ส่งเสริมความเป็นพลเมืองโลกสำหรับเด็กปฐมวัย20260515160909.jpg ทำไมพ่อแม่และคุณครูจะต้องสอนเรื่อง #ความเป็นเมืองโลกกับเด็กปฐมวัย ถ้าพูดถึงมาตรฐาน สมรรถนะ สู่ความสามารถผู้เรียนที่ปรากฎในหลักสูตรใหม่ หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2568 จากความว่าพัฒนาการ ใช้คำว่า ความสามารถ = Competency ความสามารถด้านที่ 3 คือ “ความเป็นพลเมืองและความเป็นไทย” 20260515160927.jpg ผมได้อ่านรายงานการวิจัยเรื่อง แนวทางการส่งเสริมความเป็นพลเมืองโลก Global Citizenship Education Development: GCED จากประสบการณ์นานาชาติ จำนวน 445 หน้า มีความน่าสนใจอยู่ที่ว่าประเทศของเรามีความจริงจังน้อยเกินไปสำหรับความสำคัญต่อการรับผิดชอบต่อโลกของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแบ่งเนื้อหาสาระที่คาดหวังให้เกิดกับผู้เรียน ไม่ได้กำหนดคุณลักษณะที่ชี้เฉพาะ ด้านความเป็นพลเมืองโลกอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในระดับปฐมวัย คำถามคือ ถ้าลูกๆของเราไม่รับผิดชอบต่อโลก แล้วอนาคตของโลกใบนี้จะเป็นอย่างไร ทั้งสิ่งแวดล้อม ทั้งภัยพิบัติ ทั้งสภาพอากาศ ในวันที่โลกทั้งใบเชื่อมถึงกันได้เพียงปลายนิ้ว การเลี้ยงลูกของพ่อแม่ยุคใหม่อาจไม่ใช่เพียง การเตรียมให้ลูก “เรียนเก่ง” หรือ “เป็นเด็กดี” เท่านั้น แต่ยังหมายถึงการเตรียมให้เขาเติบโตเป็นมนุษย์ ที่เข้าใจโลก เข้าใจผู้อื่น และอยู่ร่วมกับความหลากหลายได้อย่างงดงาม แนวคิดเรื่อง “พลเมืองโลก” หรือ Global Citizen จึงกลายเป็นคำสำคัญที่หลายประเทศทั่วโลก ให้ความสนใจมาหลาย 10 ปี เพราะโลกในอนาคตไม่ได้ต้องการเพียงคนที่มีความรู้ หากต้องการคนที่มีหัวใจแห่งความรับผิดชอบ ต่อสังคมและโลกใบนี้ร่วมกันครับ สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังเลี้ยงลูกวัยอนุบาล คำว่า “พลเมืองโลก” อาจดูเป็นเรื่องไกลตัว แต่แท้จริงแล้วสามารถเริ่มต้นได้จากเรื่องเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การสอนให้ลูกรู้จักแบ่งปัน เคารพความแตกต่าง รู้จักดูแลสิ่งแวดล้อม หรือแม้แต่การชวนลูกตั้งคำถามกับสิ่งรอบตัว สิ่งเหล่านี้คือรากฐานสำคัญของการสร้างเด็กที่เติบโตอย่างมีคุณภาพ ในโลกยุคใหม่ เมื่อมองไปยังประเทศชั้นนำด้านการศึกษา จะพบว่าแต่ละประเทศต่างมีแนวทางในการบ่มเพาะ “หัวใจพลเมืองโลก” ให้เด็กแตกต่างกันไป แต่มีความจริงจังมากๆ ให้ความสำคัญที่สุด หลายประเทศล้วนมีเป้าหมายร่วมกัน ก็คือการสร้างมนุษย์ที่สามารถอยู่ร่วมกับโลกได้อย่างเข้าใจ และรู้จักรับผิดชอบ ที่ Singapore