ช่วงวันที่ ๑๑ - ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ ผมกับลูกๆ ๔ คน ต้องเผชิญภาวะฉุกเฉินที่ไม่คาดคิด ในการช่วยกันหาทางยื้อชีวิตภรรยา - ศ. พญ. อมรา (เศวตวรรณ) พานิช ผู้ที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เลย จากโรคสมองเสื่อมจากหลอดเลือดอุดตัน (vascular dementia) ที่ติดหวัดจากผมแล้วเกิดโรคแทรกซ้อน ปอดอักเสบ เข้าโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ปัญญานันทะภิกขุ ค่ำวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ย้ายไปที่ ICU Stroke Unit โรงพยาบาลศิริราชในวันที่ ๑๒ โดยได้รับการดูแลจาก รศ. นพ. ยงชัย นิละนนท์ แพทย์ประจำตัวของคุณหมออมรา มาหลายปี ในเรื่องสมองเสื่อม
ถึงวันที่ ๒๒ ก็ชัดเจนว่า สภาพเสี่ยงต่อชีวิตผ่านไปแล้ว วันที่ ๒๓ ย้ายไปห้องพิเศษ ตึก ๗๒ ปี พร้อมกับเตรียมหาทางฟื้นฟูสภาพให้กลับมาคล้ายสภาพก่อนป่วยหนักครั้งนี้ คือเคี้ยวอาหารและกลืนเองได้ ไม่สำลัก ดูดน้ำผ่านหลอดดูดและกลืนเองได้ ไม่สำลัก ลุกขึ้นยืนจากท่านั่งได้ โดยมีคนช่วยพยุง หรือบางครั้งลุกเองได้ เดินได้โดยมีคนคอยช่วยพยุง
ผมได้เรียนรู้จากประสบการณ์ครั้งนี้ว่า ผู้ป่วยสูงอายุที่มีปัญหาสุขภาพเรื้อรังแบบภรรยาของผม เมื่อเกิดปัญหาสุขภาพแบบปัจจุบันทันด่วน เข้าสู่สภาพนอนเตียง ได้รับอาหารทางสายยาง และการช่วยเหลืออื่นๆ เมื่อกลับบ้าน ผู้ป่วยเกือบทั้งหมดจะกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง
แต่ผมไม่อยากให้ภรรยาตกอยู่ในสภาพเช่นนั้น ได้ปรึกษาท่านคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ศ. นพ. อภิชาติ อัศวมงคลกุล ได้รับคำแนะนำว่า ให้ย้ายไปรับบริการที่ ศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ สมุทรสาคร โดยได้รับความช่วยเหลือจาก รศ. พญ. วราลักษณ์ ศรีนนท์ประเสริฐ ที่ผมคุ้นเคย ซึ่งเมื่อติดต่อ ท่านก็ช่วยประสานงานการย้ายไปรับบริการฟื้นฟูสภาพให้อย่างดีเยี่ยม
เป็นโอกาสที่ความเจ็บป่วยของคุณหมออมรา จะได้เป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสารสาธารณะเรื่องคุณค่าของการฟื้นฟูสภาพ ในระบบสุขภาพที่มีผู้สูงอายุที่อยู่ในสภาพสุขภาพอ่อนแอ (frail) ผมรู้สึกภาคภูมิใจ ที่ชีวิตผู้ป่วยสมองเสื่อมและ frail ของภรรยา จะได้ร่วมสร้างกระแสคุณค่าของบริการฟื้นฟูสภาพในระบบสุขภาพไทย ให้คนไทยได้เข้าใจโอกาสที่จะได้มีชีวิตที่ฟื้นฟูสภาพกลับมามีสุขภาพที่เหมาะสมได้
เช้าวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ เราก็ย้าย อ. หมออมรา ไปรับบริการฟื้นฟูสภาพที่ศูนย์สมุทรสาคร ที่อากาศดีมาก มีระบบบริการของสหวิชาชีพอย่างดี โดยทั้งทีมบริการและผมร่วมกันตั้งความหวังว่า จะฟื้น อ. หมออมรา ให้กลับมามีชีวิตใกล้เคียงกับสภาพก่อนวันที่ ๑๐ พฤศจิกายนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
วิจารณ์ พานิช
๒๙ พ.ย. ๖๘