รถประจำทางในกรุงเทพฯ  ถ้าหากใครเคยสัมผัสและมีประสบการณ์  จะรู้ว่า...มีมากมายหลายสายเสียเหลือเกิน  และมีหลายประเภทด้วย....  รถร้อน  รถเย็น...  ราคาอัตราการเดินทางของแต่ละสายก็ไม่เหมือนกัน
ครูอ้อยประสบมาเมื่อวานนี้  เพราะต้องขึ้นรถประจำทางไปโรงเรียน  ครูอ้อยต้องถามคนที่บ้านก่อนเป็นอันดับแรกว่าต้องขึ้นรถสายอะไร   ขึ้นที่ไหน
การเดินทางก็ต้องมีทั้งขาไป  และขากลับ   ครูอ้อยไม่รอบคอบ  ถามแต่ขาไป  แต่ไม่ได้ถามขากลับ
แล้วรถประจำทางแต่ละสาย  แต่ละคันนั้น  กว่าจะมาถึง  ก็ยืนรอนานมาก  เมื่อมาถึง  ก็แน่นขนัด  ไม่ได้นั่ง  แถมยังโยกไปโยกมา  น่าเวียนศีรษะ
ตอนเย็นครูอ้อยออกจากมหาวิทยาลัย..เดินตามวัยรุ่น  พวกเธอต้องขึ้นรถประจำทางแน่ๆ   และก็.......ถูกต้องเลยคร้าบ 
ครูอ้อยฉลาดนะคะเรื่องนี้  แต่คงฉลาดได้ไม่นาน  เพราะ  ครูอ้อยเริ่มฉงนแล้วว่าจะขึ้นรถอะไร  สายอะไร  ค่ารถเท่าไร 
เคยรู้มาว่า  ถ้าให้เงินใหญ่  กระเป๋าจะว่าเอาได้  หากไม่เตรียมเงินขึ้นไป  ก็จะโดนว่าเอาได้  ครูอ้อยควักเงินออกมาถือไว้ก่อน  คงไม่เกิน 10 บาท  เมื่อเช้านี้ยัง 8 บาทเลย 
มาแล้ว  สาย 122   พ่อบ้านบอกมาเมื่อเช้านี้
พอครูอ้อยขึ้นไปได้  คนขับก็ออกรถเลย  โดยไม่สนใจว่าครูอ้อยจะยืนได้หรือยัง  อย่าคิดว่าจะได้นั่งเลย แค่ยืน  ครูอ้อยยังไม่ได้จับยึดอะไร  เธอก็ออกรถแล้ว  แถมกระตุกด้วย  ครูอ้อยเซไปโดนกระเป๋า......หมายถึงคนเก็นเงินนะคะ  
แทนที่เธอจะกันไม่ให้ผู้โดยสารอย่างครูอ้อยล้ม  กลับทำเป็นรำคาญที่ครูอ้อยเซไปถูกตัวเธอ 
พอดีครูอ้อยมองไปที่ส่วนหน้าของรถ  เห็นมีที่นั่งเดี่ยวว่างอยู่  ครูอ้อยค่อยๆย่องไปนั่งลง 
กระเป๋าก็เดินตามหลังครูอ้อยมา 
ครูอ้อยถามว่า   " ไปเซ็นทรัลหรือเปล่า "  
เธอตอบว่า  " ไป..นั่นไงอ่านป้ายที่ติดหน้ารถสิ  ไม่เห็นหรือไง " 
โอ้โฮ  ตอบเยอะจัง  ทำไมต้องทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก  ก็ตอบแค่  " ไปค่ะ "  ไม่ได้หรือ 
สงสัยตอนเรียนหนังสือ  คงเรียนมาแบบตอบอย่างยาว  ไม่นิยมตอบอย่างสั้นๆ