มีแนวคิดสำคัญว่า “คิดระดับโลก แต่รากเหง้าต้องมั่นคง” เด็กถูกปลูกฝังให้เข้าใจปัญหาระดับโลก ทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อม ความเหลื่อมล้ำ และการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม ขณะเดียวกันก็ยังเรียนรู้ที่จะรักบ้านเกิดและเห็นคุณค่าของอัตลักษณ์ตนเอง แนวคิดนี้สะท้อนให้เห็นว่า การเป็น #พลเมืองโลก ไม่ใช่การละทิ้งความเป็นไทย แต่คือการมีหัวใจที่เปิดกว้าง พร้อมยืนอยู่บนรากฐานของตนเองอย่างมั่นคง ใน Hong Kong โรงเรียนให้ความสำคัญกับแนวคิด “หมู่บ้านโลก” เด็ก ๆ ถูกสอนให้เข้าใจเรื่องสิทธิมนุษยชน ความรับผิดชอบต่อส่วนรวม และการเคารพกติกาสังคมตั้งแต่วัยเยาว์ เด็กจึงเติบโตมาพร้อมมุมมองที่เปิดกว้าง ยอมรับความแตกต่างของผู้คนได้อย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งเป็นทักษะสำคัญของการอยู่ร่วมกันในโลกปัจจุบัน ในกลุ่มประเทศตะวันตก เช่น United States United Kingdom และ Australia การศึกษามุ่งเน้นให้เด็ก “รู้ คิด และลงมือทำ” เด็กไม่ได้เรียนรู้เพียงปัญหาเศรษฐกิจ สังคม หรือสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังได้รับโอกาสในการลงมือแก้ปัญหา ฝึกการทำงานร่วมกับผู้อื่น และเรียนรู้การเป็นส่วนหนึ่งของสังคมอย่างแท้จริง เมื่อมองภาพรวมของประเทศเหล่านี้ จะเห็นได้ว่าการสร้าง #พลเมืองโลก ไม่ได้เริ่มต้นจากการสอนเนื้อหายาก ๆ แต่เริ่มต้นจากการปลูกฝังวิธีคิดและทัศนคติผ่านชีวิตประจำวัน เด็กทุกคนควรได้รับโอกาสในการเรียนรู้ 4 เรื่องสำคัญ ได้แก่ 1.การมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโลก 2.การรู้เท่าทันข้อมูลและสื่อ 3.การมีทักษะในการสื่อสารและแก้ปัญหา 4.และการมีค่านิยมที่เคารพความแตกต่างและเห็นอกเห็นใจผู้อื่น สำหรับผู้ปกครองหรือคุณครู สิ่งเหล่านี้สามารถเริ่มต้นได้ง่ายกว่าที่คิด บางครั้งอาจเริ่มจากการชวนเด็กพูดคุย เรื่องสิ่งแวดล้อมระหว่างทิ้งขยะ ปิดไฟเมื่อไม่ใช้ หรือการเผาขยะ สารเคมีจะส่งผลอย่างไรต่อโลก การสอนให้ลูกรอคิวและเคารพกติกา การอ่านนิทานที่สะท้อนความหลากหลาย ความแตกต่างของผู้คน หรือการพาลูกออกไปเรียนรู้ชุมชนรอบตัว ท้ายที่สุดแล้ว #ความเป็นพลเมือง สู่ #ความเป็นพลเมืองโลก ไม่ได้หมายถึงเด็กที่พูดได้หลายภาษาเพียงอย่างเดียว แต่คือเด็กที่มีหัวใจอ่อนโยน รู้จักคิด เข้าใจผู้อื่น และพร้อมเติบโตไปเป็นส่วนหนึ่งของโลก อย่างงดงามและรับผิดชอบต่อส่วนรวม #ความเป็นพลเมืองโลก #GlobalCitizenship #สมรรถนะเด็กปฐมวัย20260515160957.jpg20260515161011.jpg