ในยุคที่หลายคนต้องอพยพเข้ามาทำงานใน กทม. ตามภาวะเศรษฐกิจ หลายคนจากบ้านไปแล้วไปลับ ไม่ค่อยมีโอกาสได้กลับมาเยี่ยมบ้านมากนัก นอกจากปีใหม่ สงกรานต์

ความคิดถึงบ้าน ถูกถ่ายทอดผ่านบทเพลงมากมาย เพลงนี้เป็นมุมมองคิดถึงบ้านจากคนอีสานที่ทำงานในเมืองกรุง ซึ่งจะต่างกับเพลงคิดถึงบ้านของศิลปินท่านอื่นๆที่สื่อความรู้สึกของคนทุกภูมิภาค


เพลง "คิดถึงพ่อ คิดถึงแม่ คิดถึงบ้าน"
โดย ต่าย อรทัย


ได้ยินหมอลำ
ครวญคร่ำตามสายลมมา
สุดแสนเหว่ว้า
เมื่อมาพักอยู่เมืองไกล
มองสองข้างทาง
ตึกสูงบังฟ้าบังใจ
อกเอ๋ยอกคนบ้านไพร
น้ำตาหลั่งไหลไกลบ้าน

.เพราะความจน
จึงทำให้คนไกลถิ่น
นกน้อยโบยบิน
หากินไกลถิ่นเรือนชาน
แว่วยินเสียงพิณ
เสียงแคนแล่นลำขับขาน
ทำนองของเพลงพื้นบ้าน
แว่วหวานสะท้านฤดี

.ภาพพ่อแก่ๆ
ภาพแม่ชราตามวัย
ผุดขึ้นมายามใด
น้ำตาร่วงไหลทุกที
ลมเอ๋ยลม
พัดห่มความรักความดี
กลับบ้านไปบอกท่านที
ลูกนี้สุดแสนห่วงใย

.ลูกอยู่เมืองกรุง
จะมุ่งทำงานให้หนัก
พ่อแม่เป็นหลัก
ความรักเป็นกำลังใจ
สังคมวัตถุ
รุกรานลูกนั้นหวั่นไหว
ถึงจะอย่างไร
หัวใจยังรักบ้านเรา

ลูกอยู่เมืองกรุง
จะมุ่งทำงานให้หนัก
พ่อแม่เป็นหลัก
ความรักเป็นกำลังใจ
สังคมวัตถุ
รุกรานลูกนั้นหวั่นไหว
ถึงจะอย่างไร
หัวใจยังรักบ้านเรา
สิเป็นจั่งได๋
หัวใจยังรักบ้านเรา