สาระสำคัญที่ฝ่ายใดจะถูกต้องหรือไม่ อยู่ที่การแสดงว่าสินค้าทั้งสองชนิดเป็นกลุ่มประเภทเดียวกันหรือไม่ โดยของบริษัทซิสโก้เป็นผลิตภัณฑ์โทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ต (VoIP) ขณะที่บริษัทแอปเปิ้ลเป็นโทรศัพท์เคลื่อนที่ ทั้งนี้การฟ้องร้องจากซิสโก้ในขณะนี้ เป็นการฟ้องร้องในยุคของการบรรจบกันของอุตสาหกรรมไอทีและโทรคมนาคม ซึ่งไม่มีใครจะรับประกันได้ว่า ในอนาคตซิสโก้จะไม่ติดตั้งฟังก์ชันเพื่อรองรับการทำงานกับโทรศัพท์มือถือ หรือติดตั้งหน่วยความจำเพื่อรองรับการใช้งานมัลติมีเดียต่าง ๆ ลงในผลิตภัณฑ์ VoIP แบรนด์ไอโฟนของทางค่าย

เนื้อข่าวมีดังนี้

ตามคาด! ซิสโก้ฟ้องแอปเปิ้ล ข้อหาละเมิดใช้ชื่อ "iPhone"   11 มกราคม 2550

http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9500000003397 

       ซิสโก้ ซิสเต็มส์ บริษัทยักษ์ใหญ่แห่งวงการเน็ตเวิร์กยื่นฟ้องบริษัท แอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์ ภายใต้การกุมบังเหียนของสตีฟ จ็อบส์ ซีอีโอคนดังแล้ว ด้วยข้อหาละเมิดใช้ชื่อ "ไอโฟน" (iPhone) ในโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ของบริษัท ซึ่งมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานแมคเวิลด์ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (เวลาในสหรัฐอเมริกา)

นาย Mark Chandler รองประธานอาวุโสของซิสโก้กล่าวว่า"โทรศัพท์ใหม่จากแอปเปิ้ลเป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก แต่ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็ไม่ควรนำชื่อเครื่องหมายการค้าของเราไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต"การยื่นฟ้องในครั้งนี้ของซิสโก้จึงอยู่ภายใต้วัตถุประสงค์ที่ต้องการป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้านั่นเอง      ชื่อ "iPhone" เป็นหนึ่งในเครื่องหมายการค้าและผลิตภัณฑ์ของบริษัทซิสโก้ ซึ่งมีสิทธิ์ครอบครองเครื่องหมายการค้าไอโฟนในช่วงปี 2000 โดยเป็นผลมาจากการควบรวมกิจการกับบริษัท อินโฟเกียร์ เทคโนโลยี ซึ่งเป็นผู้จดลิขสิทธิ์ชื่อไอโฟนเป็นรายแรก ต่อมาซิสโก้ได้ตัดสินใจนำชื่อดังกล่าวมาใช้ในการทำตลาดผลิตภัณฑ์โทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ต (VoIP)    ตามการรายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีระบุว่า ก่อนหน้านี้ ทั้งสองบริษัทได้มีการเจรจากันเพื่อขออนุญาตใช้ชื่อไอโฟนในโทรศัพท์มือถือของแอปเปิ้ลได้อย่างถูกต้องด้วยเช่นกัน แต่ซิสโก้ยื่นเอกสารฟ้องเนื่องจากผู้บริหารของแอปเปิ้ลตัดสินใจแถลงข่าวผลิตภัณฑ์ก่อนได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง   "ในกรณีนี้ แอปเปิ้ลได้เดินหน้าเปิดตัวผลิตภัณฑ์โดยไม่รอให้มีการอนุญาตใช้ชื่อไอโฟนอย่างถูกต้องในแบรนด์ดังกล่าวจากซิสโก้ นั่นหมายความว่า การเจรจาระหว่างเราต้องถือว่ายุติลงตามไปด้วย ซึ่งต่อจากนี้เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม" นาย Mark Chandler กล่าว 

