สำหรับบทนี้เป็นอีกหนึ่งบทที่ผู้เขียน ได้เขียนขึ้นมาโดยมีวัตถุประสงค์ ให้ครูเข้าใจหลักการของการตั้งคำถาม ที่ไม่ใช่ถามเพื่อให้ได้คำตอบ แต่คือ ถามแล้วเด็กได้คิด ประกอบการตั้งคำถามที่สามารถออกแบบได้หลากหลายระดับ ตั้งแต่ระดับคำถามเชิงความเข้าใจ ไปจนถึงคำถามที่ให้พื้นที่ให้เด็กได้สำรวจตนเองในมิติต่าง ๆ ผ่านการสร้างคำถามที่ไร้แรงกดดัน
เปลี่ยนบทบาทของครู จาก ผู้ให้คำตอบ เป็น คนเปิดคำถาม
คำถามสามารถเปลี่ยนบทเรียนธรรมดา ให้เป็นบทเรียนที่มีชีวิต
ครูที่ตั้งคำถามเป็น เด็กในห้องเรียนจะเริ่มมีบทสนทนาในหัวตนเอง
เด็กบางคนไม่เคยเรียนรู้เลย เพราะไม่เคยถูกถามในแบบที่ "ใจเขาได้ตื่นขึ้นมาคิด"
คำถามที่ดี ไม่ใช่คำถามที่วัดว่าเด็กจำได้ไหมเท่านั้น แต่เป็นคำถามที่สามารถ
- จุดประกายความสนใจ
- ทำให้เด็กเชื่อมโยงกับชีวิตจริง
- กระตุ้นให้เด็กตั้งคำถามต่อเอง
- ทำให้เด็กเริ่มอยากรู้จากภายใน
จากงานวิจัยของ Chin&Brown 2000 พบว่า เด็กที่ได้รับคำถามแบบ กระตุ้นการคิด (productive questions) จะมีพฤติกรรมใคร่รู้ ถกเถียง และกล้าลองผิดลองถูกมากกว่าอย่างมีนัยสำคัญ

คำถาม สามารถสร้างการเคลื่อนไหวในห้องเรียนทั้งด้านความคิด และความสัมพันธ์ การเปิดโอกาสให้เด็กได้คิดแบบไม่กลัว คำถามประเภทที่ไม่ได้มีคำตอบเดียว และการตอบผิดไม่เท่ากับฉันไม่มีความคิด
บทบาทของครูให้ยุคที่ google และ AI สามารถตอบได้ทุกเรื่อง
ครูอาจไม่ใช่คนที่เก่งที่สุดในห้อง แต่คือคนที่พาเด็กเดินทางในความคิดของตนเองได้ไกลที่สุด
คำถามที่ดี ช่วยเปิดโลกของการเรียนรู้ และ เชื่อมครูกับเด็กเข้าหากัน
เครื่องมือชุดคำถาม
1. ถามเพื่อเปิดบทเรียน: ช่วยจุดความสนใจและสร้างความเชื่อมโยงของเนื้อหาบทเรียน ปรับโฟกัสของชั้นเรียนให้อยุ่ที่ "หัวใจของเรื่อง"
2. ถามระหว่างบทเรียน: ครูไม่จำเป็นต้องรอให้จบบทเรียนแล้วค่อยถาม การถามระหว่างทางช่วยให้เด็กได้คิด ชะลอบทเรียน เปิดโอกาสให้เด็กได้ถามกลับ บทเรียนไม่ไหลเร็วเกินไป
3.ถามเพื่อปิดบทเรียน: เพื่อสะท้อนความเข้าใจ และขยายความคิดต่อยอด เป็นชุดคำถามที่ทำให้เด็กได้ทบทวน ขยาย และสะท้อนความหมายในระดับลึกได้
การเรียนรู้ที่จะวางคำถามในเรื่องเล่า (Story Telling) เพื่อช่วยให้เด็กไม่หลุดจากเรื่อง
ครูที่ถามเก่ง จะเป็นครูที่จัดจังหวะให้เด็กคิดได้ต่อเนื่องทั้งคาบเรียน เพื่อช่วยให้เด็กได้คิดต่อได้ยาวที่สุด
ครูอาจไม่ต้องมีคำตอบในทุกคำถาม แค่รู้ว่า "คำถามไหนควรถาม" บางคำถามอาจไม่ได้มีคำตอบเดียว และอาจไม่จำเป็นต้องมีคำตอบเลยก็ได้ และนั่นคือ "คำถามที่ทรงพลังที่สุดในการเรียนรู้" โดยพบว่าบางคำถาม ... คำตอบจะค่อย ๆ ชัดขึ้น เมื่อมีประสบการณ์และเวลาผ่านไป ครูไม่ต้องรู้ทุกอย่าง แค่กล้า "วางคำถามที่ดี" ให้กับห้องเรียน แล้วดูว่าเด็กจะทำอย่างไรต่อกับคำถามเหล่านั้น