ช่วงนี้  รู้สึกโล่ง สบายๆ กว่าหลายเดือนที่ผ่านมา เพราะอยู่ระหว่างการพักภารกิจด้านบริหารชั่วคราว (ม.ค.-เม.ย.) โดยมีคำมั่นกับตนเองไว้ว่าจะสะสางงานวิจัยที่คั่งค้าง  แต่ถึงวันนี้ก็ เวลาก็ล่วงไปกว่าค่อนเดือนของมกราแล้ว  ยังไม่ได้เริ่มอะไรจริงจัง   ยังเข้าไปเกี่ยวข้องกับงานอื่นๆ   ก็รู้ตัวเองค่ะว่า คงเพราะ “ใจ” และ "ความนึกคิด" ของเรามีเรื่องอื่นๆ อยู่มาก  ทำให้ไม่มีสมาธิกับงานวิจัยที่จะต้องสะสาง

เวลานึกถึงเรื่องสมาธิในการทำงานทีไร ทำให้นึกย้อนไปตอนเป็นที่ยังเด็กค่ะ  เรามักทำอะไรๆ ได้ดีในตอนเป็นเด็ก เหตุหนึ่งเพราะเราคงมีเรื่องรบกวนสมอง และ จิตใจเราน้อยกว่าตอนเป็นผู้ใหญ่มาก

ตอนเป็นเด็ก ตนเองมีงานอดิเรกอย่างหนึ่งที่คิดว่าทำได้ดี  จะเรียกว่างานอดิเรกก็ไม่แน่ใจว่าจะใช่  เพราะทำได้เพียงปีละ 1-2 ชิ้นเท่านั้น และกว่าจะทำได้แต่ละชิ้น ก็ต้องมีปัจจัยอะไรหลายๆ

งานที่ว่าก็คือ การวาดรูปเหมือนด้วยลายเส้นดินสอ ไม่ได้ไปเรียนอะไรมาเป็นพิเศษ เป็นเพียงมือสมัครเล่น  ทำมาตั้งแต่เด็กๆ จนตอนเป็นนักเรียนแพทย์  วาดไว้เพียงปีละ 1-2 รูปเท่านั้น  บางรูปตั้งใจจะวาด ก็วาดไม่ได้ก็มี 

เคยนึกทบทวนว่า ทำไมบางรูป เราทำได้ บางรูปทำไม่ได้  ก็คิดว่าปัจจัยเหล่านี้ค่ะ ทำให้เราทำได้

  • จะต้องชอบหรือ in กับภาพต้นแบบที่เลือก
  • มีความ “อยาก” ที่จะวาดมาก ถึง มากที่สุด
  • ช่วงนั้น สมองต้องโล่ง จิตใจปลอดโปล่ง 
  • ขณะวาดต้องมีสมาธิ
  • อีกอย่างที่รู้สึกได้ คือ ต้องตั้งมั่น ให้สัญญากับตนเองว่า จะทำให้ได้ ต้องทำให้สำเร็จ 

เรียกว่า ต้องใช้ทั้ง ใจ กาย และ สติ  ในการวาดรูปแต่ละรูป จึงจะสำเร็จได้  
 

กลับมาในเรื่องงานวิจัยของตนเอง  ไม่ไปถึงไหนก็เพราะปัจจัยแห่งความสำเร็จยังบกพร่องอยู่มาก  คงต้อง ตั้งสติ ตั้งจิต ให้มั่นกว่านี้โดยเร็ว  พูดง่าย แต่ทำยากมากๆ