25 มกราคม 2550 

วันนี้ได้เข้าร่วมประชุมภาคีราชการครั้งที่ 6 ซึ่งจัดที่กรมสุขภาพจิต ตอนแรกไม่อยากไปเท่าไหร่….แต่ก็ลองไปดูเผื่อได้ประเด็นอะไรใหม่ๆ มาทำงานต่อ

งานเริ่ม 9 โมงตรงเวลา คนในห้องประชุมใหญ่ซึ่งจัดเป็นรูปตัวยู 2 ชั้น แน่นขนัดไปด้วยภาคีราชการ ทั้งใหม่และเก่ารวมแล้ว 19 หน่วยงาน ที่ประชุมเริ่มประเด็นหลักๆ ด้วยการให้ผู้ที่ได้เข้าร่วมในงานมหกรรมการจัดการความรู้แห่งชาติครั้งที่ 3 ได้AAR กัน สาระมีไม่มากเพราะส่วนใหญ่จะเป็นภาคีเก่าๆ ของสคส.ทั้งสิ้น เช่น กรมส่งเสริมการเกษตร กรมสุขภาพจิต กรมอนามัย รพ.ศิริราช เวลามีไม่มาก อ้อ สคส.เลยเข้าสู่ประเด็นสำคัญคือให้ภาคีราชการ แลกเปลี่ยนแผนของแต่ละหน่วยงานในการผลักดันแผนการจัดการความรู้สู่เป้าหมายในปี 2550

เริ่มต้นที่กรมสุขภาพจิต

ท่านรองอธิบดี เป็นผู้นำเสนอ (แบบถูกลูกน้องสั่ง…น่ารักดี เพราะสมัยนี้หานายที่ยอมให้ลูกน้องสั่งยาก…สั่งในที่นี้น่าจะหมายถึงการเปิดโอกาสให้ลูกน้องแสดงศักยภาพค่ะ)

ท่านนำเสนอด้วยpowerpoint ซึ่งมีความชัดเจนอยู่ในตัว มากๆ เป็นภาพการนำKM ไปใช้ในหน่วยงาน 2 ปีที่ผ่านมาและเห็นความชัดเจนของเป้าหมายและตัวเดินเรื่องในปี 50 อย่างชัดเจน

คือ เนื่องจากในปีนี้กพร.ได้ปรับเปลี่ยนตัวชี้วัดเรื่องKM ให้ไปผูกโยงกับยุทธศาสตร์หลักของหน่วยงาน ทำให้หน่วยงานทำงานได้ง่ายขึ้น ซึ่งในส่วนของกรมสุขภาพจิตได้นำเครื่องมือการจัดการความรู้ไปใช้เพื่อให้บรรลุยุทธศาสตร์2 ใน 3 เรื่อง หนึ่งในนั้นคือเรื่อง “การพัฒนาและถ่ายทอดความรู้เทคโนโลยีด้านสุขภาพ” โดยมีโรงพยาบาลศรีธัญญาและโรงพยาบาลด้านสุขภาพจิตอีก 10 แห่งร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้

สำหรับยุทธศาสตร์ที่สอง มีศูนย์สุขภาพจิตที่ 2 เป็นทีมนำ แลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องความเคลียดและการจัดการความเคลียด โดยที่บทบาทของสำนักพัฒนาสุขภาพจิตเป็น “คุณอำนวยระดับกรม” ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงในการผลักดันความก้าวหน้าของหน่วยงาน

ซึ่งในวันที่ 27-28 กุมภาพันธ์นี้จะมีการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เรื่อง EK กัน

ความคืบหน้าอีกอันหนึ่งก็คือท่านรองอธิบดีอาจจะร่วมมือกับสสส. สคส. จัดทำศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่นในปีนี้ก็เป็นได้

ในส่วนของกรมส่งเสริมการเกษตร

ยังไม่มีอะไรคืบหน้า แต่เท่าที่ฟังดูเหมือนว่าหลังจากงานมหกรรมKM3 ท่านจะพอใจในผลงานของลูกน้อง ส่งผลให้คุณธุวนันท์ถูกยืมตัวไปช่วยงาน KM ที่สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ซึ่งทีม PC ก็น่าจะจับตามองไว้

ด้านกรมอนามัย

ยังคงน่าติดตามไปที่การดึงอบต.เข้ามามีส่วนร่วมในเรื่องของเมืองน่าอยู่ซึ่งเร็วๆ นี้จะมีเวทีขึ้นในส่วนของอบต.ในจังหวัดนนทบุรีก่อน ต้องติดตามกันต่อไป

นอกจากนี้ยังมีประเด็นน่าติดตามไปที่ กรมการปกครองซึ่งมีเครือข่ายอยู่ทั่วประเทศ (ปลัด นายอำเภอ )จะทำเรื่องการจัดการความรู้เหมือนกัน และทราบมาว่ามีวิทยาลัยการปกครองเป็นตัวหลักในการขับเคลื่อนงานนี้ก็น่าติดตามต่อเช่นกัน

ปล. ส่วนภาคีอื่นๆ นอกเหนือจากนี้มาฟังอย่างเดียวค่ะ ยังไม่กล้าแลกเปลี่ยน อาจเป็นเพราะไม่แน่ใจว่าที่ตัวเองทำอยู่มันถูกหรือผิดหรือไม่อย่างนั้นก็ยังไม่ได้ KM แต่มาดูลาดเล่า

***** ส่วนการประชุมภาคีราชการครั้งที่ 7จะจัดในวันที่ 19 เมษายน 2550 ที่กรพ.