ตอนที่ ๑๘๘

วันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๖๙ ผมเลือกไปประชุมคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการสนับสนุนวิทยาศาสตร์ การวิจัย และนวัตกรรม ครั้งที่ ๔/๒๕๖๙ ซึ่งจัดประชุมที่ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)    โดยที่มีการประชุมอื่นซ้อนกัน     

คณะกรรมการติดตามและประเมินผลนี้เพิ่งเปลี่ยนชุด    มี นพ. สุวิทย์ วิบุลผล ปประเสริฐ เป็นประธาน    ที่พอเริ่มงาน ท่านก็คลำหาทางให้กรรมการชุดนี้ทำประโยชน์แก่การพัฒนาระบบ ววน. ได้อย่างแท้จริง   และท่านขอให้ผมยังทำหน้าที่ที่ปรึกษาของคณะกรรมการอย่างเดิม   

ในที่สุดก็คลำพบตามชื่อบันทึกนี้   

ในการประชุมวันนี้ มีวาระที่ ๕.๑ เรื่อง แนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการสนับสนุนวิทยาศาสตร์ การวิจัย และนวัตกรรม ที่คณะกรรมการมีมติว่า    คณะกรรมการพุ่งเป้า (โฟกัส) การทำหน้าที่ ติดตาม  ตรวจสอบ  และประเมินผล ดังนี้

ติดตาม  เฉพาะแผนวิจัยมุ่งเป้า  และแผนนโยบายเร่งด่วน หรือนโยบายเฉพาะของรัฐบาล

ตรวจสอบ (audit)   ทำ performance  และ financial audit เฉพาะกรณีที่ข้ามหน่วยงาน และสภานโยบายมอบหมาย

ประเมินผล   สองแบบ คือ conventional evaluation เฉพาะกรณีที่เข้าข่าย RAPID   และแผนวิจัยมุ่งเป้า  และแผนนโยบายเร่งด่วน หรือนโยบายเฉพาะของรัฐบาล  กับ developmental evaluation (DE) เฉพาะกรณีที่ระบบงานยังมีพลวัต และต้องการการเรียนรู้เพื่อพัฒนา และเป็นที่ต้องการของหน่วยงาน  

ท่านประธาน คุณหมอสุวิทย์ เสนอให้ใช้ชื่อย่อของกรรมการชุดนี้ว่า MEC – Monitoring and Evaluation Committee 

ในวาระเพื่อพิจารณา ๕.๑ มีการลงมติดังข้างต้น    ที่ทำให้ผมเชื่อว่า กรรมการชุดนี้ จะเป็นกลไกสำคัญให้ระบบ ววน. ไทย มี “ความเป็นระบบ” (systemness)  ที่ทำงานเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบอย่างแท้จริง    โดยที่สภาพในปัจจุบันมีสภาพเป็นไซโล

ผมบอกที่ประชุมว่า ระบบ ววน. ที่ทำหน้าที่ได้อย่างมีคุณภาพ ต้องไม่เพียงมีโครงสร้าง (structure) ที่แข็งแรงเหมาะสม   ต้องมีวัฒนธรรม (culture) ของการทำงานเชื่อมโยงกันทั้งในแนวดิ่ง และแนวราบอย่างเป็นระบบ   โดยผู้ทำงานในแต่ละหน่วยงานต้องมีความจริงใจต่อกัน  มีความไว้วางใจต่อกัน และเห็นคุณค่าของการทำงานให้เกิดการเสริมพลัง (synergy) กัน  ผ่านวงจรแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันจากการปฏิบัติงาน   และ MEC ทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของกลไกดังกล่าว              

วิจารณ์ พานิช 

๑๐ พ.ค. ๖๙