“หมอครับผมขอกอดที” แล้วก็ลงไปนั่งคุกเข่า กอดเอวหมอ และซบหน้าที่ตัวหมอ กล่าวขอบคุณๆ ๆ

หมอ…อาจทำไปด้วยหน้าที่ แต่คนไข้นี้คือบุญคุณใหญ่หลวง…เหมือนเกิดใหม่ กับสิ่งที่ค้างคาใจคือยังไม่ได้กราบขอบคุณหมอ ม๊ะ …. พยาบาลจัดให้ ===================== 11 มีนาคม 2569 ขอบันทึกเรื่องราวแสนประทับใจ ไว้ในความทรงจำ วันนี้ระหว่างที่ไปทำหน้าที่เป็นพยาบาลซักประวัติที่ คลินิกรังสี จากการที่น้องในแผนกต้องไปอบรม เป็นครูพี่เลี้ยงนักศึกษาพยาบาลเป็นเวลา 2 สัปดาห์ นั้น พยาบาลรุ่นใหญ่ (ตัวใหญ่ + แก่ ) อย่างดิฉันจึงต้องไปทำหน้าที่แทน ก็ได้พบกับครอบครัวหนี่ง ( พ่อ แม่ อายุราว 40 กว่า ๆ ลูกชาย วัยไม่ เกิน 20 หน้าตาสดใสดูมีความสุขทั้งบ้าน) ด้วยบุคลิกของพยาบาล (แก่) เวลาซักประวัติมักไม่ได้ถามเพียงประเด็นที่ผู้ป่วยมาบริการแต่มักชวนคุย ไปเรื่อยสารทุกข์สุขดิบ ซึ่งบางครั้งการพูดคุยแบบนี้ไม่พียงทำให้การรักษาพยาบาลเป็นเพียงรักษาโรคแต่ยังรักษาคน เช่น เคสนี้ ได้ข้อมูลว่า ปัจจุบันเขาอยู่ที่ระยอง ห๊ะ!!!! ระยอง ใช่ ไม่ผิด เขาเทียวรักษา พิมาย ระยอง มา 1ปี 5 เดือน รวมการไปกลับทั้งหมด 13 ครั้ง ใน 17 เดือน ด้วยระยะทาง กว่า 400 กม. เกิดขึ้นได้อย่างไร หากไม่ใช่ ศรัทธา ด้วยความอยากรู้เรื่องชาวบ้าน + หมอ พยาบาลก็เริ่มซักถาม ได้ความว่า เมื่อประมาณ 1 ปีกว่า ผู้ป่วย (ภรรยา) เจ็บป่วยด้วยอาการปวดท้อง ผิวพรรณหมองคล้ำ ขาบวม ปวด เหนื่อยเพลีย ไม่มีแรง เทียวรักษาแต่อาการยังไม่ดีขึ้น เขาจึงตัดสินใจหากจะตายก็ขอมาตายบ้าน จึงพาภรรยาที่เจ็บป่วย กลับบ้านซึ่งอยู่อำเภอติดกับพิมายห่างออกไปอีกประมาณ 30 กม. พอกลับมาอาการทรุดหนัก ขาบวมปวดมาก เดินไม่ได้ ผิวคล้า ไข้ หัวใจเต้นเร็ว มีหมอที่อำเภอแนะนำพาไปรักษาพิมายเถอะ จึงตัดสินใจมา แรกมารักษาที่พิมาย ด้วยสัญญาณชีพที่บอกว่า เริ่มวิกฤต ชีพจร หรืออัตราการเต้นของหัวใจ 136 ครั้งต่อนาที คนปกติ 60-100 ครั้ง ต่อนาที เขาได้มาพบกับนายแพทย์ที่อยู่เวรรแผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉินในขณะนั้น คือนายแพทย์ พงษ์ดนัย วัฒนเพ็ญไพบูลย์ ตรวจวินิจฉัย รวมกับรังสีแพทย์ และส่งต่ออายุรแพทย์ด้วยการรับเข้ารักษาที่โรงพยาบาลพิมาย ด้วย ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำส่วนลึก (Deep Vein Thrombosis - DVT) ทีมอายุรแพทย์ ได้ให้การรักษาจนผู้ป่วยอาการทุเลา ทุกวันนี้ใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติภาวะโรคที่สงบ ชีวิตที่แหมือนตายแล้วเกิดใหม่ทำให้ผู้ป่วยประทับใจ จึงไม่อาจตัดใจจากพิมายได้ ยอมเดินทางกว่าระยะทาง 400 กม. เพื่อรักษาติดตามอาการต่อเนื่อง ไม่อิดออด ไม่ร้องขอความเห็นใจ ไม่โวยวาย ถึงไกลก็จะมา โอ๊ยคือแม่นคักแถ๊ะ เราในฐานะ จนท. รพ.พิมาย รู้สึกปลาบปลื้ม ดีใจ ขอบคุณในความไว้เนื้อเชื่อใจ เรา ในการดูแลรักษา ขอบคุณ ขอบคุณ โดยธรรมชาติของงพยาบาลแก่ ไม่จบเท่านี้ มีพีคในพีค ก็ถามไปว่า มีอะไรอยากเล่าเพิ่มมั๊ย สามีผู้ป่วยเล่าว่า ประทับใจหมอท่านแรกที่ยื้อชีวิตภรรยาเจากมัจจุราช มาได้ ทำให้ครอบครัวยังอยู่พร้อมหน้า มีความสุข หากมีโอกาสก็อยากขอบคุณหมอสักครั้ง บ๊ะ เรื่องแค่นี้พยาบาลจัดให้ จึงพาไปพบกับ อาจารย์อาร์ม นายแพทย์พงษ์ดนัย วัฒนเพ็ญไพบูลย์ ซึ่งวันนี้ท่านออกตรวจที่ แผนกผู้ป่วยนอก พอทั้ง 2 ฝ่ายได้พบกัน ก็ทักทายขอบคุณ แต่ที่พีคมาก คุณสามีผู้ป่วยบอก “หมอครับผมขอกอดที” แล้วก็ลงไปนั่งคุกเข่า กอดเอวหมอ และซบหน้าที่ตัวหมอ กล่าวขอบคุณๆ ๆ ภรรยาเข้าไปสมทบ ลูกชายเชียร์อยู่ข้างๆ พยาบาลรู้สึกน้ำในตาเอ่อๆ ปลื้ม ใจ ยินดี อยากเก็บภาพแต่ไม่ทันล่ะ และก็ไม่อยากสร้างภาพ จึงขอเพียงถ่ายภาพร่วมกัน เพื่อบันทึกความทรงจำในวันดีๆแบบนี้ ไว้และขออนุญาต ลงบันทึกเรื่องราวนี้เพื่อให้ทุกท่านมีความสุขร่วมกัน วันดีๆ แม้เป็นเพียงหน้าที่ แต่หากไร้ซึ่งความเมตตา ความตั้งใจ จริงใจ ในการดูแลรักษา จะไม่เกิดเหตุการณ์นี้เลย ขอบคุณวันดีๆ อีกวัน แต่ก็แอบกระซิบบอกคนไข้ ว่า “ก็ไม่ต้องรัก รพ.พิมายมากขนาดนั้นก็ได้ สงสารตังค์ในกระเป๋าบ้าง เหม่ 400+++ กม.บ่ ธรรมดา ผ่านวิกฤตมาแล้ว ต่อไปก็ควบคุมให้คงที่ รักษาที่ใกล้ๆก็ได้ นานๆก็แวะมาเยี่ยมกันก็ได้นะ อิ อิ เคารพการตัดสินใจของคนไข้เสมอ จ้า 20260311212657.jpg ชลรรธร ปล.ภาพและเรื่องราวได้ขออนุญาต ผู้ป่วยและแพทย์แล้วในการเผยแพร่