เช้าวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๙ ผมตื่นเองเวลา ๔.๒๐ น.  ลุกขึ้นไปชงกาแฟสดด้วยเครื่องชงยี่ห้อ Duchess ที่วานให้ลูกสาวสั่งซื้อทางอินเทอร์เน็ตราคาไม่ถึงสองพันบาท   ส่วนแคปซูลกาแฟสดมีคนเอามาให้มากมายกินได้เป็นปี   จากเถ้าแก่รับซื้อ คั่ว และผลิตกาแฟสำเร็จรูปขาย มีโรงงานอยู่ที่จังหวัดเชียงราย    ที่บอกว่า ตั้งตัวได้เพราะพ่อของผมช่วยให้คำแนะนำ สมัยเป็นพ่อค้าข้าวอยู่ที่ชัยนาท เอาข้าวบรรทุกรถไปขายที่ชุมพร แล้วซื้อมะพร้าวแห้งจากชุมพรไปขายที่ชัยนาท   ท่านจึงไปร่วมงานทำบุญให้พ่อแม่และบรรพบุรุษของผมทุกปี โดยนับว่าเป็นเสมือนญาติ 

ดื่มกาแฟหอมกรุ่น รสขมยอดนิยม โดยไม่เติมนมหรือน้ำตาลเลย  พร้อมกับเขียนหนังสือบทที่ ๑๓ (รองสุดท้าย) ของหนังสือเล่มใหม่ที่น่าจะออกต้นปีหน้า ชื่อ พลิกโฉมระบบการศึกษา ด้วยความอิ่มเอมใจ ว่าตอนเริ่มเขียนแต่ละบทผมยังงงๆ ว่าจะเขียนประเด็นใดบ้าง    ค้นพบวิธีคุยกับสหายเอไอ จนในที่สุดผมเขียนต้นฉบับแต่ละบทได้อย่างมีสาระ มีข้อเสนอที่แปลกใหม่

เวลา ๕.๒๐ น. ออกไปเดินออกกำลังตามถนนในหมู่บ้าน  พอออกไปหน้าบ้าน ก็ได้กลิ่นดอกโมก และดอกแก้ว โชยมา หอมชื่นใจ   ได้กลิ่นนี้เป็นระยะๆ ตอนเดินในหมู่บ้าน   พร้อมๆ กันกับได้ยินเสียงนกกระปูดร้องโต้ตอบกันมาไกลๆ  นกโพระดกร้องจากต้นไม้ไม่ไกลนัก  และนกปรอดหน้าขาวร้องจากต้นไม้ใกลๆ  ได้รับความสดชื่นทั้งทางโสตและนาสิกประสาท   ส่วนจักษุนั้น มีต้นไม้ดอกปลูกอยู่แทบทุกบ้าน   รวมทั้งความงามของไม้ใบ       

เป็นเช้าที่อากาศสบายขึ้นมากเมื่อเทียบกับปลายเดือนเมษายน   ที่ผมเฝ้าปลอบตัวเองว่า อากาศร้อนเวียนมา แล้วก็จะเวียนผ่านไป   เหมือนกับวิกฤติชีวิตที่ย่อมมีอยู่เสมอ เล็กบ้างใหญ่บ้าง   ต้องฝึกทำใจให้ไม่เครียด 

ผมบอกตัวเองว่า ถือได้ว่า ผมมีบุญ ที่ชีวิตยืนยาวมาจนเกือบครบ ๘๔ ปี มีสุขภาพดี (โดยมีโรคมาก)   มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี   มีพ่อแม่พี่น้องดี  มีภรรยาดี มีลูกๆ ๔ คนที่เป็นคนดีของสังคม   รวมทั้งผมได้มีโอกาสทำประโยชน์แก่สังคมเรื่อยมา   

เป็นการสะท้อนคิดที่ให้ความสุข

วิจารณ์ พานิช

๑๔ พ.ค. ๖๙