    อย่างไรก็ดี นาตาลี เคอร์ริส โฆษกของแอปเปิ้ลได้ออกมาตอบโต้ทันควัน พร้อมให้เหตุผลว่า การใช้ชื่อไอโฟนในโทรศัพท์มือถือของทางแอปเปิ้ลเป็นผลิตภัณฑ์คนละกลุ่มกับผลิตภัณฑ์ไอโฟนของซิสโก้ พร้อมกันนี้ยังได้กล่าวว่า การฟ้องร้องของซิสโก้เป็นเรื่องไร้สาระมาก และในท้องตลาดปัจจุบันก็มีผลิตภัณฑ์ VoIP หลายยี่ห้อใช้ชื่อไอโฟนทำตลาด    หากการยื่นฟ้องครั้งนี้ของซิสโก้สามารถทำให้แอปเปิ้ลต้องระงับการใช้ชื่อไอโฟน ก็อาจส่งผลกระทบต่อการทำตลาดในอนาคตของผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้     Erik Suppiger ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านระบบเครือข่ายจาก Pacific Growth Equities กล่าวให้ความเห็นไว้ว่าการฟ้องร้องจากซิสโก้ในขณะนี้ เป็นการฟ้องร้องในยุคของการบรรจบกันของอุตสาหกรรมไอทีและโทรคมนาคม แต่ใครจะรับประกันได้ว่า ในอนาคตซิสโก้จะไม่ติดตั้งฟังก์ชันเพื่อรองรับการทำงานกับโทรศัพท์มือถือ หรือติดตั้งหน่วยความจำเพื่อรองรับการใช้งานมัลติมีเดียต่าง ๆ ลงในผลิตภัณฑ์ VoIP แบรนด์ไอโฟนของทางค่าย    "แม้ว่าเทคโนโลยีโทรศัพท์กับโลกไอทีจะยังไม่บรรจบกันในยุคนี้ แต่เราคงได้เห็นกันในอีกไม่ช้า" 

     ก่อนอื่นขอให้ข้อมูลข่าว จำนวน ๓ เรื่อง ได้แก่  การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด  ความสามารถทางเทคโนโลยีของผลิตภัณฑ์นี้  และการคาดการณ์เทคโนโลยีในอนาคตอันใกล้ที่จะเกิดขึ้น 

ข่าวแรก

เปิดแล้ว!!! iPhone จากแอปเปิ้ล   10 มกราคม 2550

http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9500000002804 

       หลังจากมีข่าวลือมานานเกี่ยวกับกระแส iPhone โทรศัพท์มือถือจากค่ายแอปเปิ้ลคอมพิวเตอร์ มาในวันนี้ได้มีการเปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการภายในงาน The Macworld Conference and Expo ที่ซานฟรานซิสโก และถือเป็นการต้อนรับศักราชใหม่ของวงการไอทีด้วยการเพิ่มผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมอีกหนึ่งราย

