ผมถามสหายเอไอว่า “จากเอกสาร Thailand's AI Leadership Report 2026 กรุณาสรุปประเด็นสำคัญ สำหรับองค์กรไทย ในการจัดระบบการใช้ เอไอ อย่างชาญฉลาด ได้รับผลดีต่องค์กร และก่อผลดีต่อบ้านเมือง และโลก ไม่หลงใช้โดยอาจก่อผลดีระยะสั้น แต่เป็นผลร้ายระยะยาว และไม่แค่ก่อผลดีต่อตนเอง หรือหน่วยงานของตนเท่านั้น ยังก่อผลดีต่อส่วนรวมด้วย” ในตอนที่ ๑ นี้ขอนำความเห็นของ Gemini มาลงไว้
Gemini
จากรายงาน Thailand's AI-Driven Leadership Report (มกราคม 2026) ซึ่งสำรวจผู้นำองค์กรกว่า 100 แห่งในประเทศไทย ผมขอสรุปแนวทางการจัดระบบการใช้ AI อย่างชาญฉลาด เพื่อให้เกิดผลดีอย่างยั่งยืนต่อทั้งองค์กร สังคมไทย และโลก โดยไม่หลงทางไปกับกระแสระยะสั้น ดังนี้ครับ
1. เปลี่ยนจุดเน้นจาก "เทคโนโลยี" สู่ "คนและวัฒนธรรม" (People-Centric Approach)
รายงานระบุชัดเจนว่าอุปสรรคสำคัญที่สุดไม่ใช่เรื่องเครื่องมือ แต่เป็น "ความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน" (56.7%) และ "ช่องว่างการสื่อสาร" (48.5%)
- เพื่อองค์กร: อย่าลงทุนแค่ Software แต่ต้องลงทุนกับ "Humanware" คือการสร้าง AI Literacy ให้พนักงานทุกระดับ เพื่อให้ AI เป็นเครื่องมือช่วยคน ไม่ใช่แทนที่คนจนเกิดความแตกแยก
- เพื่อบ้านเมือง/โลก: การพัฒนาคนให้มีทักษะ AI (Reskilling/Upskilling) ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล สร้างพลเมืองคุณภาพที่ไม่ถูก AI ครอบงำ แต่ใช้ AI สร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อสังคม
2. ผสานการทำงานข้ามสายงาน: ทลายกำแพงไซโล (Collaboration over Silos)
ปัญหาใหญ่คือการทำงานแยกส่วน (Silos) ระหว่างฝ่ายธุรกิจและฝ่าย IT ทำให้เป้าหมายขัดแย้งกัน (31%)
- เพื่อองค์กร: ต้องสร้างทีมผสม (Cross-functional teams) ที่ฝ่าย Business และ IT ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด (High Collaboration) ซึ่งรายงานพบว่ากลุ่มนี้จะมีการติดตามผลและปรับปรุง AI ได้ดีกว่า
- เพื่อบ้านเมือง/โลก: โมเดลการทำงานร่วมกันนี้เป็นตัวอย่างของ "ความสามัคคี" ในยุคดิจิทัล การที่องค์กรไทยทำงานอย่างบูรณาการ จะช่วยลดการใช้ทรัพยากรซ้ำซ้อนของประเทศ และสร้างโซลูชันที่แก้ปัญหาได้จริง (Real-world solutions) ไม่ใช่แค่ของเล่นทางเทคโนโลยี
3. ยึดมั่นใน "ธรรมาภิบาลข้อมูล" และจริยธรรม (Governance & Ethics)
การใช้ AI อย่างชาญฉลาดต้องไม่ละเลยความเสี่ยงเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และความลำเอียงของอัลกอริทึม (Bias)
- เพื่อองค์กร: ต้องมีกรอบกำกับดูแล AI (AI Governance Framework) ที่ชัดเจน ไม่ใช่แค่เพื่อให้ถูกกฎหมาย แต่เพื่อสร้าง "ความไว้วางใจ" (Trust) ในระยะยาว องค์กรที่โปร่งใสจะยั่งยืนกว่าองค์กรที่แอบใช้ข้อมูลลูกค้า
- เพื่อบ้านเมือง/โลก: การที่องค์กรไทยเคารพสิทธิข้อมูลและใช้ AI อย่างมีจริยธรรม จะช่วยยกระดับมาตรฐานประเทศไทยในเวทีโลก และป้องกันไม่ให้ AI ถูกนำไปใช้ละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือสร้างความแตกแยกในสังคม
4. มองไกลกว่า Pilot Project: บูรณาการสู่กระบวนการหลัก (Integration for Sustainability)
รายงานพบว่าความยากลำบากคือการผสาน AI เข้ากับ Workflow เดิม (48.5%) หลายองค์กรติดอยู่แค่ขั้นทดลอง (Pilot)
- เพื่อองค์กร: อย่าทำ AI แค่เป็นแฟชั่นหรือ PR ชั่วคราว (Short-term) แต่ต้องออกแบบให้ AI เข้าไปเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการทำงานจริง เพื่อผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ยั่งยืน
- เพื่อบ้านเมือง/โลก: เมื่อองค์กรไทยใช้ AI เพิ่ม Productivity ได้จริง จะส่งผลให้ GDP ของประเทศเติบโตอย่างมีคุณภาพ และสามารถใช้ AI ช่วยแก้ปัญหาระดับโลกได้ เช่น การใช้ AI บริหารจัดการพลังงานเพื่อลดโลกร้อน หรือการแพทย์แม่นยำ
5. ผู้นำต้องเป็น "ผู้กำกับทิศทาง" ไม่ใช่แค่ผู้สั่งซื้อ (Visionary Leadership)
ผู้นำระดับสูง (C-Level) ต้องมีวิสัยทัศน์ที่สอดคล้องกับเป้าหมายทางธุรกิจ ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฝ่าย IT ฝ่ายเดียว
- ข้อคิดสำคัญ: การใช้ AI ให้เกิดผลดีต่อส่วนรวม ผู้นำต้องตั้งโจทย์ว่า "เราจะใช้ AI สร้างคุณค่าอะไรให้สังคม?"ไม่ใช่แค่ "เราจะใช้ AI ลดต้นทุนได้อย่างไร?"
สรุปสั้นๆ:
การใช้ AI อย่างชาญฉลาดตามรายงานฉบับนี้ คือการ "ใช้คนนำเครื่องมือ" (Human-led), "เชื่อมโยงการทำงาน" (Collaborative), "มีจริยธรรมกำกับ" (Ethical), และ "มุ่งเน้นความยั่งยืน" (Sustainable) ซึ่งจะทำให้ AI เป็นพลังบวกที่แท้จริงต่อทั้งองค์กรและสังคมโลกครับ
เป็นข้อสรุปจากรายงาน Thailand's AI-Driven Leadership Report (มกราคม 2026) ที่ผมเข้าไปอ่านคร่าวๆ และเห็นว่า Gemini สรุปได้ดี ในตอนที่ ๒ เราจะได้เปรียบเทียบกับผลงานของ ChatGPT
ขอขอบคุณ ศ. นพ. สารเนตร ไวคกุล ที่กรุณาส่งรายงานนี้มาให้
วิจารณ์ พานิช
๒๔ ม.ค. ๖๙