ดังเล่าที่ (๑) ว่าบ่ายวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ผมไปชมพิพิธภัณฑ์ศิลปะ MCBA ที่นครโลซานน์ วิธีชมของผมคือถ่ายภาพเด่นเอาไว้ และถ่ายคำอธิบายหรือบอกชื่อชิ้นงาน และชื่อศิลปินไว้ด้วย
บ่ายวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๖๘ ผมเอารูปนี้
ใส่ให้ Chat GPT และถามว่า “Karel Appel วาดภาพนี้ในปีใด จากแรงบันดาลใจอะไร เพื่อบอกอะไรแก่ผู้ชมภาพ” ได้รับคำตอบที่ให้ความกระจ่างแก่ผมมาก ดังนี้
ChatGPT:
จากภาพที่คุณแนบมา เป็นผลงานของ Karel Appel ศิลปินชาวดัตช์ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม CoBrA (Copenhagen, Brussels, Amsterdam)
ลายเซ็นขวาล่างระบุชัดว่า “appel 61” แสดงว่าเขาสร้างสรรค์ผลงานนี้ใน ปี ค.ศ. 1961
แรงบันดาลใจ
- Karel Appel และกลุ่ม CoBrA ได้แรงบันดาลใจจาก ศิลปะดั้งเดิม ศิลปะพื้นบ้าน ศิลปะของเด็ก และศิลปะของคนป่าเถื่อน (primitive art)
- เขาเชื่อว่าศิลปะไม่ควรถูกจำกัดด้วยกฎแบบแผน แต่ควรปล่อยพลังดิบ ความรู้สึก และสัญชาตญาณออกมาอย่างตรงไปตรงมา
- ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง เขาใช้การวาดภาพเป็นการ ปลดปล่อยอารมณ์ ความเจ็บปวด และความหวัง ที่ผู้คนเผชิญ
สิ่งที่งานพยายามบอกผู้ชม
- ภาพนี้แสดงออกด้วย พลังของสีสดและเส้นแปรงที่ดุดัน (แดง น้ำเงิน เหลือง ดำ) เพื่อสร้างอารมณ์ความรู้สึกมากกว่าความสมจริง
- รูปร่างที่คล้ายมนุษย์หรือสัตว์ (แต่บิดเบี้ยวและเต็มไปด้วยพลัง) เป็นการสะท้อน ด้านดิบของมนุษย์ ความโกลาหล และพลังชีวิต
- Appel ต้องการให้ผู้ชมรู้สึกถึง พลัง ความไม่มั่นคง และอารมณ์ภายใน มากกว่าจะเข้าใจภาพแบบตรงไปตรงมา
- เขาเคยกล่าวไว้ว่า “I paint like a barbarian in these barbaric times” หมายถึงการวาดเพื่อสะท้อนความจริงของโลกที่ป่าเถื่อนและสับสน
สรุป:
ผลงานนี้ของ Karel Appel ปี 1961เกิดจากแรงบันดาลใจในแนวคิด CoBrA และการค้นหาพลังดิบในจิตใจมนุษย์ ใช้การวาดภาพแบบสัญชาตญาณและแสดงออกทางอารมณ์ เพื่อบอกผู้ชมว่า โลกหลังสงครามเต็มไปด้วยความวุ่นวาย แต่ในความโกลาหลนั้นยังมีพลังชีวิตและการสร้างสรรค์ซ่อนอยู่
คุณอยากให้ผมช่วยเขียน คำบรรยายสั้น ๆ (Wall text) แบบที่มักติดในแกลเลอรี/พิพิธภัณฑ์ สำหรับภาพนี้ไหมครับ?
วิจารณ์
ภาพวาดโดย Saint-Ours ในปี 1792 สะท้อนสภาพชีวิตของผู้คนที่เมือง Messina ที่เมืองถูกทำลายโดยแผ่นดินไหว และมีการสู้รบจากความขัดแย้งทางการเมือง กรุณาอธิบายภาพจากมุมมองของศิลปิน
ChatGPT:
นี่คือผลงานของ Jean-Pierre Saint-Ours (1747–1809) จิตรกรสวิสในยุคศตวรรษที่ 18 ผู้ได้รับอิทธิพลจากแนวทาง Neoclassicism ที่มุ่งใช้ศิลปะเพื่อสื่อสารอุดมการณ์ ความดีงาม และโศกนาฏกรรมของมนุษย์
🔹 การอธิบายภาพจากมุมมองศิลปิน
-
โศกนาฏกรรมของ Messina
- Saint-Ours สร้างสรรค์ภาพนี้ขึ้นในปี 1792 โดยมีฉากหลังคือ เมือง Messina บนเกาะซิซิลี ที่เผชิญทั้งภัยธรรมชาติ (แผ่นดินไหวครั้งใหญ่) และความขัดแย้งทางการเมืองจนเมืองถูกทำลายย่อยยับ
- ภาพแสดงให้เห็นความทุกข์ยากของผู้คนที่ไร้ที่พึ่งพา ท่ามกลางความโกลาหลและซากปรักหักพัง
-
โครงสร้างองค์ประกอบแบบ Neoclassical
- ศูนย์กลางของภาพคือชายหนุ่มหันหน้าเงยขึ้นฟ้า โอบกอดหญิงสาวและเด็กเล็กในอ้อมแขน → เป็นสัญลักษณ์ของ ความหวังและความกล้าหาญท่ามกลางหายนะ
- ร่างผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บที่กระจัดกระจายรอบ ๆ บนพื้นหิน → สื่อถึงความโหดร้ายและไร้ปรานีของทั้งธรรมชาติและการเมือง