 "iPhone จะช่วยให้คุณรู้สึกเหมือนโลกของอินเทอร์เน็ตสามารถย่อลงมาอยู่ในขนาดเท่าฝ่ามือ และคุณสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ตลอดเวลา เปรียบเสมือนอุปกรณ์ดิจิตอลที่ไร้ขีดจำกัด" นายสตีฟ จ็อบส์ ซีอีโอแอปเปิ้ลกล่าวเกี่ยวกับโทรศัพท์ iPhone ในงานแถลงข่าวเปิดตัว       คุณสมบัติเด่นของโทรศัพท์มือถือ iPhone เครื่องนี้คือสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ ฟังเพลงได้ และเป็นกล้องถ่ายรูปได้ อีกทั้งยังมีขนาดบางเฉียบเพียง 1.3 เซนติเมตร หรือไม่ถึงครึ่งนิ้ว แม้จะติดตั้งกล้องดิจิตอลที่ถ่ายภาพได้ด้วยความละเอียด 2 ล้านพิกเซลเอาไว้ก็ตาม       การประกาศเปิดตัวดังกล่าวส่งผลให้หุ้นของแอปเปิ้ลดีดตัวขึ้น 4.20 เหรียญสหรัฐ แตะ 89.67 เหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็น 4.9 เปอร์เซ็นต์       โทรศัพท์มือถือ iPhone ที่แอปเปิ้ลเปิดตัวมีสองรุ่นด้วยกันคือ รุ่นที่มาพร้อมหน่วยความจำ 4 กิกะไบต์ ในราคา 499 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 17,964 บาท) และรุ่นที่มีหน่วยความจำ 8 กิกะไบต์ในราคา 599 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 21,564 บาท) โดยจะเริ่มวางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกาช่วงประมาณเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ ส่วนการวางตลาดในภูมิภาคเอเชียคาดว่าจะเริ่มได้ในช่วงปี 2008       อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์ในอุตสาหกรรมไอทีได้คาดการณ์กันล่วงหน้าเกี่ยวกับการเปิดตัวโทรศัพท์ iPhone ในงาน Macworld ว่าจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งเป็นความเปลี่ยนแปลงที่ต้องการดึงกระแสความนิยมของเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลสุดฮิตอย่างไอพ็อดให้เข้าสู่อุตสาหกรรมโทรคมนาคม       สตีฟ จ็อบส์ยังแสดงความมั่นใจอีกว่า โทรศัพท์มือถือ iPhone เครื่องนี้จะโกยคะแนนนิยมเทียบเท่ากับไอพ็อด ที่เคยสร้างปรากฏการณ์ด้านยอดขายสูงเป็นประวัติการณ์มาแล้ว พร้อมเผยว่าไม่หวั่นกับการแข่งขันในอุตสาหกรรมโทรศัพท์มือถือแต่อย่างใด โดยระบุว่าการแข่งขันเป็นเรื่องธรรมดาของธุรกิจ       ภายในงานแถลงข่าว จ็อบส์ได้สาธิตการใช้บริการแผนที่จากกูเกิลที่สามารถซูมให้เห็นถึงภาพสถานที่สำคัญต่าง ๆ ของโลกได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงการเข้าไปเช็คราคาหุ้นของแอปเปิ้ลที่เพิ่มขึ้นด้วย       "เราอาจเรียกโทรศัพท์มือถือประสิทธิภาพสูงว่าสมาร์ทโฟน แต่ในความเป็นจริงแล้ว พวกมันไม่ได้ฉลาดมากนัก และใช้งานค่อนข้างยากด้วย ดังนั้นเมื่อเราจะพัฒนาโทรศัพท์สักเครื่องให้ผู้บริโภคใช้ เราคิดว่าผู้บริโภคน่าจะเห็นด้วย หากเราจะปฏิวัติรูปแบบมันเสียใหม่" สตีฟ จ็อบส์ กล่าว      ไม่เพียงแต่เปิดตัวโทรศัพท์มือถือ iPhone เท่านั้น เขายังได้แถลงข่าวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีชื่อว่า Apple TV ที่มาพร้อมฮาร์ดไดรว์ 40 กิกะไบต์ สามารถเก็บข้อมูลรายการวิดีโอได้นานถึง 50 ชั่วโมง สำหรับรองรับการใช้งานแบบสตรีมมิ่งไฟล์จากคอมพิวเตอร์เดสก์ทอป หรือคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กมาเล่นในโทรทัศน์ด้วย คาดว่า Apple TV จะวางจำหน่ายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ในราคา 299 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 10,764 บาท)

