กลางเดือน พฤศจิกายน 2568 ได้รับหนังสือเชิญประชุมอนุอุทธรณ์ ก.อบต.จึงเดินทางไปร่วมประชุมที่ จ.น่าน ระหว่างขับรถผ่านบ้านดอนแก้ว ต.กลางเวียง อ.เวียงสา จ.น่าน เห็นงานก่อสร้างของกรมทางกลาง เป็นงานยกระดับพื้นถนนให้สูงขึ้นมาก ทราบภายหลังจากที่โทรศัพย์สอบถาม คุณพิกุล มาลี ที่มีบ้านอยู่ตรงข้ามถนน เธอเล่าให้ฟังยืดยาว เธอรู้สึกไม่สบายใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ผมจึงบอกว่า ตามพื้นถนนที่มองเห็น ในฤดูน้ำหลากจะทำให้บ้านเพื่อนคนนี้มีปริมาณน้ำท่วมสูงขึ้นกว่าเดิมแน่นอน และน้ำยังจะถูกรีดไปท่วมอีกฝั่งหนึ่งของถนน1090 แพร่-น่านแนวๆ สำนักงานนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว แม้ว่าจะไม่ได้เป็นนักวิชาการด้านน้ำ ใช้ประสบการณ์ที่ผ่านมา เห็นมวลน้ำที่เคยข้ามตรงที่ถูกยกระดับขึ้น เมื่อน้ำผ่านช่องทางนี้ไม่ได้จะให้น้ำไปในทิศทางไหน ติดตามรอชมกันต่อไปในฤดูน้ำสาหลากท่วม การยกถนนสูง 1.50 เมตร ที่บ้านดอนแก้ว การประชาชนผู้มีส่วนได้เสีย เป็นประชาชนที่อยู่อาศัยในระแวกดังกล่าวและใกล้เคียงเป็นรัศมีน้ำท่วมอาจได้รับผลกระทบ ทางราชการที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการทำตามระเบียบ วิธีปฎิบัติหรือไม่ อย่างไร แต่เท่าที่ทราบจากเพื่อนวันประชาคม เป็นวันที่ประชาชนไปรับเงินน้ำท่วม จะเห็นเรื่องหรือเวทีเดียวกันหรือไม่ จำเป็นต้องติดตามค้นหาความจริงกันต่อไป*28 มิถุนายน 2568
การยกระดับถนนหลวงสูงขึ้น 1.50 เมตร จะทำให้ประชาชนระแวกนั้นเดือดร้อนหรือไม่ เพียงใด
ติดตามรอชมกันต่อไปในฤดูน้ำสาหลากท่วม การยกถนนสูง 1.50 เมตร ที่บ้านดอนแก้ว การประชาชนผู้มีส่วนได้เสีย จะได้รับผลกระทบหรือไม่ อย่าง่ไร
I had seen many incidents of landfills causing floods in neighbouring lands and houses. I place the blame and responsibility on the ‘council’ town planner (engineer) for allowing landfills without diversion channels. There should be a local law to ensure zero impacts on neighbouring lands and properties.
For roads, there must be adequate drainage from one side (of the road) to another to ensure same distribution of drainage is maintained and at least 100% safety margin on the worse case scenario.