ไปเมืองกาญจน์..กินอาหารญี่ปุ่น
ด้วยเหตุจำเป็นในวันหยุด ลูกฉุดให้ขึ้นรถ ตอนแรกก็นึกว่าจะพาไปเที่ยว จะได้รีบปฏิเสธ แต่พอลูกบอกว่าผู้เป็นแม่มีธุระสำคัญ ขอร้องให้ลูกชายขับรถพาไปสักหน่อย ก็เลยต้องคล้อยตามแต่โดยดี
ออกจากบ้านแต่เช้า คนขับตั้งใจจะให้มื้อเช้าอยู่ที่ อ.พนมทวน ในใจก็นึกว่าเป็นร้านริมถนนหรือข้างปั๊มอย่างที่เคยกินมาทุกครั้งที่ไปเมืองกาญจน์ แต่ครั้งนี้มีเซอร์ไพรส์เล็กน้อย
พอเลยที่ว่าการอำเภอ เลี้ยวซ้ายตรงไฟแดง ตรงข้ามกับร.ร.ศึกษาสงเคราะห์พนมทวน ชวนให้ใจจดจ่อว่าจะพาไปร้านไหน รถวิ่งไปไกลแค่ ๑ ๕ กม.ก็ถึงร้านข้าวขาหมู “ไหหลำ ลำน้ำทวน” ในเขตบ้านย่านดอนสระ
ปกติก็เป็นอาหารจานโปรดอยู่แล้ว แต่ร้านนี้อร่อยกว่าทุกร้านที่เคยกินนะ รสชาติละมุนลิ้น ไม่หวานมาก เนื้อหมูเปื่อยและหอมนุ่มนัวกำลังดี น้ำจิ้มก็รสดีมากมีกระเทียมแกล้ม เลยกินจนพุงกาง
อร่อยขนาดไหน คนที่ชอบข้าวขาหมูก็ลองจินตนาการดู น่าจะดีกว่าที่ผมบรรยายเยอะเลย
พอหนังท้องตึง ก็เริ่มออกอาการง่วงนอนเล็กน้อย ขอแวะปั๊มปตท.แถวทุ่งสมอ เป็นปั๊มใหม่ที่ใหญ่โตมโหฬาร ที่ตั้งของร้านกาแฟอเมซอนอยู่ท่ามกลางดงไม้ ให้บรรยากาศร่มรื่นเย็นสบาย จนอยากจะนั่งอยู่ทั้งวัน
อยากให้ปั๊มน้ำมันส่วนใหญ่เป็นแบบนี้จัง จะได้พักคนพักรถ เติมน้ำมันและพักผ่อนหย่อนใจไปด้วย
เดินทางไปอ.ท่าม่วง ในเส้นทางบ้านหนองขาวแล้วเลี้ยวซ้าย สองข้างทางบ่งบอกความอุดมสมบูรณ์ เขียวชะอุ่มด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหาร เพราะท่าม่วงมีลำน้ำไหลผ่านและระบบชลประทานก็ดีด้วย
จุดประสงค์ของพลขับ ต้องการจะไปซื้อ “พันธุ์ไม้ป่า” ขับรถผ่านตลาดท่าม่วง เลี้ยวเลียบลำคลองผ่านสำนักงานชลประทานที่ ๑๓ อันเป็นที่ตั้งของเขื่อนแม่กลอง เข้าสู่ตรอกซอกซอยที่เป็นย่านการค้าพันธุ์ไม้นานาชนิด
ผมคิดในใจ มาไกลขนาดนี้ราคาพันธุ์ไม้ต้องไม่แพงแน่ จริงดังคาด สนนราคาแบบจับต้องได้ กล้าไม้พะยูง ไม้แดง กันเกรา พะยอม ตะเคียนและกระถินเทพา ราคาต้นละ ๑๐ - ๑๕ บาท สำหรับปลูกเพิ่มเติมเสริมแต่งที่โคกหนองนา สวนป่าเพชรสุวรรณ ณ บ้านหนองผือ
