิ่งจากที่พักมาที่ทำงานประมาณไม่เกิน 300 เมตร (ประหยัดน้ำมันน่าดู)  เผอิญรถเบนซินของผมเป็นรุ่นเก่าไม่ใช้หัวฉีดใช้แก๊สโซฮอล์ไม่ได้ เลยต้องใช้เบนซิน 91 ต่อไป

   เคยคิดจะขี่จักรยานหรือเดินมาทำงานเพื่อความประหยัด แต่เคยจอดรถทิ้งไว้หลายวัน พอจะใช้ทีต้องไปซ่อม ค่าซ่อมแต่ละครั้งแพงกว่าค่าน้ำมัน รถยนต์ 2 คัน ใช้น้ำมันรวมกันเดือนละไม่ถึงพัน (ถ้าไม่ไปไหนไกล) เช่น จอดไว้นาน แบ๊ตเดอรี่ไม่ได้ชาร์จ ไฟหมด แบตฯเสีย ซื้อใหม่ก็ประมาณ 1,500 บาท (รถผมคันหนึ่งอายุ 17 ปี, อีกคันหนึ่งอายุ 12 ปี)

   มีอาจารย์ท่านหนึ่งในมน. มีรถแต่ขับไม่ได้ (เพราะเคยเกิดอุบัติเหตุ) รถจอดทิ้งไว้นานหลายเดือน แบตฯหมดไป 3 ลูกแล้ว ผมเลยแนะนำให้ถอดขั้วแบตเตอรี่ขั้วบวกออกเพื่อรักษาแบตฯให้อยู่ได้นาน ๆ

    ผมมีวิธีประหยัดเงินในกระเป๋า เกี่ยวกับการใช้รถครับ

  1. เติมน้ำมันตอนเช้า 6 โมง (ถ้าบ้านอยู่ใกล้ปั้ม) หรือเติมตอนกลางคืน เพราะน้ำมันเติมเป็นปริมาตร ถ้าอากาศเย็นน้ำมันเป็นของเหลวจะหดตัว เราก็จ่ายเงินเท่าเดิมแต่ได้น้ำมันมากขึ้น
  2. ขับรถใช้ความเร็วไม่เกิน 90 กิโลเมตร/ชั่วโมง จะประหยัดน้ำมันได้ 10-20 เปอร์เซนต์
  3. เลือกใช้รถประหยัดน้ำมัน
  4. ใช้รถดีเซลประหยัดค่าน้ำมันกว่ารถเบนซิน (แต่ราคารถดีเซลแพงกว่ารถเบนซิน = รถกระบะ) ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการใช้งาน
  5. พยายามอย่าจอดรถเบนซินกลางแจ้งเพราะน้ำมันจะระเหยไปได้บางส่วน
  6. ถ้าใช้รถเบนซินเลือกใช้แก๊สโซฮอล์ จะประหยัดได้ 1.50 สตางค์ (สำหรับ แบบ 95)
  7. ขับรถกลางคืนประหยัดน้ำมันกว่ากลางวัน (ความร้อนน้อยกว่า เครื่องทำงานหนักน้อยกว่า แอร์ไม่ต้องทำงานหนัก เครื่องจึงไม่ฉุด)

     มีความรู้มาให้เท่านี้ครับ ใครทราบแล้วก็ผ่านไป......สุดท้ายใครรู้ไหมว่า ทำไมน้ำมันตัวหนึ่งเป็นของเหลวเหมือนกันแต่ทำไมเรียกว่า "แก๊ส" โซฮอล์ครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 7492
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 9
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (9)

???????

อาจานครับ มีงานเสริมให้ทำมะครับ 0848183625

สวัสดีค่ะ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เสนอแนะทางออกในการปรับตัวเพื่อรับมือกับปัญหาน้ำมันที่มีราคาแพงขึ้นมากด้วยวิธีการปฏิบัติตนอย่างง่าย ๆ 10 วิธี คือ 1.ปรับแผนการเดินทางไป-กลับที่ทำงาน/สถานศึกษาใหม่

2.ใช้เส้นทางลัด

3.ปฎิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด

4.หมั่นตรวจสอบสภาพเครื่องรถยนต์ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ


5.ศึกษาวิธีการขับรถอย่างชาญฉลาด

6. เลือกเติมน้ำมันในสถานีบริการน้ำมันที่มีคุณภาพมาตรฐาน

7.ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน การท่องเที่ยวและการพักผ่อน

