วารสาร Science ฉบับวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๖๘  ลงเรื่อง Canada’s Supreme Court will decide fate of ostrich flock hit with bird flu    ได้ความรู้ ๒ เรื่อง คือ  ๑) เหตุผลโต้แย้งว่าจะฆ่านกกระจอกเทศในฟาร์มเลี้ยง ที่ติดเชื้อไข้หวัดนก H5N1 จำนวน ๔๐๐ ตัวหรือไม่   ๒) คุณค่าของนกกระจอกเทศด้านการผลิตยาหรือเภสัชภัณฑ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไข่นกกระจอกเทศ (หนัก ๑.๕ กก.) ที่เคยติดเชื้อ H5N1 มี IgY ที่มีคุณค่าทั้งด้านการแพทย์ และด้านผลิตภัณฑ์เสริมความงาม   

ผมนำ pdf file ของบทความนี้ไปให้ NotebookLM สรุป   ได้ความตามข้างล่าง 

“แหล่งข้อมูลนี้ประกอบด้วยบทความจากสิ่งพิมพ์ทางวิทยาศาสตร์    กล่าวถึงการต่อสู้ทางกฎหมายและวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับนกกระจอกเทศเกือบ 400 ตัวในแคนาดาที่ถูกกำหนดให้ถูกกำจัดเนื่องจากการระบาดของไข้หวัดนก H5N1 บทความนี้อธิบายว่าศาลฎีกาแคนาดาให้การบรรเทาทุกข์ในนาทีสุดท้ายแก่นกเหล่านี้ หลังจากที่เจ้าของฟาร์มและผู้สนับสนุน ซึ่งรวมถึงบุคคลสำคัญอย่าง Robert F. Kennedy Jr. และ Dr. Oz ได้โต้แย้งคำสั่งนี้โดยอ้างถึงศักยภาพทางวิทยาศาสตร์ของการผลิตแอนติบอดีที่มีค่าจากไข่ของนกที่รอดชีวิต นอกจากนี้ บทความยังเน้นย้ำถึงความขัดแย้งระหว่างนโยบายสาธารณสุขที่เรียกร้องให้มีการกำจัดนกเพื่อป้องกันการแพร่กระจาย และมุมมองที่ว่านกเหล่านี้อาจมีภูมิคุ้มกันแล้วและสามารถใช้ในการวิจัยได้” 

ลองให้ Gemini สรุป    ได้รายละเอียดดีกว่ามาก ดังนี้

เนื่องจากท่านได้ให้บทความจากวารสาร Science (ฉบับวันที่ 2 ตุลาคม 2025) เกี่ยวกับสถานการณ์ของนกกระจอกเทศในแคนาดาและประเด็นทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง ผมขอสรุปประเด็นสำคัญในบทความนี้ออกเป็น ๓ ส่วนหลัก ดังนี้ครับ:

 

๑. สถานการณ์ความขัดแย้ง: การฆ่าสัตว์เพื่อควบคุมโรค (Cull) กับการขอผ่อนผัน

สถานการณ์นี้เกิดขึ้นที่ Universal Ostrich Farms (UOF) ในรัฐบริติชโคลัมเบีย ประเทศแคนาดา โดยมีใจความสำคัญดังนี้:

  • ต้นเหตุของปัญหา: ทางการแคนาดา (Canadian Food Inspection Agency - CFIA) ต้องการ ฆ่านกกระจอกเทศเกือบ 400 ตัว เนื่องจากตรวจพบการระบาดของไวรัสไข้หวัดนก H5N1 ในช่วงปลายปี 2024 โดยมีนกอย่างน้อย 69 ตัวตายจากอาการคล้ายไข้หวัด 111111111
  • คำสั่งและคำทักท้วง: CFIA ออกคำสั่งให้กำจัดฝูงสัตว์ตามข้อแนะนำขององค์การอนามัยสัตว์โลก (World Organisation for Animal Health) เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของไข้หวัดนกที่มีอันตรายสูง (Highly Pathogenic Avian Influenza) 2แต่เจ้าของฟาร์ม (Karen Espersen และ Katie Pasitney) ยื่นคำร้องขอผ่อนผัน โดยอ้างว่านกที่รอดชีวิตไม่น่าจะแพร่เชื้อแล้วและอาจมีภูมิคุ้มกันต่อ H5N1 3333
  • การแทรกแซงทางกฎหมาย: เมื่อวันที่  24 กันยายน (2025) ศาลสูงสุดของแคนาดาได้สั่งระงับคำสั่งฆ่า ไว้เป็นการชั่วคราว ทำให้ฝูงนกกระจอกเทศได้รับการผ่อนผันในนาทีสุดท้าย 4444โดย CFIA มีเวลาถึงวันที่ 3 ตุลาคมในการตอบกลับต่อศาล 5
  • การเผชิญหน้า: สถานการณ์ถึงขั้นตึงเครียด เมื่อวันที่ 22 กันยายน เจ้าหน้าที่ตำรวจและ CFIA เข้าปฏิบัติการตามหมายค้นเพื่อนำนกไปฆ่า แต่เจ้าของฟาร์มถูกจับกุมในข้อหาขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ 6