 ข่าวที่สอง

โชว์ฟีเจอร์เด่นของ iPhone กระหึ่มงาน Macworld   10 มกราคม 2550

http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9500000002874

ทีมงานผู้จัดการออนไลน์ได้รวบรวมความสามารถพิเศษที่ iPhone มีและน่าสนใจ โดยมีดังต่อไปนี้       มัลติทัช (Multi-touch) เป็นการปฏิวัติรูปแบบอินเทอร์เฟสการทำงานของโทรศัพท์มือถือให้เป็นไอคอนขนาดใหญ่ สามารถใช้นิ้วจิ้มเลือกซอฟต์แวร์ที่ต้องการทำงานได้ เช่น เปิดอัลบั้มภาพ และส่งอีเมลภาพเหล่านั้นได้ด้วย       คีย์บอร์ดแบบ QWERTY ที่มาพร้อมระบบทำนายคำอัตโนมัติ รวมถึงช่วยตรวจคำผิดให้ด้วย ซึ่งแอปเปิ้ลอ้างว่าใช้งานสะดวกกว่าการกดแป้นหมายเลขบนโทรศัพท์ในปัจจุบัน        ติดตั้งระบบปฏิบัติการ OSX เป็นการพิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถของระบบปฏิบัติการ OS X ของแอปเปิ้ลที่สามารถติดตั้งลงบนอุปกรณ์ดิจิตอลขนาดจิ๋ว และสามารถทำงานร่วมกับแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้ไม่แพ้คอมพิวเตอร์เดสก์ทอป เช่น ใช้งานอีเมล, เล่นเว็บ, ทำงานกับแอปพลิเคชันประเภท Widget, ปฏิทิน, ส่งข้อความ และรองรับการทำงานแบบมัลติทาสก์กิ้งได้ด้วย ซึ่งหมายความว่า ผู้ใช้สามารถเปิดเว็บเพจอ่านข่าวได้ระหว่างรอดาวน์โหลดไฟล์จากอีเมล
ระบบสื่อสารไร้สาย iPhone ทำงานบนเครือข่าย GSM โดยเปิดตัวภายใต้แบรนด์ซิงกูลาร์ของสหรัฐอเมริกา รองรับการทำงานบนเทคโนโลยี EDGE, 802.11b/g Wi-Fi และบลูทูธ 2.0 fh;p     เซนเซอร์ชนิดพิเศษ iPhone มีระบบตรวจจับอัตโนมัติว่าผู้ใช้กำลังใช้งานอุปกรณ์ในลักษณะแนวตั้งหรือแนวนอน และจะเปลี่ยนรูปแบบการแสดงผลให้อัตโนมัติตามการใช้งานของผู้บริโภค นอกจากนั้น หากเรายก iPhone ขึ้นมาแนบหู ซึ่งเป็นสัญญาณว่ากำลังจะโทรศัพท์ ระบบจะตัดไฟหน้าจออัตโนมัติเพื่อประหยัดพลังงานและป้องกันนิ้วมือกดไปโดนปุ่มอื่น ๆ ที่จะกระทบต่อการทำงานของเครื่อง จนกว่าจะมีการย้าย iPhone ไปอยู่ที่อื่น
ความสามารถด้านอินเทอร์เน็ต       รองรับโปรแกรมอีเมลไคลเอนต์ และเบราเซอร์ซาฟารี ในโปรแกรมซาฟารียังมาพร้อมบริการเสิร์ชจากยาฮูและกูเกิลด้วย นอกจากนั้นยังสามารถใช้บริการแผนที่ออนไลน์จากกูเกิลได้ด้วย สุดท้ายกับความสามารถด้านอินเทอร์เน็ตคือการรองรับโปรแกรมประเภท Widget ที่มีให้เลือกมากมายทั้ง ข้อมูลสภาพอากาศ ราคาหุ้น ผลกีฬา ฯลฯ     ขอบคุณภาพและข้อมูลจากเว็บไซต์แอปเปิ้ล
 

