"อนาคตของ SMEs ไทยไม่ได้หยุดแค่ในประเทศ เป้าหมายใหม่คือการเข้าไปเกาะกับ "Chain ของโลก" เพื่อรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีและยกระดับมาตรฐานตัวเอง ซึ่ง สสว. ได้สนับสนุนกลุ่ม Cluster ต่าง ๆ เพื่อผลักดันให้ SMEs ไทยมีตัวตนในระดับสากล นับเป็น "การเติบโตที่ต้องอยู่บนความสมดุล" ทั้งกลุ่มที่เน้นสร้างรายได้เลี้ยงชีพในชุมชน และกลุ่มที่เน้นนวัตกรรมเพื่อการแข่งขัน"

                                                                                                                                อรรถการ สัตยพาณิชย์

          เคยสงสัยไหมว่าทำไมธุรกิจเล็ก ๆ ในอิตาลีถึงส่งออกสินค้าไปได้ทั่วโลก? และทำไม SMEs ไทยถึงเป็น “กระดูกสันหลัง” ที่แท้จริงของเศรษฐกิจไทยแม้ในยามวิกฤติ? มาถอดรหัสความคิดของ คุณภักดิ์ ทองส้ม อดีตผู้บริหารสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ สสว. ที่จะมาเผยสูตรลับการปรับตัวของ SMEs ตั้งแต่จุดเริ่มต้น ยุคหลังวิกฤติต้มยำกุ้ง จนถึงการก้าวสู่เวทีระดับโลก!

ย้อนรอย SMEs ไทย: กำเนิดจาก Chain ของยักษ์ใหญ่

          จุดเริ่มต้นของ SMEs ในบ้านเราเริ่มเห็นเด่นชัดช่วงปี พ.ศ. 2503 เมื่ออุตสาหกรรมในประเทศขยายตัว ธุรกิจรายใหญ่ต้องการ "ตัวช่วย" ในการจัดหาวัตถุดิบและชิ้นส่วน จึงเกิด SMEs ขึ้นใน 2 รูปแบบหลัก ๆ คือ 

          1) รูปแบบทั่วไป: เกิดขึ้นตามการพัฒนาเศรษฐกิจปกติ

          2) รูปแบบ Supply Chain: เกิดขึ้นเพื่อซัพพอร์ตวิสาหกิจขนาดใหญ่โดยเฉพาะ

          แต่จุดเปลี่ยนสำคัญคือ วิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 ในขณะที่รายใหญ่ล้มละลายเพราะหนี้ต่างประเทศ SMEs  กลับกลายเป็น “พระเอก” ด้วยความยืดหยุ่นและการใช้เงินทุนตัวเอง จนนำไปสู่การตรา พรบ.ส่งเสริม SMEs และการก่อตั้ง สสว. ในปี 2543 เพื่อเป็นฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นระบบ

ทำไมต้อง "อิตาลีโมเดล"? ถอดรหัสลับความสำเร็จของ Cluster

          หากพูดถึงต้นแบบ SMEs โลก ทุกสายตาต้องจับจ้องไปที่อิตาลี คุณภักดิ์ชี้ให้เห็นว่าหัวใจสำคัญคือ “Cluster ที่เกิดจากจิตวิญญาณ”

  • วัฒนธรรมและความพึ่งพา: ในอิตาลี คนทำเครื่องหนัง คนทำกระดุม ต่างคนต่างเก่งในหน้าที่ตัวเอง แต่รวมตัวกันทำงานด้วยความละเมียดละไม พึ่งพากันโดยอัตโนมัติ ใครได้งานมาก็แจกจ่ายกัน
    • งานศิลป์ที่เป็นเอกลักษณ์ (Unique): ความเป็นศิลปิน ดีไซน์ และความโรแมนติก คือสิ่งที่ทำให้ SMEs อิตาลีลอกเลียนแบบได้ยาก

