เขตเศรษฐกิจพิเศษกาญจนบุรี
นับเป็นครั้งแรก หลังจากปฏิบัติหน้าที่ราชการมา ๓๐ กว่าปี และเกษียณอายุราชการมาได้ ๓ ปี ที่มีโอกาสเข้าประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อระดมความคิดความเห็นตามประเด็นการพัฒนาจังหวัดกาญจนบุรี
ในการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดกาญจนบุรี พ.ศ.๒๕๗๑ – ๒๕๗๕ ณ ห้องประชุมอาเซียน ๒ โรงแรมพีลูส
ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย ส่วนราชการ ภาคเอกชน และผู้นำชุมชน ส่วนผมได้รับเลือกให้ไปในนามผู้แทนภาคประชาสังคม ของอำเภอเลาขวัญ
จุดประสงค์หลักของจังหวัด ก็เพื่อให้ได้มาซึ่งปัญหาและความต้องการ ตลอดจนจุดเน้นที่เป็นภาพรวมของจังหวัด
วิทยากรเริ่มต้นด้วยการนำเสนอบริบทและสถานการณ์ของจังหวัดกาญจนบุรีอย่างชัดเจน ตามด้วยข้อมูล SWOT ๕๓ ประเด็น ที่จะใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการนำเสนอประเด็นยุทธศาสตร์และโครงการ
ผมมาอยู่เมืองกาญจน์ตั้งแต่ปี ๒๕๓๔ ก็พอมองเห็นและเข้าใจตรงกันกับวิทยากร เกี่ยวกับจุดแข็งของกาญจนบุรี (Strengths) อาทิ ตั้งอยู่ห่างจากกรุงเทพฯประมาณ ๑๒๐ กม.ซึ่งเอื้อต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยว
จังหวัดกาญจนบุรีมี “ทุนธรรมชาติ”สูง มีพื้นที่ป่าต้นน้ำและคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ดี ซึ่งเป็นฐานทรัยากรธรรมชาติที่สำคัญ
ส่วนจุดอ่อน (Weaknesses)ก็มีเหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่น ภาคเกษตรของจังหวัดกาญจนบุรีมีการใช้สารเคมีและการเผาในที่โล่ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อปัญหาสุขภาพและปัญหาสิ่งแวดล้อม
ในด้านโอกาส (Opportunities) น่าสนใจตรงที่มีเขื่อนขนาดใหญ่ ๒ เขื่อน ที่ปริมาณน้ำมากพอในการใช้งาน สามารถสนับสนุนการผลิตภาคเกษตรของจังหวัดได้เป็นอย่างดี
อีกทั้งมีการก่อสร้างมอเตอร์เวย์บางใหญ่ - กาญจนบุรี ช่วยเพิ่มความสะดวกและลดต้นทุนในการเดินทาง
สุดท้ายในด้านภัยคุกคาม (Threat) เช่น การเกิดโรคระบาดหรือวิกฤตเศรษฐกิจโลก ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวและโลจิสติกส์
เมื่อเข้าใจตรงกันแล้ว วิทยากรได้แบ่งผู้เข้าประชุมออกเป็น ๔ กลุ่ม เพื่อให้นำเสนอประเด็นยุทธศาสตร์เกี่ยวกับ (๑) การยกระดับเศรษฐกิจ (๒) การพัฒนาเมืองน่าอยู่ (๓) การพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ และ (๔) เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษกาญจนบุรี
การระดมความคิด จะต้องเขียนและอภิปรายให้ครอบคลุมประเด็น..ปัญหาที่ต้องแก้ไข ,จะป้องกันความเสี่ยงอย่างไร?..มีอะไรที่ต้องรีบเร่งพัฒนา และทำอย่างไรให้เกิดความยั่งยืน
ปัญหาเล็กๆของผมก็คือ ได้เข้าไปอยู่ในกลุ่มที่ (๔) ว่าด้วยเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษกาญจนบุรี ที่ผมไม่มีความรู้เลย เคยแต่อ่านผ่านตามาบ้างเพียงเล็กน้อย
แต่ก็โชคดีที่ได้ประธานกลุ่มมืออาชีพ ท่านทำงานภาคเอกชนคนเมืองกาญจน์ขนานแท้ เป็นนักธุรกิจและนักบริหารระดับแถวหน้า งานของท่านเกี่ยวข้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษโดยตรง
ท่านจึงพรั่งพรูปัญหาและอุปสรรคจากก้นบึ้งของหัวใจ ผมฟังอย่างเพลิดเพลินและได้ความรู้อย่างมากมาย สรุปได้ว่ากาญจนบุรี มีความล่าช้าในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ นั่นเอง
จริงๆผมก็เชื่อว่าที่ผ่านมานั้น จังหวัดก็คงดำเนินการในเรื่องนี้ไปบ้างแล้ว ทั้งการประกาศและจัดหาพื้นที่เพิ่มเติม การพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน การให้สิทธิประโยชน์ในการลงทุนของเอกชน แต่ไม่แน่ใจว่าได้เร่งประชาสัมพันธ์และทำการตลาดเชิงรุก เพื่อดึงดูดนักลงทุนมากน้อยแค่ไหน
การขับเคลื่อนที่ผ่านมา จึงดูเหมือนจะติดๆขัดๆ ยังมิได้พิเศษจริงๆเหมือนชื่อโครงการ
พอมาสดับรับฟังผู้เชี่ยวชาญ ทำให้ผมคิดได้ว่า ข้อจำกัดด้านกฎระเบียบและขั้นตอนราชการทำให้การขับเคลื่อนแผนพัฒนาล่าช้า และในความล่าช้าในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ ทำให้ลดความเชื่อมั่นของนักลงทุน
ผมไม่อยากเห็นโอกาสอันดีงามของเมืองกาญจน์กลับกลายเป็นวิกฤต ยังมีเวลาผนึกกำลังกันทุกภาคส่วน เพื่อบ้านของเราจะได้เป็นศูนย์กลางด้านอุตสาหกรรมเกษตร การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมไฮเทคมูลค่าสูง เชื่อมโยงกรุงเทพฯ ครับ
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๙





