ถ้าใครแวะมาเที่ยวบ้านแม่ช่วงนี้ ก็จะเห็นแม่ขลุกอยู่ในสวนของเรา นั่งมองชันโรงบินเข้าบินออกรังทั้งวัน แต่แม่ต้องออกตัวก่อนเลยว่าแม่ไม่ใช่หมอ ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์อะไรเลย เป็นแค่คนเลี้ยงชันโรงบ้าน ๆ เท่านั้นเอง แต่พออ่านงานวิจัยแล้วรู้สึกว่าของดีรอบตัวเรามันมหัศจรรย์มาก เลยอยากเอามาสรุปเล่าให้ฟัง
น้ำผึ้งชันโรงจะมีรสเปรี้ยวอมหวานที่เราคุ้นเคยกันแล้ว ในรังชันโรงยังมีของดีอีกอย่างหนึ่งที่เรียกว่า “ขี้ชัน” หรือ “พรอพอลิส” (Propolis) ชันโรงเขาจะเก็บยางไม้ธรรมชาติมาผสมกับน้ำลายของตัวเองเพื่อใช้สร้างรัง ปิดรู หรือซ่อมแซมรังของเขา และพรอพอลิสนี้แหละมีสรรพคุณทางยาครอบจักรวาลเหลือเกิน สารประกอบทางเคมีซับซ้อนรวมกันมากกว่า 300 ชนิดเลย เช่น สารกลุ่มฟลาโวนอยด์ (Flavonoids), กรดฟีนอลิก (Phenolic acids)
สรรพคุณน้ำผึ้งชันโรง
1. ช่วยปราบเชื้อโรคตัวร้ายรอบตัวเรา
- ช่วยยับยั้งและไม่ให้เชื้อราตัวร้ายเจริญเติบโตในร่างกายเรา
- ช่วยต่อต้านพวกเชื้อไวรัส และที่พิเศษมาก ๆ คือ ช่วยสู้กับ “เชื้อเริม” ได้ดีเป็นพิเศษเลยจ้า
- สรุปง่าย ๆ คือเป็นตัวช่วยปราบพวกเชื้อโรคตัวเล็กตัวน้อยที่ชอบทำให้ร่างกายเราเจ็บป่วยนั่นเอง
2. ช่วยดูแลร่างกายข้างในและโรคเรื้อรัง
- มีส่วนช่วยให้ร่างกายจัดการกับโรคเบาหวานได้ดีขึ้น
- ลดการอักเสบ ปวด บวม
- รักษาแผลในท้อง ใครที่ท้องไส้ไม่ดี เป็นแผลในกระเพาะอาหาร เจ้าชันผึ้งนี้จะช่วยไปสมานและรักษาแผลให้หายไวขึ้น
- ช่วยให้เส้นเลือดฝอยเล็ก ๆ ในร่างกายเราแข็งแรง แถมยังช่วยกั้นไม่ให้ไขมันเลวไปอุดตันเส้นเลือดอีกด้วยนะ
3. ช่วยสู้กับเซลล์ร้ายและก้อนเนื้อ
- มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก ช่วยปกป้องเซลล์ไม่ให้แก่เร็ว ทำให้เราดูหนุ่มดูสาวขึ้นด้วยนะจ๊ะ
- ช่วยเบรกไม่ให้เซลล์ที่ผิดปกติแบ่งตัวเรื่อยเปื่อย และช่วยต่อต้านการเกิดหรือการโตของพวกเนื้องอกและเนื้อร้าย
4. ใช้ทาภายนอกแก้ปวดแก้เกร็ง
- สามารถเอามาใช้ลดความเจ็บปวดเฉพาะจุดได้ เหมือนเป็นยาชาเบา ๆ จากธรรมชาติเลยค่ะ
- ช่วยลดอาการกล้ามเนื้อเกร็ง หรือกล้ามเนื้อกระตุกได้ด้วยนะ
วิธีรับประทานน้ำผึ้งชันโรง
แม่อยากโน้ตบอกลูกไว้หน่อยเรื่องวิธีรับประทานน้ำผึ้งชันโรง สำหรับคนร่างกายปกติ กับคนที่เป็นเบาหวานอยู่
กลุ่มที่ 1: คนปกติทั่วไป (กินเพื่อบำรุงร่างกายและกันมะเร็ง)
- สำหรับคนปกติ แต่อยากทาน ปริมาณที่กำลังดีคือ วันละ 1–2 ช้อนชา หรือ 1–2 ช้อนโต๊ะ ทานแต่น้อยแต่สม่ำเสมอดีที่สุด
- ส่วนใหญ่บอกว่า ควรทานเป็นสิ่งแรกในตอนเช้าขณะที่ท้องยังว่างอยู่ เพราะร่างกายจะดูดซึมสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพอย่างกรดฟีนอลิกและฟลาโวนอยด์ได้ดีที่สุด
- ตักกินสดๆเลยจ้า ตักน้ำผึ้งดิบกินเปล่า ๆ 1 ช้อน เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดและร่างกายดูดซึมได้ดีที่สุด
- ละลายน้ำผึ้งในน้ำอุ่น 1 แก้ว ห้ามนำไปผ่านความร้อนที่เกิน 40°C–45°C เด็ดขาด ของดีจะกลายเป็นแค่น้ำเชื่อมธรรมดาน่าเสียดาย
