ปลูกผักปลอดสารพิษ สไตล์อาจารย์ขจิต ฝอยทอง
ผู้เชี่ยวชาญชีวิตหลายท่านคงเข้าใจเป็นอย่างดีแล้วว่า หลังเกษียณอายุราชการ ไม่มีงานประจำให้ต้องทำ แต่ยังมีงานอดิเรกมากมายให้ได้ผ่อนคลายเพื่อสุขภาพและความบันเทิงของชีวิต
อันนี้ก็ต้องเลือกกันไปตามความชอบ หรือความปรารถนาแห่งหัวใจ ทำแล้วสบายใจก็ทำไป
ตอนแรกผมเลือกปลูกผักบริเวณหลังบ้าน ทำท่าว่าจะไปได้สวยงาม แต่ไปไม่รอดด้วยเหตุและปัจจัยไม่เอื้อ ต้องพับฐานการผลิด เก็บแผนงานโครงการเข้าลิ้นชักไปก่อน
ปัจจัยหลักมิได้เกี่ยวข้องกับเวลาและสุขภาพ แต่เกิดจากต้นไม้รอบบ้านผมมันสูงใหญ่จนบดบังแสงไม่สามารถสาดส่องลงมาที่แปลง ผักถ้าขาดแสงแดดก็มักจะออกอาการขาดใจทุกครั้ง
อีกอย่างหนึ่ง พื้นที่ปลูกของผมหายไปเกือบหมด กลายสภาพเป็นลานหินเกร็ดที่เต็มไปด้วยไม้ดอกไม้ประดับ สำหรับการเดินเล่นของผู้สูงวัยภายในบ้าน ฝันที่เคยหอมหวานของผมก็เลยจางหาย
วันนี้ ภาพในความฝันอันนั้นกลับมาอีกครั้ง เมื่อคิดถึงท่านอาจารย์ขจิต ฝอยทอง อาจารย์ที่ผมรักใคร่นับถือมิเคยลืมเลือน ตั้งแต่ครั้งบริหารโรงเรียนเล็กในยุคแรกๆ
หลายท่านคิดถึงอาจารย์ขจิต ในแง่มุมของวิทยากรภาษาอังกฤษมืออาชีพ ที่วงการศึกษาขั้นพื้นฐานของไทยมีไม่มากนัก ผมเคยฟังบรรยายและร่วมกิจกรรมฯ ตลอดจนอ่านหนังสือของท่านแล้ว
ผมยอมรับเลยว่าท่านอาจารย์ขจิตเป็นบุคคลที่น่ายกย่องจริงๆ สมแล้วที่เป็นครูในดวงใจของครูไทยทั่วประเทศ
แต่อีกมุมหนึ่ง ที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ เกี่ยวกับประสบการณ์ ความรู้ความสามารถของท่านที่ผมชื่นชมและติดตราตรึงใจมาหลายปี นั่นก็คือการปลูกผักปลอดสารพิษ ท่านทำจริงและมีผลงานเชิงประจักษ์
อาจารย์ขจิตน่าจะได้ความรู้มาจากบ้านแฟนของคุณพ่อที่เมืองกาญจน์ เห็นว่าปลูกผักเยอะมาก
ส่วนผมได้ความรู้จากท่านเมื่อประมาณปี ๒๕๕๒ - ๒๕๕๓ ตอนนั้นท่านอาจารย์ขจิตไปทำวิจัยและช่วยสอนหนังสือที่โรงเรียนบ้านเขานางสางหัว อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี เป็นโรงเรียนขนาดเล็กมาก
ผมไปดูการทำงานของอาจารย์ขจิต แล้วเก็บเกี่ยวความคิดและความทรงจำอันนั้นมาทำที่โรงเรียนบ้าง แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร แต่ผมยังจำภาพนั้นได้ดีและไม่เคยทิ้งภาพความสวยงามนั้นเลย
อาจารย์กับนักเรียนช่วยกันปลูกผักปลอดสารพิษหลายชนิดรอบอาคารเรียน ปลูกในกระถางในกระป๋อง ในกาละมัง ถัง ถาด ปลูกในรองซีเมนต์ และตอไม้ ปลูกเหมือนเป็นไม้ประดับดูเรียบร้อยและสวยงามมาก
จากนั้นก็เก็บผลผลิตเข้าสู่โครงการอาหารกลางวันสำหรับนักเรียน นับว่าทำได้ครบวงจรจริงๆ
ผมนำไปประยุกต์ใช้ในโรงเรียนบ้านหนองผือ แต่ทำได้ไม่ต่อเนื่อง เพราะตอนนั้นขาดบุคลากรและมีแปลงผักขนาดใหญ่ที่พี่นักการภารโรงทำไว้ให้ ก่อนที่นักการฯจะเกษียณอายุราชการไป
ผ่านไป ๑๐ กว่าปี วันนี้..ผมกลับมาริเริ่มอีกครั้งอย่างตั้งอกตั้งใจ ในสไตล์อาจารย์ขจิต ฝอยทอง เพราะพื้นที่ปลูกมีจำนวนจำกัด แต่มีความเหมาะสมสอดคล้องกับวัยและโอกาสยิ่งนัก
เริ่มโครงการแรกที่ผักคะน้า ผักกวางตุ้งและถั่วฝักยาวก่อนอย่างอื่น โครงการต่อไปจะเป็นมะเขือเทศ บวบ และถั่วพู แบบว่าชอบกินอะไรก็จะปลูกอย่างนั้น มันจะให้ความรู้สึกที่จูงใจมากกว่า
ทุกวันนี้จึงมีความสุขที่ได้เห็นผลงาน ชื่นใจที่เห็นผักหน้าตาดีมีการเจริญเติบโต ปุ๋ยใส่แค่มูลวัวแต่จะใส่ใจให้มากหน่อย ให้สมกับที่รอคอยว่า คงมีสักวันที่จะได้ลงมือทำที่บ้าน ในวันว่างของคนที่เริ่มสูงวัย
ขอบคุณท่านอาจารย์ขจิต ที่สอนวิชาทักษะชีวิตให้ผม และยังได้สอนทักษะมวยไทยขั้นพื้นฐานในเฟสบุ๊ค ผมปลูกผักไปด้วย ออกกำลังด้วยแม่ไม้มวยไทยไปด้วย จึงเป็นความรู้สึกที่ดูดีมีชีวิตชีวามาก
จึงขอให้ท่านอาจารย์ขจิต”ครูมวยพเนจร”มีสุขภาพแข็งแรงสดใส เพื่อจะได้ทำงานการศึกษาไปอีกยาวนาน นะครับ
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๘