ข่าวที่สาม

วงการไอทีชี้เทรนด์ปีหมู"เชื่อมคอมพ์-ทีวี-มือถือ"   15 มกราคม 2550

http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9500000004508

      ผลสรุปงาน CES ชี้เทรนด์ไอทีปีหมู เน้นเจาะตลาดไอทีเพื่อความบันเทิงในครัวเรือน เปลี่ยนคอมพิวเตอร์พีซีเป็นโฮมเซิร์ฟเวอร์ รองรับการดูหนังฟังเพลง รวมถึงการประยุกต์ใช้ผลิตภัณฑ์ดิจิตอลเพื่อความบันเทิงทุกรูปแบบ       ค่อนข้างแน่นอนแล้วว่า บรรดาผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมไอทีปีนี้จะพุ่งเป้าไปที่ความบันเทิงภายในครอบครัว นำโดยแม่ทัพอย่างฮิวเล็ตต์แพกการ์ด และเดลล์ คอมพิวเตอร์ที่เน้นการจัดบูธภายในงานสื่อไปที่บ้านดิจิตอล และมีการทำงานร่วมกันของอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น คอมพิวเตอร์ ทีวี พรินเตอร์ พร้อมกันนั้นยังส่งเซิร์ฟเวอร์สำหรับบ้านยุคใหม่ออกมาตีตลาดแทนชุดคอมพิวเตอร์เสียด้วย โดยหวังให้เป็นศูนย์กลางที่สามารถรองรับการทำงานต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกัน เช่น สามารถโหลดคอนเทนต์จากอินเทอร์เน็ต และส่งผ่านเน็ตเวิร์กไร้สายไปยังอุปกรณ์แสดงผล รวมถึงการจัดการไฟล์ภาพ ไฟล์เพลงด้วย       ขณะที่ผู้ผลิตอุปกรณ์เก็บข้อมูลอย่าง ซีเกท และฮิตาชิก็เล็งเห็นถึงความต้องการในฮาร์ดดิสก์ความจุสูงที่จะเกิดขึ้นในไม่ช้า จึงได้ส่งดิสก์ขนาด 1 เทราไบต์ หรือสามารถเก็บข้อมูลได้มากถึง 1,000 กิกะไบต์ ลงชิมลางตลาดคอนซูเมอร์แล้วด้วย       หันมาสังเกตในเรื่องของราคากันบ้าง แม้ว่าเทรนด์ของบ้านดิจิตอลจะมาแรงมากในปีนี้ แต่ราคาที่จะติดตั้งก็ค่อนข้างแพงเอาการอยู่ ค่ายเบสต์บาย ร้านค้าปลีกยักษ์ใหญ่ร่วมมือกับฮิวเล็ตต์แพกการ์ด ทำตลาดชุดอุปกรณ์บ้านดิจิตอลครบเซ็ต ประกอบด้วยคอมพิวเตอร์จากเอชพีไปจนถึงจอทีวีที่สามารถสั่งการควบคุมอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในบ้าน ในราคา 15,000 เหรียญสหรัฐ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 540,000 บาท       ส่วนเดลล์คอมพิวเตอร์ก็เปิดตัวชุดสร้างความบันเทิงสำหรับครอบครัวเช่นกัน โดยมาพร้อมกับคอมพิวเตอร์พีซีรุ่น XPS 410 ลำโพง ทีวีจอแบนขนาด 27 นิ้ว และอุปกรณ์รับสัญญาณทีวีความละเอียดสูง ซึ่งเดลล์ระบุว่าจะให้รายละเอียดเพิ่มเติมรวมถึงราคาขาย หลังจากไมโครซอฟท์เปิดตัวระบบปฏิบัติการวิสต้าเสร็จสิ้นเสียก่อน       ชอว์ วู (Shaw Wu) นักวิเคราะห์จากอเมริกัน เทคโนโลยี รีเสิร์ชกล่าวว่า "ผู้บริโภคยุคนี้ต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้นเพื่อให้ได้มาซึ่งสินค้าที่ทรงประสิทธิภาพ สวนทางกับทิศทางการทำตลาดที่เน้นแข่งขันเรื่องราคาเป็นอย่างมาก"       จากคำกล่าวของนักวิเคราะห์ จะเห็นได้ว่า ผู้ผลิตอุปกรณ์ไอทีมีความพยายามลดต้นทุนการผลิตลง เพื่อให้สามารถแข่งขันในด้านราคาได้ ขณะเดียวกัน การเปิดตัวสินค้าใหม่ด้วยราคาแพง ๆ จึงไม่น่าจะมีประโยชน์มากนัก หากในอนาคตผู้บริโภคจะสามารถรับรู้ได้ว่า ราคามันจะต้องถูกกว่าที่เป็นอยู่นี้ลงมาอีก       ความเป็นไปได้ประการหนึ่งคือ สาเหตุหลักมาจากผู้ผลิตพีซีตกอยู่ในภาวะอดอยากปากแห้งมานาน เนื่องจากไม่สามารถทำยอดขายคอมพิวเตอร์ได้มากนัก ภาวะตลาดเกิดชะงักงันจากการรอระบบปฏิบัติการวิสต้า จนทำให้ต้องดิ้นรนไปต่อยอดในธุรกิจอื่น ๆ เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หวังเพิ่มผลกำไร แต่ผลที่ได้กลับไม่ประสบความสำเร็จมากนัก       เควิน เคทเลอร์ (Kevin Kettler) ผู้บริหารระดับสูงฝ่ายเทคโนโลยีของเดลล์กล่าวว่า แนวโน้มของอุตสาหกรรมอยู่ในรูปของการเชื่อมต่อพีซีเข้ากับโทรทัศน์ โทรศัพท์มือถือ เครื่องเสียง เครื่องเล่นเกมคอนโซล และอื่นๆ อีกมากมายที่กำลังจะตามมา       "คำถามของเราคือ อะไรคือสิ่งที่เราจะพัฒนาให้มันมาเชื่อมต่อกันได้ และสิ่งที่เราทำนั้น ตรงกับความต้องการของตลาดหรือเปล่า"       นักวิเคราะห์วูกล่าวเปรียบเทียบตัวอย่างด้วยว่า ในตลาดทั่วไป ราคาของพีซี และชิ้นส่วนต่าง ๆ จะลดลงหลังจากเปิดตัวในช่วงแรก ๆ วันนี้ เราสามารถหาซื้อคอมพิวเตอร์เดสก์ทอปได้ในราคาประมาณ 350 เหรียญสหรัฐ แต่เมื่อ 10 ปีก่อน เราอาจต้องจ่ายเงินมากถึง 2,000 เหรียญสหรัฐเลยทีเดียว       "การตั้งราคาแพงหูฉี่จึงสร้างกำไรงามให้กับผู้ผลิตพีซีในช่วงแรกของเปิดตัวเท่านั้น แต่ท้ายที่สุดแล้ว พวกเขาจะลดราคาลง เพราะราคาถูกจะสร้างยอดขายได้มากกว่านั่นเอง" 

