"พี่พันธุ์ทิพย์" จบแพทย์ที่ศิริราชก่อนผม 4 ปี   แล้วไปฝึกอบรมด้านกุมารเวชศาสตร์ที่สหรัฐอเมริกา   กลับมาทำงานที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต   เมื่อมีการก่อตั้งคณะแพทยศาสตร์  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  จึงย้ายมาเป็นอาจารย์ในภาควิชากุมารเวชศาสตร์   โดย นพ. ปัญญา สงวนเชื้อ  สามี  ย้ายมาอยู่โรงพยาบาลหาดใหญ่

         พี่พันธุ์ทิพย์ เป็นคณบดีคณะแพทยศาสตร์  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ต่อจากผม   และเป็นอยู่ถึง 2 สมัย  คือระหว่างปี 2532 - 2540  ระหว่างนี้ท่านชวนผมไปคุยปรึกษาและปรับทุกข์ด้วยอยู่บ่อย ๆ ในฐานะ "ที่ปรึกษาคณบดี"  เพราะการทำงานในหน้าที่คณบดีคณะแพทยศาสตร์นั้นมันหนักใจไม่น้อย   และคนที่เป็นต้นเหตุก็คือ "พวกหมอ" นั่นแหละ

ที่จริงพี่พันธุ์ทิพย์เป็นครูของผมในด้าน
 - การทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต  เห็นแก่ส่วนรวม
 - ความละเอียด อดทน เลือกงานสำคัญเอามาขับเคลื่อน  และเสาะหาคนมาช่วยให้เกิดความสำเร็จ
 - การเข้าขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ในเรื่องเชิง concept ใหม่  เชิงกระบวนทัศน์ใหม่  พี่พันธุ์ทิพย์สามารถอธิบายให้นายกสภามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ศ. ดร. เกษม สุวรรณกุล) เห็นความสำคัญที่สภามหาวิทยาลัยจะต้องออกระเบียบเงินรายได้ให้แก่คณะแพทยศาสตร์ให้แตกต่างไปจากระเบียบกลาง
 - การใช้ธรรมะในชีวิตการทำงาน   เมื่อโดนโจมตีจากบางฝ่ายอย่างรุนแรง   ผมถามท่านว่า "พี่ทนได้อย่างไร"  ท่านตอบว่า "พี่ทำสมาธิและแผ่เมตตา"

         คณะแพทยศาสตร์  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นหน่วยราชการหน่วยงานหนึ่งที่มีระบบต่าง ๆ ดีเป็นตัวอย่างได้   ผมมักได้รับคำยกย่องว่าเป็นผู้วางรากฐานนี้   ซึ่งก็มีทั้งส่วนจริงและไม่จริง   เพราะพี่พันธุ์ทิพย์กับอาจารย์หมอธาดา และผู้นำรุ่นน้อง ๆ ได้ช่วยกันคนละไม้คนละมือ   จนเป็นหน่วยงานที่เราภาคภูมิใจ  ที่ผลของการช่วยกันทำงานเพื่อส่วนรวมออกมาดีถึงเพียงนี้

         ผมคิดว่าพี่พันธุ์ทิพย์ได้ทำงานสร้างระบบหลัก ๆ ให้แก่คณะแพทยศาสตร์  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์มากกว่าผมเสียอีก

วิจารณ์  พานิช
 1 ม.ค.50
วันปีใหม่