 

๒. ข้อโต้แย้งหลัก: มูลค่าทางวิทยาศาสตร์และผลประโยชน์

การต่อต้านคำสั่งฆ่าได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มผู้สนับสนุนที่หลากหลาย รวมถึงผู้ที่มีชื่อเสียงในสหรัฐฯ โดยมีประเด็นสำคัญคือ มูลค่าทางวิทยาศาสตร์ ของนกกระจอกเทศ:

  • ศักยภาพด้านแอนติบอดี (Antibodies):
    • เจ้าของฟาร์มดำเนินการในนามบริษัท  
    • บริษัทนี้ร่วมมือกับ  Dr. Yasuhiro Tsukamoto
    • แอนติบอดี  IgY มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงาม รวมถึงยาต้านเอนไซม์ย่อยอาหารของมนุษย์ เพื่อใช้ รักษาโรคอ้วน แข่งกับยาชื่อดังอย่าง  Ozempic และ Wegovy 9999
  • การวิจัยทางระบาดวิทยา:
    • ผู้นำด้านสาธารณสุขของสหรัฐฯ เช่น
    • ผู้เชี่ยวชาญระบาดวิทยาชี้ว่า นกกระจอกเทศเป็นสายพันธุ์ที่หาได้ยากที่จะเกิดการระบาดของ H5N1 ทำให้เป็น โอกาสที่น่าสนใจในการศึกษา ไวรัสในสายพันธุ์นี้  11
  • เสียงคัดค้านจากนักวิทยาศาสตร์: แม้ว่านักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่จะเห็นว่าเชื้อไม่น่าจะยังอยู่ในฝูงนกแล้ว  12แต่บางส่วนโต้แย้งว่า เราไม่จำเป็นต้องใช้นกกระจอกเทศเหล่านี้เพื่อทำวิจัยซ้ำ เนื่องจากมีการศึกษาการอยู่รอดของ H5N1 ในสัตว์ปีกชนิดอื่นมามากแล้ว  13      อีกทั้งการอนุญาตให้ผ่อนผันโดยไม่ยึดหลักฐานจะเป็น การบ่อนทำลายหลักการทางสาธารณสุข14

Struthio Bio-Science Inc. ซึ่งตั้งเป้าที่จะเก็บเกี่ยวแอนติบอดีชนิด อิมมูโนโกลบูลิน วาย (IgY)จากไข่แดงของนกกระจอกเทศ 7

นักภูมิคุ้มกันวิทยาชาวญี่ปุ่น ผู้เชื่อว่านกกระจอกเทศเป็น แหล่งแอนติบอดีที่ดีเยี่ยมสำหรับอุตสาหกรรม เนื่องจากสามารถผลิตไข่ขนาดใหญ่ได้มากถึง 100 ฟองต่อปี 8

Robert F. Kennedy Jr. และผู้อำนวยการ NIH ต่างคัดค้านการฆ่า โดยชี้ว่าสามารถศึกษา ระดับแอนติบอดีและภูมิคุ้มกันในเซลล์ ของนกที่รอดชีวิต เพื่อเป็นข้อมูลในการพัฒนาวัคซีน 10

 

ได้เรียนรู้ความซับซ้อน ว่าโรคภัยไข้เจ็บ ก็นำสู่ความรู้และการพัฒนา   ดังกรณีผลิตภัณฑ์จากไข่นกกระจอกเทศที่เคยติดเชื้อไข้หวัดนก H5N1   

วิจารณ์ พานิช

 ๓ ต.ค. ๖๘