สรุป

            จากข่าว โจทย์ คือ บริษัท ซิสโก้  จำเลย คือ บริษัทแอปเปิ้ล   จะมีการฟ้องคดีเครื่องหมายการค้าประเด็นเหมือนหรือคล้าย ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534   โดยกล่าวว่า บริษัทแอปเปิ้ลได้ละเมิดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าและผลิตภัณฑ์ "iPhone"  ที่ซิสโก้เป็นเจ้าของสาระสำคัญที่ฝ่ายใดจะถูกต้องหรือไม่ อยู่ที่การแสดงว่าสินค้าทั้งสองชนิดเป็นกลุ่มประเภทเดียวกันหรือไม่  โดยของบริษัทซิสโก้เป็นผลิตภัณฑ์โทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ต (VoIP)   ขณะที่บริษัทแอปเปิ้ลเป็นโทรศัพท์เคลื่อนที่  หากการยื่นฟ้องครั้งนี้ของซิสโก้มีผลให้แอปเปิ้ลต้องระงับการใช้ชื่อไอโฟน ก็อาจส่งผลกระทบต่อการทำตลาดในอนาคตของผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้   ทั้งนี้การฟ้องร้องจากซิสโก้ในขณะนี้ เป็นการฟ้องร้องในยุคของการบรรจบกันของอุตสาหกรรมไอทีและโทรคมนาคม ซึ่งไม่มีใครจะรับประกันได้ว่า ในอนาคตซิสโก้จะไม่ติดตั้งฟังก์ชันเพื่อรองรับการทำงานกับโทรศัพท์มือถือ หรือติดตั้งหน่วยความจำเพื่อรองรับการใช้งานมัลติมีเดียต่าง ๆ ลงในผลิตภัณฑ์ VoIP แบรนด์ไอโฟนของทางค่าย