ปลูกต้นไม้ตอนนี้ ก็ถือว่าปลูกถูกที่ถูกเวลา ต้นไม้น่าจะอยู่รอดปลอดภัย คนปลูกและผู้อาศัยย่อมจะได้อานิสงส์อย่างแน่นอน
พอซื้อเสร็จสรรพคนขับพาเลาะเลี้ยวจนถึง “วัดถ้ำเสือ”อันโด่งดัง นักท่องเที่ยวอุ่นหนาฝาคั่ง ตรงบริเวณชานชาลาผู้โดยสารที่รอคิวรถราง เพื่อนำพาขึ้นไปไหว้พระและขมวิวทิวทัศน์ งานนี้ขอปฏิเสธเพราะรอไม่ไหวจริงๆ
จึงได้แค่กราบพระที่วิหาร พร้อมถวายสังฆทานจากเครื่องไทยทาน”สำเร็จรูป”ที่ทางวัดเตรียมไว้ให้ญาติโยมทำบุญ พอกรวดน้ำรับพรก็ถือว่าเป็นอันเสร็จพิธี จากนั้นก็เดินทางเข้าสู่เมืองกาญจน์
เป้าหมายสุดท้ายปลายทางอยู่ที่ร้านฮิโตมิ เป็นชื่อของร้านอาหารญี่ปุ่น และเป็นชื่อของสาวผู้มีศักดิ์เป็นเหลนของภรรยาผม เธอเรียกผมว่าตา เรียกภรรยาผมว่ายาย แบบนี้ไม่แก่จะทนไหวรึ
ฮิโตมิ นางเป็นสาวสู้ชีวิต พ่อชาวญี่ปุ่นทิ้งแม่กับเธอไป พอจบชั้นม.๖ ไม่ได้เรียต่อแต่ไม่งอมืองอเท้า ลงทุนกับแฟนหนุ่มเปิดร้านอาหารในห้องเช่า ๑ คูหา กิจการทำท่าจะไปได้ดี แต่ไม่มีทุนจะขยายกิจการ
ทั้งสองคน ตัดสินใจไปหางานทำที่ฝรั่งเศส เก็บเงินอยู่ ๓ ปี จึงกลับมาเพื่อขยายร้านอาหารให้กว้างขวางกว่าเดิม เพิ่มสีสันของร้านให้ดูดีมีเมนูที่หลากหลายและทันสมัยมากขึ้น
ร้านฮิโตมิอยู่ไม่ไกลจากศาลหลักเมืองกาญจนบุรี ขับเลยออกทางประตูหลัง ยังไม่ต้องขับตรงไปลงแพ ให้เลี้ยวขวานิดเดียวก็ถึงแล้ว หน้าร้านสังเกตง่าย ใครที่สนใจรสชาติอาหารญี่ปุ่นรับรองไม่ผิดหวังแน่นอน
แต่สำหรับผม อาหารที่ไม่คุ้นเคย ก็เลยบอกไม่ถูก ลูกชายกับลูกสะใภ้สั่งมาเต็มโต๊ะ ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันหมดว่าสุดยอด แต่ผมกลับคิดถึงข้าวขาหมูเมื่อตอนเช้า กินแล้วมันเหมือนได้กินจริงๆ
ขากลับแวะโรบินสัน เขาไปเดินซื้อของกัน ผมขอนั่งกินไข่ปิ้งที่เป็นอาหารไทยแท้ แต่เก้าอี้ที่นั่งยังสไตล์ญี่ปุ่น แม้จะไม่หิวแต่ก็ชิวๆดี และก็เอร็ดอร่อยอย่าบอกใครเชียว
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
ข้าราชการบำนาญ
อ.ก.ค.ศ. สพป.กจ.๔
๓ มิถุนายน ๒๕๖๙