          แล้วไทยทำตามได้ไหม?  คุณภักดิ์มองว่าไทยอาจใช้โมเดลของ Michael Porter คือให้ภาครัฐช่วย "Facilitate" หรือกระตุ้นให้เกิดกลุ่มก้อน เช่น การสร้าง Cluster ข้าวอินทรีย์ โดยรัฐสนับสนุนศูนย์ทดสอบและความรู้ เพื่อให้เกิดการรวมตัวที่รวดเร็วกว่าการปล่อยให้เกิดเองตามธรรมชาติ

จุดแข็งที่ SMEs รายใหญ่ "ไม่มี"

          ทำไมเด็กยุคใหม่ถึงอยากเป็นเถ้าแก่กันมากขึ้น? นั่นเพราะ SMEs มีข้อดีที่ธุรกิจยักษ์ใหญ่ทำไม่ได้ คือ

  • ความยืดหยุ่นสูง: ปรับตัวตามลูกค้าได้ไว ไม่ต้องผ่านกระบวนการ Reengineering ที่ซับซ้อนเหมือนองค์กรใหญ่
  • ขุมพลังนวัตกรรม: SMEs คือแหล่งบ่มเพาะไอเดียใหม่ ๆ ทั้งด้านสินค้าและการตลาดที่ซ่อนอยู่
  • ฐานจ้างงานของชาติ: แม้ GDP ของ SMEs จะอยู่ที่ราว 38-39% แต่เชื่อหรือไม่ว่า SMEs คือแหล่งจ้างงานถึง 80% ของประเทศ! เป็นตัวช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างแท้จริง

3 เสาหลักสู่ความแกร่ง: "ประสิทธิภาพ - นวัตกรรม - ธรรมาภิบาล"

          คุณภักดิ์ย้ำว่า SMEs ไทยจะโตได้ ต้องเลิกพึ่งพา "แรงงานราคาถูก" แล้วหันมาเน้น Productivity (ผลิตภาพ) ดังนี้

          1) เพิ่มประสิทธิภาพ (Efficiency): ทำอย่างไรให้ 1 บาทที่จ่ายไป ได้ผลตอบแทนสูงสุด ลดต้นทุนด้วยความเก่ง ไม่ใช่ลดคุณภาพ

          2) นวัตกรรม (Innovation): สร้างความแตกต่างผ่าน R&D และการจัดการความรู้ (KM) เพื่อสร้างแบรนด์ให้โดดเด่น 

          3) ธรรมาภิบาลและ CSR: การทำธุรกิจอย่างมีจริยธรรม รับผิดชอบต่อคู่ค้าและสังคม จะเป็นเกราะป้องกันให้ธุรกิจยั่งยืนในระยะยาว 

ก้าวต่อไป: จากท้องถิ่นสู่ Global Supply Chain

          อนาคตของ SMEs ไทยไม่ได้หยุดแค่ในประเทศ เป้าหมายใหม่คือการเข้าไปเกาะกับ "Chain ของโลก" เพื่อรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีและยกระดับมาตรฐานตัวเอง  ซึ่ง สสว. ได้สนับสนุนกลุ่ม Cluster ต่าง ๆ เพื่อผลักดันให้ SMEs ไทยมีตัวตนในระดับสากล นับเป็น "การเติบโตที่ต้องอยู่บนความสมดุล" ทั้งกลุ่มที่เน้นสร้างรายได้เลี้ยงชีพในชุมชน และกลุ่มที่เน้นนวัตกรรมเพื่อการแข่งขัน           

          ในวันที่โลกหมุนไวและคนรุ่นใหม่หันมาเป็นเจ้าของธุรกิจมากขึ้น SMEs ไม่ใช่แค่เรื่องของ "ขนาด" แต่คือเรื่องของ "ขีดความสามารถ" หากเราสามารถผสานความยืดหยุ่นแบบไทย เข้ากับระบบ Cluster แบบอิตาลี และยกระดับประสิทธิภาพด้วยนวัตกรรมได้........

หมายเหตุ: เนื้อหาจากการสัมภาษณ์คุณภักดิ์ ทองส้ม อดีตผู้บริหาร สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เผยแพร่ในนิตยสาร BrandAge Essential ฉบับ Super SMEs