GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

น้ำมันเบนซิน

ของฝากจากน้ำมันเบนซิน
นพ.วิเชียร มงคลศรีตระกูล

หลายคนเวลาเข้าปั๊มน้ำมัน
อาจจะลืมสังเกตว่ามีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้น
ลองลำดับภาพนะครับ ขับรถเข้าไปที่หัวจ่ายน้ำมัน
จากนั้นเปิดกระจกรถ
บอกเด็กปั๊มว่าต้องการเติมน้ำมันชนิดไหน ราคาเท่าไหร่
จากนั้นก็เปิดฝาน้ำมัน
เด็กปั๊มจัดการเติมน้ำมันให้คุณเสร็จ
คุณก็จ่ายสตางค์เสร็จแล้วปิดกระจกรถขับรถออกไปจากปั๊ม
จากนั้นคุณอาจจะรู้สึกถึงกลิ่นในรถที่เปลี่ยนไป
บรรยากาศในรถของคุณจะอบอวลไปด้วยกลิ่นของน้ำมันครับ
ยิ่งถ้าคุณเปิดหน้าต่างหรือประตูรถเป็นเวลานานๆ
ไอน้ำมันที่ทำให้เกิดกลิ่นก็จะมากขึ้นไปด้วย
หากคุณเปิดแอร์ในรถคงนานกว่ากลิ่นจะจาง
แต่คุณไม่รู้ตัวเพราะจมูกอาจจะชินไปแล้ว
แต่ถ้าเปิดกระจกขับรถกลิ่นก็จะหายไปเร็วขึ้น
คุณอาจจะยังสงสัยว่า แค่กลิ่นไอน้ำมันแค่นั้น
ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
แต่อยากจะให้ระวังไว้ว่า ไอน้ำมันต่างๆ
รวมทั้งน้ำมันเบนซินที่เติมเข้าไป
มีสารที่สามารถทำลายไขกระดูกผสมอยู่คือ

สารไฮโดรคาร์บอนที่เป็นส่วนประกอบของน้ำมันนั่นแหละครับ
เป็นสารที่ทำให้เกิดปัญหากับสุขภาพได้
หากได้รับในปริมาณมากๆ
เป็นเวลานานๆ
สารดังกล่าวอาจทำให้เกิดปัญหาของไขกระดูกฝ่อหรือไขกระดูกไม่ทำงาน
หรืออาจจะเป็นสารก่อมะเร็งได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งมะเร็งเม็ดเลือด
ไม่ใช่ว่าทุกคนที่ได้รับแล้วจะเกิดปัญหานะครับ
แต่โอกาสที่จะเกิดโรคก็จะสูงขึ้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กเล็กๆ ที่ทำงานในปั๊มน้ำมัน
พวกเด็กปั๊มนั่นล่ะครับโอกาสเสี่ยงสูง
หากได้รับสารในปริมาณที่มากเป็นเวลานานๆ
โอกาสที่จะเกิดปัญหาก็สูงขึ้น
แต่ถ้าได้รับในปริมาณน้อยในระยะเวลาสั้นๆ
โอกาสก็จะลดลง
ที่เน้นว่าในเด็กเพราะเซลล์ต่างๆ

ยังค่อนข้างไวต่อการเปลี่ยนแปลงและการถูกทำลายจากสิ่งแวดล้อม
โอกาสก็จะมากกว่าผู้ใหญ่ และแน่นอนที่สุด
เด็กปั๊มหรือคนที่ทำงานเกี่ยวกับน้ำมัน เช่น อู่ซ่อมรถ
ก็มีโอกาสเป็นสูงกว่าคนธรรมดาที่นานๆ จะได้รับสารซักที
นอกจากนี้การสูดดมไอน้ำมันหรือสารต่างๆ
จากน้ำมันอยู่เสมอๆ
น้ำมันเข้าไปในรถมากเกินไป
ในบางครั้งที่นำรถออกจากอู่ก็เช่นกันก็ยังจะทำให้ระคายเคืองเยื่อบุจมูก
ซึ่งถ้านานวันไปก็อาจทำให้เป็นโรคเยื่อบุจมูกอักเสบเรื้อรังได้

ดังนั้นหากคุณต้องเติมน้ำมันก็ควรปิดประตูหน้าต่างรถไว้
อย่าให้กลิ่นไอของ

ควรเปิดกระจกขับให้ลมโกรกระบายกลิ่นออกไปให้หมดอย่างรวดเร็วนะครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): uncategorized
หมายเลขบันทึก: 730
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 3
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (3)

ขอบคุณครับที่เล่าให้ฟังแต่ไม่ทราบจริงว่าแล้วมันไปปรับใช้และจะนำไปประยุกต์ใช้ในองค์กรโดยนัยยะ...ของเรื่อง KM อย่างไรครับ ยังมองไม่ออกจริงๆ ช่วยอธิบายเสริมด้วย

น่าสนใจดีครับ ปกติเวลาผมเติมน้ำมันผมจะออกมาจากรถ ก็สูดเข้าไปเยอะเหมือนกัน สงสัยต่อไปต้องเปลี่ยนวิธีการแล้ว

ส่วนเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับ KM หรือไม่ ถ้าจะกล่าวให้เป็นเชิงวิชาการหน่อยหนึ่งก็คือ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ไม่จำเป็นต้องเกี่ยวกับ topic ที่เราต้องการให้เกิด การ sharing ขึ้นในองค์กรอย่างเดียวครับ เรื่องอะไรก็ได้ที่มาแลกเปลี่ยนกันเราก็ยินดีให้เกิดขึ้น ตรงนี้มีข้อดี 2 อย่างคือ

  1. เรื่องนั้นอาจดูไม่เกี่ยวข้องกับ topic ที่เป็นที่สนใจในขณะนี้ แต่ไม่นานอาจเกี่ยวข้องก็ได้
  2. การเขียนเรื่องใดๆ ก็ตามเป็นการทำลายกำแพงของการ "ไม่เขียน" ผู้เขียนจะรู้สึกมีอิสรภาพมากขึ้นในการเขียน และในที่สุดก็จะเขียนเพื่อแลกเปลี่ยนมากขึ้น ไม่ว่าจะ off-topic หรือ in-topic ซึ่งเป็นสิ่งที่องค์กรต้องการครับ

นอกจากนี้ โดยเมื่อเราใช้ IT เข้ามาช่วยซึ่ง storage และ distribution channel ของเราต้นทุนต่ำเมื่อเทียบ channel อื่น (อาทิเช่น กระดานข่าว (จริงๆ) เพื่อใช้แลกเปลี่ยนความรู้ในที่ทำงานซึ่งมีขนาดจำกัด) การแลกเปลี่ยนที่ off-topic มีข้อดีมากกว่าข้อเสีย

อย่างไรก็ตามเรื่อง off-topic จะได้ผลดีมากกว่าผลเสียจริงหรือเปล่า สุดท้ายก็ตกอยู่กับเรื่อง "ศิลปะ" ของการบริหารของผู้บริหารเรื่องนี้อีก งานศิลปะไม่มีสูตรตายตัว ผมเชื่อว่าศิลปะการบริหารก็เช่นกันครับ

เรียน พี่หมอMBA

จริงๆก็ไม่เกี่ยวข้องนะครับ แต่เป็นสิ่งที่น่าสนใจ เลยอยากนำมาแชร์นะครับ