 ข้อมูลเพิ่มเติม

http://www.buncheeaudit.com/thai-trademark.htm

เครื่องหมายการค้า (Trademark)

เครื่องหมายการค้า หรือ ตราสินค้า เปรียบเสมือน "แบรนด์"ที่เจ้าของสามารถได้รับการคุ้มครองสิทธิความเป็นเจ้าของได้อย่างเต็มที่ในการนำไปใช้ประโยชน์ทางการตลาดและธุรกิจของบริษัทและองค์กรต่าง ๆ

วัตถุประสงค์ของการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า

 การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า / ตราสินค้า นั้นแสดงถึงสิทธิและความเป็นเจ้าของของผู้ที่ได้จดทะเบียนซึ่งจะได้สิทธิประโยชน์คุ้มครองตามกฎหมาย ป้องกันผู้อื่นลอกเลียนก่อให้เกิดความเสียหายทางธุรกิจ ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์ต่าง ๆ ดังนี้1. เครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้วจะมีอายุการคุ้มครอง 10 ปีเมื่อครบกำหนดสามารถที่จะต่ออายุได้เป็นคราว ๆ คราวละ 10 ปี
2.
มีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการใช้เครื่องหมายการค้าสำหรับสินค้าของท่าน
3.
มีสิทธิในการทำสัญญาอนุญาตหรือโอนสิทธิให้ผู้อื่นใช้เครื่องหมายการค้าของท่าน
4.
มีสิทธิฟ้องร้องและเรียกค่าสินไหมทดแทนได้ในกรณีที่มีผู้ละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้าของท่าน

เครื่องหมายการค้า มี 4 ประเภท ดังนี้

1. เครื่องหมายการค้า (Trademark): เป็นเครื่องหมายที่ใช้กำกับสินค้า เพื่อแสดงว่าสินค้าที่ใช้เครื่องหมายนั้นแตกต่างกับสินค้าที่ใช้เครื่องหมายของผู้อื่น เช่น AIS, DTAC
2.
เครื่องหมายบริการ (Service Mark): เป็นเครื่องหมายที่ใช้กับธุรกิจบริการ เพื่อแสดงว่าบริการที่ใช้เครื่องหมายนั้นแตกต่างกับบริการที่ใช้เครื่องหมายของผู้อื่นเช่น รูปดอกจำปีของการบินไทย

3.
เครื่องหมายรับรอง (Certification Mark): เป็นเครื่องหมายที่ใช้รับรองคุณภาพในสินค้าหรือบริการของผู้อื่น เช่นเครื่องหมายเชลล์ชวนชิม
4.
เครื่องหมายร่วม (Collective Mark):  เป็นเครื่องหมายการค้าหรือบริการที่ใช้โดยบริษัท สมาคม สหกรณ์ สหภาพสมาพันธ์ หรือรัฐวิสาหกิจ องค์กร์ในกลุ่มเดียวกัน เช่นรูปช้างในตะกร้อของเครือปูนซีเมนต์ไทย

มีต่อใน บันทึกครั้งที่ ๑๓/๒