PMAN - Prince Mahidol Award Nexus จัดที่จังหวัดน่าน เป้าหมายของมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลคือ ฉลองผู้รับพระราชทานรางวัลครบ ๑๐๐ คน โดยเริ่มจากปี พ.ศ. ๒๕๓๕ ครบ ๑๐๐ คนพอดี ปี ๒๕๖๘ รวม ๓๔ ปี ความภูมิใจของผมคือ ผมทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการตัดสินรางวัลนานาชาติอยู่ ๑๙ ปี
ไปจัดงานฉลองที่น่าน ก็เพราะท่านเจ้าสัวบัณฑูร ล่ำซำ ท่านขอให้มูลนิธิธนาคารกสิกรไทยเป็นเจ้าภาพ ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ที่เดาว่า น่าจะเกิน ๕๐ ล้านบาท) หลังจากท่านเชิญคณะกรรมการจัดประชุม PMAC ไปประชุมที่น่านเมื่อ ๓ ปีก่อน ที่ผมบันทึกไว้ที่ (๑) (๒) งานต้อนรับเมื่อ ๓ ปีก่อนว่าหรูสุดๆ แล้ว คราวนี้อลังการ์และศักดิ์สิทธิ์ ยิ่งกว่ามาก เพราะกรมสมเด็จพระเทพรัตน์ฯ เสด็จตลอด ๓ วัน
คนไปร่วมงานทั้งหมดราวๆ ๒๐๐ คน มีวงดนตรีไปจาก ม. นเรศวร พิษณุโลก และ ม. มหิดล ศาลายา
แขกไปพัก ๓ โรงแรม คือ เวียงแก้ว เอมารินทร์ และน่านตรึงใจ ผมพักที่น่านตรึงใจ และนั่งรถสปริ๊นเตอร์ (เช่าไปจากกรุงเทพ) คันที่ ๙ โดยมีคุณสุกัญญา พูนเพ็ง แห่งบริษัท K-Agro ดูแล ตลอดงาน
วันแรก ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
ตอนเย็นมีงานที่บ้านเจ้าสัว ฟังการบรรยายเรื่อง โดยท่านเจ้าสัว ตามด้วยงานเลี้ยงอาหารค่ำ
Nan Sandbox
บรรยายโดยเจ้าสัวบัณฑูร ล่ำซำ เวลา ๑๗.๐๐ - ๑๗.๔๕ น.
เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงสรุป ผมถามสหายเอไอว่า “เจ้าสัวบัณฑูร ล่ำซำ ไปสนใจพัฒนาจังหวัดน่าน ตั้งแต่เมื่อไร และทำโครงการอะไรบ้าง เวลานี้ก้าวหน้าไปเพียงไร” ขอนำคำตอบของ Gemini มาลงไว้ ดังนี้
Gemini
เจ้าสัว บัณฑูร ล่ำซำ (อดีตประธานกิตติคุณธนาคารกสิกรไทย) เริ่มเข้าไปเกี่ยวข้องกับจังหวัดน่านอย่างจริงจังมานานกว่า ๑๕ ปีแล้ว โดยเปลี่ยนบทบาทจาก "นักท่องเที่ยว/ผู้มาเยือน" มาเป็น "พลเมืองน่าน" เต็มตัว (ย้ายทะเบียนบ้านไปอยู่น่าน) และอุทิศชีวิตหลังเกษียณเพื่อแก้ปัญหา "เขาหัวโล้น" และความยากจนของคนน่าน
สรุปไทม์ไลน์และโครงการสำคัญได้ดังนี้ครับ
๑. เริ่มต้นเมื่อไร? (จุดเริ่มต้น)
ท่านเริ่มเข้าไปสัมผัสเมืองน่านราวปี พ.ศ. ๒๕๕๑-๒๕๕๒ (ค.ศ. 2008-2009)
- จุดเริ่มต้น: เดิมทีท่านเพียงแค่ชอบความสงบของเมืองน่าน และไปสร้างบ้านพักตากอากาศเพื่อพักผ่อน แต่เมื่อได้นั่งเฮลิคอปเตอร์สำรวจและเห็นสภาพป่าต้นน้ำน่าน (ซึ่งเป็นต้นน้ำ ๔๐% ของแม่น้ำเจ้าพระยา) ถูกทำลายกลายเป็น "เขาหัวโล้น" เพื่อปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ท่านจึงเกิดความตระหนกและตัดสินใจเข้ามาแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง
- คำประกาศ: ท่านประกาศวางมือจากงานบริหารธนาคารกสิกรไทย เพื่อมารับตำแหน่ง "ผู้จัดการโครงการรักษ์ป่าน่าน" อย่างเต็มตัว
๒. ทำโครงการอะไรบ้าง? (ภารกิจหลัก)
โครงการของเจ้าสัวบัณฑูร ไม่ใช่แค่การบริจาคเงิน (CSR) แต่เป็นการ "รื้อโครงสร้างปัญหา" โดยเน้น ๓ ด้านหลัก:
ก. ด้านป่าไม้และที่ดิน (หัวใจสำคัญ): "Nan Sandbox"
นี่คือผลงานที่ใหญ่ที่สุดและยากที่สุด คือการแก้ปัญหากฎหมายที่ดินทับซ้อนป่าสงวน
- แนวคิด: เจรจากับภาครัฐเพื่อขอใช้พื้นที่ป่าสงวนที่ถูกบุกรุกไปแล้ว จัดสรรใหม่ให้ชาวบ้านทำกินได้อย่างถูกกฎหมาย ภายใต้เงื่อนไข 18% - 82% (ชาวบ้านใช้พื้นที่ 18% ทำเกษตรมูลค่าสูง แลกกับการคืนพื้นที่ 82% ให้กลับมาเป็นป่า)
