ปีที่แล้ว (2568) ทั้งปี แทบจะสอนอยู่เรื่องเดียว คือ … กู่พิษ แก้พิษ (ถ้าภาษา HR ก็ Toxic People Management) มั้ง
เอาจริงๆ คนสอนเนี่ย ทั้งเบื่อ ทั้งเครียด จะ Manage ให้ปวดหัวกันไปทำไมวะ แยกๆ กันไป … ซะก็จบ
เเต่เดี๋ยวค่ะ … คนทำงาน ที่ต้องทำงานด้วยกัน เค้าลาออกไม่ได้ เค้าแยกไม่ได้ เค้ามีทางเลือกเดียว คือ “อดทน” และสุดท้ายก็ “ใจพัง”
แล้วคนสอนทำยังไง … ปกติ ไม่ใช่คนที่ไปหาอ่านหนังสือ หรือไปถาม AI มาสอน (เยอะ … เป็นปกติธุระ)
จะสอนยังไงให้ “ลึก และ ละเอียด” จะสอนยังไงให้ “เข้าใจง่าย” และจะสอนยังไงให้ “เอาไปใช้ได้จริง”
นักเรียนอยากเรียนแค่ 3 เดือนอีก (บางที่อยากเรียนแค่ 3 ชั่วโมง)
<< ถ้าเป็นแบบ Consult ก็จะพอได้หายใจหน่อย >>
โอ๊ยย … ชั้นจะบ้า จะทำยังไงล่ะ
คิดอะไรไม่ออก ฝึกกรรมฐานละกัน
1 เดือน 2 เดือน 3 เดือน
เอ้า … ปิดโปรเจกต์ ได้ซะงั้น!!
———————————————————
Details มันเยอะ เล่า Highlight เลยละกัน มีอยู่ 2 เรื่อง
———————————————————
Toxic People แบ่งความรุนแรงออกเป็น 4 ระดับ
- Toxic = น่ารำคาญ
- Narcissists = เริ่มเบียดเบียนชาวบ้าน
- Psychopaths = อันตรายละ
- Machiavellian = ไม่เห็นคนเป็นคน
(2,3,4 คือ Dark Combinations ที่เป็นผู้นำสูงสุดของมวลมนุษยชาติอยู่)
คนดีทั้งหลาย เลยน้ำตาตก ไม่มีวิธีจัดการ “กลัวบาป” เข้าไปอีก
———————————————————————
งั้นต่อสายตรง … โทรปรึกษา “พระแม่กาลี” และพระมหาโพธิสัตว์กวนอิมในร่าง “หายะคุรีวะ” เอาไงดีคะ …
(อันนี้มุก)
————————————————
สรุป Highlight ที่ 1 เจ้าของบริษัท … อยากไล่พนักงานขี้เกียจ ไม่ยอมทำงานออก (แบบไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย)
เคสนี้กว่าเจ้าของจะสรุปว่า “เชิญออก” ได้ รู้สึกผิดอยู่เป็นเดือน สงสารพนักงาน แต่ก็ไม่อยากจ่ายเงินเดือนแล้ว
งั้นเล่าให้ฟังหน่อย พนักงานคนนี้เป็นยังไง หมายถึงนิสัยนะ บลาๆๆๆ (Applied DISC ช่วยได้นะ)
งั้นต้องใช้วิชามารแบบ Psychopaths สักหน่อย Psychopaths อ่านนิสัยคนแม่นยิ่งกว่า MRI ใจเย็นยิ่งกว่า สุมาอี้ รอบคอบซับซ้อนยิ่งกว่า Super Computer และฐานข้อมูลแน่นยิ่งกว่า AI และที่สำคัญ “นิ่ง” จนดูไม่ออกว่าฉลาด แถมแสดงละครเก่งอีก
เรารู้เป้ายิง จากการอ่านนิสัยแล้ว เรามาออกแบบ “ธนูดอกเดียว” กัน
Dialogue Designs (หัวธนู) Emotional Designs (หางธนู) Circumstance Designs (ความเร็วธนู และทิศทางลม)
สิ่งสำคัญ คือ ต้องทำให้เค้า “ตัดสินใจ” ด้วยตัวเอง
สรุปคือ … คุยวันนี้ พรุ่งนี้เขียนใบลาออกเลย
——————————————————
สรุป Highlight ที่ 2 อยากให้ผู้บริหารบ้าอำนาจ หมดอิทธิพลในบริษัท (อยู่มานาน เจ้าของบริษัทไม่กล้าเชิญออก)
คนนี้ไม่ฟังใครเลย ตัวเองเก่งที่สุด เข้ากับใครไม่ได้เลย จนไม่มีใครอยากทำงานด้วย จะเชิญออกก็ไม่ได้ คนเก่า คนแก่
งั้นเล่าให้ฟังหน่อย เค้า “ของขึ้น” เรื่องอะไรบ่อยที่สุด และเค้าดูมีความสุขกับอะไรมากที่สุด
บลาๆๆๆ (ได้ข้อสรุปว่า ดูเหมือน “อังเคิล”) งั้นลองใช้วิชามารแบบ Narcissists ที่ไม่ชอบคน “รู้ทัน”
Narcissists ชอบวางหมาก วางทุ่นระเบิด พอโดนเองบ้าง ก็เล่นบทเหยื่อ
Narcissists ชอบโกหก ปั้นน้ำเป็นตัว พอโดนเองบ้าง ก็แถไปเรื่อยๆ
Narcissists ชอบเป็นจุดสนใจ พอไม่ถูกสนใจจะ “สติหลุด”
- แกล้งให้เค้าสติหลุด บ่อยๆ
- ให้ Voucher ไปเที่ยวพักผ่อน
- ให้ตำแหน่งที่ปรึกษา (แทนตำแหน่งบริหาร ด้วยเหตุผลทางสุขภาพ)
- ลดเงินเดือน ลดบทบาท (แต่ยังคงสิทธิพิเศษบางอย่าง)
- เชิญประชุมเป็นครั้งคราว
- ให้ Voucher ไปเที่ยวอีก
- etc. สุดท้าย … เลือกนอนอยู่บ้าน สบายใจ ทุกคนสบายใจ
——————————————————————————-
ทั้งหมดนี้ดูเหมือนง่าย แต่มันไม่เคยง่ายเลย
แล้วสอนว่า อย่าไว้ใจมนุษย์ มันแสนสุดลึกล้ำ เหลือกำหนด เหมือนเถาวัลย์ พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งใน “น้ำใจคน”
Anitibiotic กว่าจะผลิตได้สักชนิด ใช้เวลานับสิบปี กู่พิษ … ที่เอาไว้ต้านพิษจาก “จิตใจมนุษย์”
ก็ต้องใช้เวลาเรียนรู้เช่นกัน
ดร.ณพิชญา พชรปิยังกูร Course Director Bliss Quality Corporation., Ltd.