- ผสมน้ำผึ้งชันโรง 1 ช้อนชา กับขมิ้นสดขูดละเอียด 1 ช้อนชาในน้ำอุ่น
- สูตรก่อนนอนคือ ทานปริมาณเล็กน้อย (ประมาณ 1 ช้อนชา) ก่อนนอน 30 นาที ช่วยเติมไกลโคเจนให้ตับ และฟื้นฟูสมองขณะหลับ ทำให้หลับสบายขึ้น
- ใช้แทนน้ำตาลทรายในสมูทตี้ หรือโยเกิร์ต
กลุ่มที่ 2: คนที่เป็นเบาหวาน
น้ำผึ้งชันโรงมีดัชนีน้ำตาล (GI) ต่ำ และมีน้ำตาลพิเศษที่ชื่อว่า “ทรีฮาลูโลส” (Trehalulose) ซึ่งย่อยและดูดซึมช้า ช่วยป้องกันไม่ให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูงปรี๊ดเหมือนน้ำตาลทรายทั่วไป แต่สำหรับคนเป็นเบาหวานเพื่อความปลอดภัยขั้นสุด ต้องทานตามนี้:
- ให้เริ่มจากน้อย ๆ ก่อน โดย เริ่มต้นเพียงวันละครึ่งช้อนชา (1/2 ช้อนชา) เพื่อสังเกตอาการและระดับน้ำตาลของตัวเอง หากร่างกายโอเค ปริมาณบำรุงทั่วไปคือ 1–2 ช้อนชาต่อวัน จากผลการศึกษาในกลุ่มคนที่มีค่าน้ำตาลในเลือดเริ่มสูง เขาทานได้สูงสุดถึงวันละ 30 กรัม (ประมาณ 1.5–2 ช้อนโต๊ะ) โดยไม่มีผลข้างเคียง
- คนเป็นเบาหวานห้ามกินตอนท้องว่างเด็ดขาด เพราะสารหวานจะซึมเข้าเลือดเร็วเกินไป แนะนำให้ทานพร้อมมื้ออาหารหรือหลังมื้ออาหาร หรือรอหลังอาหารไปแล้ว 1–2 ชั่วโมงค่อยทานเป็นของว่าง
- ทุกครั้งที่ทานน้ำผึ้ง ให้ทานคู่กับอาหารที่มีโปรตีน (เช่น โยเกิร์ตรสธรรมชาติ ถั่ว ไข่) มีไฟเบอร์ (ข้าวโอ๊ต ผัก) หรือไขมันดี อาหารเหล่านี้จะเป็นกันชนชะลอการดูดซึมน้ำตาล ทำให้ร่างกายหลั่งอินซูลินอย่างค่อยเป็นค่อยไป
- แนะนำเป็นช่วงมื้อเช้า เพราะร่างกายเราจะจัดการกับน้ำตาลและไวต่ออินซูลินได้ดีที่สุดในตอนเช้า
ข้อควรระวังและการเก็บรักษาน้ำผึ้งชันโรง
- หลีกเลี่ยงความร้อนสูงเด็ดขาด: ห้ามผสมน้ำผึ้งลงในน้ำที่กำลังเดือดปุด ๆ หรือห้ามนำไปผ่านความร้อนที่เกิน 40°C–45°C เด็ดขาดนะคะ เพราะความร้อนสูงจะฆ่าเอนไซม์ธรรมชาติ และทำลายกรดฟีนอลิกกับฟลาโวนอยด์
- การเก็บรักษา: ควรเลือกน้ำผึ้งดิบที่ไม่ผ่านกระบวนการความร้อนเพื่อรักษาเอนไซม์และโพรไบโอติกไว้ให้ครบถ้วน น้ำผึ้งสีเข้ม ๆ มักมีแร่ธาตุและสารฟีนอลิกสูงกว่า ซึ่งหมายถึงฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่แรงกว่าด้วยค่ะ และเนื่องจากน้ำผึ้งชันโรงมีความชื้นหรือมีน้ำปนอยู่สูงกว่าน้ำผึ้งทั่วไป แม่แนะนำให้ เก็บไว้ในตู้เย็น เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำผึ้งเกิดการหมักจนเปรี้ยวเกินไป
คำเตือนเพื่อความปลอดภัย:
- ห้ามป้อนเด็กทารกอายุต่ำกว่า 12 เดือน (1 ขวบ) เด็ดขาด เพราะน้ำผึ้งธรรมชาติอาจมีสปอร์แบคทีเรีย ซึ่งลำไส้เด็กยังไม่แข็งแรงพอ และคนที่มีอาการแพ้ผลิตภัณฑ์จากผึ้งหรือเกสรดอกไม้ก็ต้องหลีกเลี่ยง
- น้ำผึ้งชันโรงไม่ใช่ยารักษาโรค ห้ามทิ้งการยาประจำตัวที่คุณหมอสั่งเด็ดขาด สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ทานแล้วอย่าลืมเจาะเลือดตรวจหลังทานสัก 2 ชั่วโมง เพื่อดูการตอบสนองของร่างกายเรา และควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวร่วมด้วยเพื่อความปลอดภัยขั้นสุด