8.ใช้ระบบการติดต่อสื่อสารให้มากขึ้น

9.ใช้ระบบรถร่วมทาง( Car Pool ) และ

10.จับจ่ายซื้อของใกล้บ้านไม่ต้องขับรถไป

 แกสซโฮอลล์เป็นพลังงานทดแทน
มันช่วยชลอการสูญสิ้นพลังงานให้หมดช้าลงประการหนึ่ง
อีกประการหนึ่งคือเติมแล้วก็ไม่ก่อให้เกิดผลเสียกับเครื่องยนต์
นั่นคือประเด็นที่เขารณรงค์กัน

แกสโซฮอลล์ บ้านเราตอนนี้เป็น E10 หมายถึงมี เอธานอล10% แกสโซลีน(เบนซิน)90%

อย่างไรก็ตาม เอธานอลเราผลิตได้เองในประเทศ

สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัด
จากการทดสอบครั้งนี้ คืออัตราเร่งสูงสุด ที่เมื่อเป็นแก๊สโซฮอล์ แล้ว
ออกจะทำได้น้อยกว่าเบนซิน 95

เช่นบีเอ็มดับเบิลยู ที่เติมเบนซิน 95 ข่าวสดยานยนต์ ทำไว้ได้ 200
กิโลเมตร/ชั่วโมง คันที่เติมแก๊สโซฮอล์ ทำได้ 170-180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
แบบต้องขยี้คันเร่งเล็กน้อย ส่วนนิสสัน ทีด้า ไม่ต่างกันมากจนรู้สึกได้

ส่วนเรื่องอาการของเครื่องยนต์ไม่มีสะดุด
หรือมีอะไรที่ติดขัดให้ได้รู้สึกเลยทั้งคู่

สำหรับอัตราสิ้นเปลืองผลที่ได้สำหรับ บีเอ็มดับเบิลยู คันที่เติมแก๊สโซฮอล์
วิ่งได้ 11.07 กิโลเมตร/ลิตร คันที่เติมเบนซิน 95 ได้ 11.03 กิโลเมตร/ลิตร

ส่วนนิสสันทีด้า คันที่เติมแก๊สโซฮอล์ ทำไว้ 13.08 กิโลเมตร/ลิตร
และคันที่เติมเบนซิน 95 ทำได้ 13.29 กิโลเมตร/ลิตร

หากคำนวณอัตราสิ้นเปลืองแล้ว จักพบว่าน้ำมัน 1
ถังเท่ากันแก๊สโซฮอล์จะประหยัดเงินกว่าถึง 10%

การทดสอบด้านต่างๆ ของสมรรถนะเครื่องยนต์ อัตราเร่ง และความสิ้นเปลือง
แทบไม่มีความต่าง ยิ่งหากเป็นรถซีดานทั่วไปแล้ว
แทบแยกกันไม่ออกด้วยซ้ำว่ากำลังใช้น้ำมันอะไรอยู่

  • ขอบคุณครับ
  • ข้อมูลละเอียดดีมากครับ

แล้วทำไม่ ถึงใช้ว่า  "แก๊ส" ละครับ ในเมื่อเป็นใช้เอานอล และ เบนซิน

  • นั่นซิครับ คุณ person ยังไม่มีใครมาให้คำตอบผมเลย.. แล้วผมก็ยังไม่ไปค้นคำตอบด้วย

พอดีวันนี้ไปเติมน้ำมันรถยนตร์ เลยอยากจะเปรียบเทียบราคาเมื่อวันที่ ๕ ก.ค. ดังนี้ (ปั๊มปตท.พิษณุโลก)

  • น้ำมันดีเซล ราคาลิตรละ ๒๕.๗๓ บาท
  • แก๊สโซฮอล์ 95 ราคาลิตรละ ๒๗.๐๘ บาท
  • ส่วนเบนซิน ๙๑ ราคาลิตรละ ๒๙.๕๘ บาทครับ

ให้ความรู้คีมากค่ะ

  • ขอบคุณ คุณอัจฉราพรรณ ที่เข้ามาให้กำลังใจ

ปลั๊กประหยัดน้ำมัน นวัตกรรมการประหยัดน้ำมัน แบบใหม่ 1 เดียวในโลกโดยคนไทย จดลิขสิทธิ์แล้ว ทะเบียนลิขสิทธิ์เลขที่ 0701002548

สอบถาม พรเลิศ 086-314-3238