ก่อนหน้าหลังจากสังเกตเห็นความผิดปกติ เคยนึกเราน่าจะเลือกได้ตัวที่ดี ๆ หรือที่ปกติมาเลี้ยง แต่ก็อย่างว่า..

ขาหน้าทั้งสองข้างของขนุนเจริญผิดรูป คด ไม่ตรงเหมือนหมาปกติ ช่วงเล็ก ๆ ที่ลูกชายนำมาจากแพล้นท์ปูนใกล้ที่ทำงาน ยังไม่เห็นความผิดปกตินี้ แต่ยิ่งโตยิ่งเห็นชัดขึ้นเรื่อย จนเป็นสภาพในปัจจุบัน

ถ้าเทียบกับมะขามพี่น้องคอกเดียวกัน ซึ่งนำมาเลี้ยงพร้อมกันก็อาจมีลักษณะนั้นบ้าง แต่ไม่มากหรือไม่รุนแรงเท่าขนุน จึงสมมติฐานว่าน่าจะมาจากพันธุกรรมของพ่อหรือแม่นั่นเอง ส่งผลให้การเคลื่อนไหว ทรงตัว การเดินหรือวิ่งไปไหนมาไหนของขนุนไม่คล่องแคล่วหรือทำได้ไม่ดีเท่ามะขาม

20260614113800.jpg

ก่อนหน้าหลังจากสังเกตเห็นความผิดปกติ เคยนึกเราน่าจะเลือกได้ตัวที่ดี ๆ หรือที่ปกติมาเลี้ยง แต่ก็อย่างว่า.. ขณะนั้นไม่เห็นด้วยว่าขนุนมีร่างกายที่ผิดปกติอย่างไร?

ที่เล่ามามิใช่เหตุการณ์เพิ่งเกิด แต่จะเข้า ๑๐ ปีแล้วที่ไปแบ่งขนุนกับมะขามจากทั้งคอกของมันมาเลี้ยง จนเดี๋ยวนี้ทั้งคู่แทบจะรู้ภาษาคนของเราทั้งหมด บอกหรือสั่งให้ทำอะไร ทำได้ ทำถูก ยกเว้นบางอารมณ์ที่ยังไม่อยากทำ (ฮา)

โดยเฉพาะหลังจากทำหมัน ทั้งคู่ดูเรียบร้อยขึ้นมาก คงอายุเยอะขึ้นแล้วด้วย ปัจจุบันจึงไม่ซน ไม่หนีเที่ยว ไม่ดื้อ เชื่อฟัง..สำหรับขนุนจะมีอยู่อย่างที่ห้ามยาก ต่อหน้าห้ามได้แต่แอบไปทำลับหลัง (ฮา)

ขนุนชอบเลียหรือแทะเท้าตัวเองจนเป็นแผล แม้นานทีจะเกิดอาการอย่างนี้ก็ตาม ซึ่งต้องหมั่นทาน้ำเกลือ ใส่เบตาดีน ป้อนยาแก้แพ้ หรือต้องดูแลรักษาให้ตลอด บางครั้งอดนึกสงสัยไม่ได้ “ก็แทะเท้าตัวเอง เป็นแผลเอง จนเจ็บเอง ขนาดแทะไปร้องอิ๋ง ๆ ไปก็ยังทำ ไม่เห็นจะจำหรือหยุดแทะได้เองบ้าง”

ยิ่งเลี้ยง ยิ่งดูแล ยิ่งผูกพัน ภาระทางใจ..ความคิดกับขนุนแทบจะเปลี่ยนเป็นตรงกันข้าม จากเคยคิดว่าเลือกลูกหมามาเลี้ยงผิด ได้ตัวไม่ค่อยแข็งแรงมา ต้องดูแลมาก แต่ทุกวันนี้คิดว่าโอกาสดีของเรา วันนั้นลูกชายเลือกลูกหมามาเลี้ยงถูกตัวถูกต้องที่สุดแล้ว เพราะถ้าไม่เลือกขนุน..

วันนี้มันจะมีชีวิตอย่างไร จะกินอยู่อย่างไร กับใคร จะโดดเดี่ยว โดยลำพัง จะลำบากลำบนกับความที่มีขาไม่แข็งแรงเหมือนเขาอย่างไรบ้าง ที่สำคัญจะมีชีวิตอยู่จนถึงวันนี้ไหม?