คลินิกวัยสมาร์ท
วันนี้..พาตัวเองไปอยู่ในท่ามกลางโรคภัยไข้เจ็บ ทำให้นึกถึงประโยคเดิมๆที่ว่า “ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ” บางทีก็คิดว่ามีโรคบ้างก็ได้ แต่พอเป็นกระษัยยา แบบที่ไม่ต้องเยอะ
เพราะสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันมันไม่เหมือนเดิมแล้ว รวมทั้งอาหารการกินและกรรมพันธุ์ด้วย จึงห้ามกันไม่ได้ ฉุดรั้งไว้ไม่อยู่ก็ต้องมีอาการเจ็บป่วยกันบ้างเป็นธรรมดา
ผมจึงมีหน้าที่หลายอย่างหลังจากปลดประจำการออกมา คือเป็นข้าราชการบำนาญ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิฯ เป็นนักเขียน(สมัครเล่น) เป็นพ่อบ้าน ส่วนวันนี้ทำหน้าที่เป็นพนักงานขับรถ
ขับรถมา ๓๐ ปี ก็ยังดูเหมือนมือใหม่หัดขับอยู่วันยันค่ำ คนข้างๆที่นั่งไปด้วยจะต้องสั่งการทุกครั้งไป ให้คอยสังเกตไฟเขียวไฟแดง คอยระวังหน้าระวังหลัง และเตือนให้เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาอยู่เสมอ
คอยห้ามว่าอย่าขับเร็วเกิน ๘๐ และระวังให้ดีด้วย เผื่อมีมอร์เตอร์ไซค์หรือคนเดินตัดหน้า คอยควบคุมและสั่งเบรคทุกครั้งไป ผมต้องยอมปฏิบัติตามแต่โดยดี ไม่เคยพูดเลยสักครั้งว่าเธอมาขับเองเลยดีไหม
อันนี้ คือหลักการพื้นฐานของการใช้ชีวิตคู่ อะไรยอมกันได้ก็ยอมกันไป......
๑๓.๐๐ น.นั่งรอคุณหมอที่นัดเธอให้มาตรวจผลเลือดและความคืบหน้าของสุขภาพ ในรอบ ๖ เดือน เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ปกติจะนัดถี่ยิบ จนรู้สึกคุ้นชินกับโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช สุพรรณบุรี
บรรยากาศการนั่งรอคุณหมอคงเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา มีเพื่อนร่วมชะตากรรมมากมาย ให้รู้สึกอบอุ่นยิ่งนัก แต่ก็มีกระวนกระวายใจบ้างเล็กน้อย ว่าเมื่อไหร่คุณพยาบาลหน้าห้องจะเรียกชื่อเสียที
สายตาจับจ้องอยู่แต่หน้าห้องทุกห้องที่ติดหมายเลขเอาไว้ว่ารักษาโรคใดบ้าง มีตั้งแต่โรคทางเดินหายใจ โรคตับ ไต ความดัน เบาหวาน และไทรอยด์ มีอยู่ห้องหนึ่งเขียนว่า “คลินิกวัยสมาร์ท ๖๐ +”
ผมสนใจห้องนี้เป็นพิเศษ เพราะตรงตามวัยของผม เห็นในป้ายบอกว่าเปิดทำการ ๑๓.๐๐ - ๑๕.๐๐ น . แต่ไม่มีใครเข้าไปรับบริการเลยสักคน ไม่เหมือนห้องอื่นที่เรียกชื่อคนไข้อย่างต่อเนื่อง
ความอยากรู้อยากเห็นประมาณว่า ทางรพ.เขาเปิดเพื่อรักษาโรคอะไร หรือเพียงแค่ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการดูแลรักษาสุขภาพเพื่อชะลอวัยและห่างไกลโรค โดยเฉพาะโรคอัลไซเมอร์
ผมไม่กล้าเข้าไปสอบถามคุณพยาบาล เพราะดูบรรยากาศในช่วงนั้น ก็ไม่น่าจะได้คำตอบที่ชัดเจน
จึงเบนความสนใจไปอยู่ที่หนังสือที่เตรียมมาจากบ้าน นั่งอ่านฆ่าเวลาไปเรื่อยๆ เท่ากับว่าได้ใช้เวลาที่ไม่ว่างให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง จนกระทั่งคนไข้ของผมออกมาจากห้องตรวจด้วยใบหน้ายิ้มสดใส
ในมือเธอมีใบนัดออกมาด้วย ข้อความในใบนัดบ่งบอกว่าผลเลือดดีมาก โรคประจำตัวไม่มีอะไรต้องเป็นกังวล ขอให้กินอิ่มนอนหลับให้เพียงพอ แล้วกลับมาพบคุณหมอได้ใหม่ในอีก ๑ ปีข้างหน้า
ผมร้องว้าวเลย คิดสงสัยอยู่ในใจว่า คุณหมอเขาเริ่มรู้สึกเห็นใจและเบื่อคนไข้คนนี้แล้วกระมัง
ผมขับรถกลับบ้าน ด้วยความรู้สึกคิดถึงคลินิกวัยสมาร์ท ๖๐ + อยู่ตลอดทาง และคิดว่าถ้ามาคราวหน้า ๑ ธันวาคม ๒๕๖๙ จะขอเข้าไปใช้บริการสักครั้ง เรียกว่าวางแผนเป็นปีกันเลยทีเดียว
แต่แว๊บหนึ่งก็พลันฉุกคิดขึ้นมาได้ จะต้องรอวันนั้นทำไม ในเมื่อคลินิกที่ว่า น่าจะอยู่ข้างหลังบ้านของผมนี่เอง สถานที่ใหญ่โตกว้างขวางและครบวงจร จะใช้บริการเวลาไหนก็ย่อมได้ เปิด ๒๔ ชั่วโมงด้วยซ้ำ
ตกเย็น ผมจึงลงมือผสมดินในรองปูนขนาดใหญ่ สังเกตต้นกล้าผักกวางตุ้งกำลังงามได้ที่ พรุ่งนี้จะแยกมาปลูกในรอง ส่วนผักคะน้ากับต้นหอมผักชีต้องรอไปก่อน เตรียมรองปูนให้พร้อมแล้วค่อยว่ากัน
ผมสาละวนกับงานอดิเรกในสวนครัวหลังบ้านทั้งเช้าและเย็น เดินออกกำลังกายชมดอกไม้ใบหญ้า ได้รดน้ำต้นไม้ ใส่ปุ๋ยคอก และปลูกผักปลอดสารพิษ มีเหลือกินเหลือใช้พอได้แบ่งปันเพื่อนบ้านตามสมควร
เชื่อว่าสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงของผม ส่วนหนึ่งเกิดขึ้นจากพื้นที่บริเวณหลังบ้านนี่แหละ ที่ไม่เพียงแค่เรียนรู้และดูงาน แต่เป็นคลินิกระดับปฏิบัติการ ได้ทั้งผลงานและความสัมพันธ์ชุมชน เชิงประจักษ์อย่างแท้จริง
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๓ ธันวาคม ๒๕๖๘