- เป้าหมาย: เปลี่ยนจากการปลูกข้าวโพด (ที่ทำลายดินและป่า) มาเป็นพืชที่มีมูลค่าสูงใต้ร่มไม้ เช่น กาแฟ โกโก้ หรือสมุนไพรยา
ข. ด้านวัฒนธรรมและสังคม
- มูลนิธิรักษ์ป่าน่าน: เป็นองค์กรหลักในการขับเคลื่อนงานฟื้นฟูป่า
- การบูรณะวัดภูมินทร์: สนับสนุนงบประมาณบูรณะจิตรกรรมฝาผนัง "กระซิบรักบันลือโลก" และปรับปรุงภูมิทัศน์วัด
- หออัตลักษณ์น่าน: สนับสนุนการสร้างพิพิธภัณฑ์เพื่อเก็บรวบรวมภูมิปัญญาและประวัติศาสตร์เมืองน่าน
ค. ด้านสาธารณูปโภคและสุขภาพ
- โรงพยาบาลน่าน: ระดมทุนสร้างตึกผู้ป่วยนอกและศูนย์โรคหัวใจ เพื่อให้คนน่านเข้าถึงการรักษาที่ซับซ้อนได้โดยไม่ต้องเดินทางไกล
- สวนสาธารณะ "อุ่นไอรัก เฉลิมพระเกียรติ": ปรับปรุงพื้นที่ศาลากลางจังหวัดหลังเก่า ให้เป็นปอดแห่งใหม่ของเมืองน่านที่สวยงามระดับสากล
๓. ความก้าวหน้าในปัจจุบัน (สถานะล่าสุด)
เวลานี้ (ปี ๒๕๖๙) โครงการมีความคืบหน้าไปมากในเชิงโครงสร้าง แต่ยังมีความท้าทายในเชิงปฏิบัติ:
- Nan Sandbox เป็นรูปธรรม: รัฐบาลให้การรับรองโมเดลนี้แล้ว ชาวบ้านในพื้นที่นำร่องได้รับสิทธิทำกิน (คทช.) อย่างถูกต้อง ไม่ต้องอยู่อย่างหลบซ่อน
- ธุรกิจ K-Agro: มีการตั้งบริษัท (เครือ KBank สนับสนุนความรู้) เพื่อรับซื้อพืชผลมูลค่าสูงจากเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อให้มั่นใจว่าเลิกปลูกข้าวโพดแล้วจะมีรายได้จริง โดยเน้นแปรรูป กาแฟ และ โกโก้ แบรนด์น่านสู่ตลาดโลก
- โรงแรมหรูที่อำเภอปัว: เจ้าสัวได้ลงทุนสร้างโรงแรมระดับ High-end ที่ อ.ปัว (คาดว่าจะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในระยะใกล้นี้) เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว "กระเป๋าหนัก" ให้เม็ดเงินไหลสู่ชุมชน เป็นโมเดลการท่องเที่ยวที่ไม่ทำลายธรรมชาติ
- ความท้าทายที่ยังอยู่: การเปลี่ยนใจชาวบ้านให้เลิกปลูกข้าวโพด ๑๐๐% ยังทำได้ยากและต้องใช้เวลา เพราะเป็นวิถีชีวิตเดิม แต่พื้นที่ป่าเริ่มฟื้นตัวให้เห็นในหลายจุดที่เป็นพื้นที่นำร่อง
โดยสรุป: เจ้าสัวบัณฑูร ได้ก้าวข้ามจากการเป็น "นายธนาคาร" สู่การเป็น "นักพัฒนาสังคม" เต็มตัว โดยใช้ "น่าน" เป็นพื้นที่ทดลอง (Sandbox) เพื่อพิสูจน์ว่า "คนอยู่ได้ ป่าอยู่ได้" ซึ่งถ้าสำเร็จที่น่าน จะเป็นต้นแบบให้กับการแก้ปัญหาป่าไม้ทั่วประเทศไทยครับ
Welcome Dinner
จัดที่ลานลานบาร์บีคิว บ้านเจ้าสัว ระหว่างเวลา ๑๘ - ๒๐ น. โดยมีซุ้มอาหารให้แขกไปเลือกรับมานั่งรับประทานที่โต๊ะ โดยกำหนดไว้ว่าใครนั่งโต๊ะไหน ผมโดนจับไปนั่งโต๊ะท่านเจ้าสัว ร่วมกับกรรมการรางวัลนานาชาติ โดยตอนแรกท่านเจ้าสัวไปเล่น เชลโล ในวงดนตรีก่อน ดนตรีและเพลงเพราะมาก อาหารก็อร่อยมาก
ผมเขียนบันทึกการไปเรียนรู้ Nan Sandbox เมื่อปี ๒๕๖๖ ไว้ที่ (๑)
วิจารณ์ พานิช
๓ ก.พ. ๖๙
ห้อง ๔๑๐๖ โรงแรมน่านตรึงใจ
รูป 690331
1 สนามบินน่าน ฟ้อนต้อนรับ จัดโดยผู้ว่าราชการจังหวัด
2 รถสปริ๊นเตอร์หรู ๑๐ คัน สำหรับแขกผู้ใหญ่
3 รับการผูกขวัญ
4 อาหารเที่ยงตอน ๑๓ น. เศษ สุดหรู
5 บ้านเจ้าสัว
6 เจ้าสัวบรรยายเรื่อง Nan Sandbox
7 ลานบาร์บีคิว
8 เจ้าสัวเล่นเชลโล ในวงดนตรี
9 ฟ้อนต้อนรับ
10 บรรยากาศของลานบาร์บีคิว
11 บรรยากาศการกินเลี้ยง
12 งานเลิก