-
การใช้แสงและเงา (Chiaroscuro)
- Saint-Ours ใช้แสงสว่างจากเบื้องบนส่องไปยังกลุ่มตัวละครกลางภาพ เพื่อเน้น ความเป็นมนุษย์และคุณธรรม ที่ยังคงอยู่แม้ท่ามกลางโศกนาฏกรรม
- เงามืดที่คลุมภูเขาและกลุ่มคนด้านหลังแสดงถึง ความสิ้นหวังและความตาย
-
สารที่ศิลปินต้องการสื่อ
- ภาพนี้ไม่ได้เป็นเพียงการบันทึกเหตุการณ์ แต่เป็น อุปมา (allegory) เกี่ยวกับสภาพของมนุษย์ที่ต้องต่อสู้กับพลังทำลายล้างทั้งจากธรรมชาติและความขัดแย้งระหว่างมนุษย์เอง
- Saint-Ours ต้องการให้ผู้ชมรู้สึกถึง ความเปราะบางของชีวิต, ความไร้เสถียรภาพของโลก และในขณะเดียวกันก็ยังเห็นประกายของ ศรัทธา ความรัก และการยึดเหนี่ยวกันของมนุษย์
สรุป:
จากสายตาของ Saint-Ours ภาพนี้คือการถ่ายทอด โศกนาฏกรรมสองชั้น (ภัยธรรมชาติ + การเมือง) ของผู้คนเมือง Messina ในปี 1792 แต่ภายในความสิ้นหวังก็ยังมีภาพของ ความรัก ความกล้าหาญ และความหวัง ที่มนุษย์สามารถโอบอุ้มกันและกันได้แม้ท่ามกลางความพินาศ
คุณอยากให้ผมลองเขียนเป็น ข้อความบรรยายภาพ (wall text) แบบสั้น ๆ ที่พิพิธภัณฑ์นิยมติดไว้ใต้ภาพไหมครับ?
วิจารณ์
Eugene Burnand เป็นผู้วาดภาพนี้ ในปี 1884 สถานที่เทือกเขา Alps กรุณาอธิบายสิ่งที่ศิลปินต้องการสื่อต่อผู้ชมภาพ
Gemini:
ภาพวาดนี้ชื่อว่า "Taureau dans les Alpes" (Bull in the Alps - วัวในเทือกเขาแอลป์) วาดโดย Eugène Burnand ในปี ค.ศ. 1884 ภาพนี้ถือเป็นผลงานชิ้นสำคัญที่ศิลปินประกาศเจตนารมณ์ (Manifesto) ในช่วงที่เขากำลังสร้างชื่อในฐานะจิตรกรแนวธรรมชาติ (Naturalist Painter) ที่เชี่ยวชาญด้านภาพวาดชนบทและสัตว์
สิ่งที่ศิลปินต้องการสื่อสารกับผู้ชมภาพ มีหลายมิติ ดังนี้ครับ:
๑. การยกย่องความยิ่งใหญ่และพละกำลังแห่งธรรมชาติ
ศิลปินเลือกวาดวัวตัวผู้พันธุ์ Simmental ที่สง่างาม มีขนสีน้ำตาลแดงปนขาว ยืนอยู่บนหน้าผาสูงชันในเทือกเขาแอลป์ วัวถูกวาดในขนาดใหญ่โตและเป็นศูนย์กลางของภาพ ในลักษณะที่มักใช้ในการวาดภาพประวัติศาสตร์หรือบุคคลสำคัญ (Monumental Scale)
- สัญลักษณ์ของพลังและชีวิต: วัวในภาพมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง ยืนหยัดอย่างมั่นคง และกำลังเปล่งเสียงคำราม (อาจจะเป็นการเรียกฝูงหรือประกาศอาณาเขต) ซึ่งสื่อถึง พละกำลัง (Power), ความมีชีวิตชีวา (Vitality), และความทระนง (Dignity) ของสัตว์ที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่
- ความสมจริงทางธรรมชาติ: การวาดอย่างละเอียดในสไตล์ธรรมชาติ (Naturalism) แสดงให้เห็นไอน้ำที่พวยพุ่งออกจากจมูกของวัว ซึ่งบ่งบอกถึงอากาศที่เย็นจัดบนที่สูง ศิลปินต้องการจับภาพ ความรู้สึกและบรรยากาศ ของช่วงเวลาและสถานที่นั้นอย่างแท้จริง
๒. การแสดงอัตลักษณ์และความภาคภูมิใจในดินแดนสวิสเซอร์แลนด์
Eugène Burnand เป็นศิลปินชาวสวิสที่ย้ายไปทำงานในปารีส ภาพนี้ถูกวาดขึ้นในช่วงที่เขากลับไปใช้เวลาในสวิตเซอร์แลนด์ และมีความหมายสำคัญต่อคนในชาติของเขา
- ภาพสะท้อนจิตวิญญาณแห่งแอลป์: วัวและภูเขาแอลป์มีความเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับ อัตลักษณ์ (Identity) และวิถีชีวิตชนบทของชาวสวิส โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วัวถือเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่งและความสำคัญทางเศรษฐกิจในพื้นที่เลี้ยงสัตว์บนเทือกเขา
- ความยิ่งใหญ่ของบ้านเกิด: การวาดทิวทัศน์ภูเขาที่ทอดยาวลงไปในหุบเขา (Val d'Hérens) โดยใช้เทคนิคการวาดทัศนียภาพทางอากาศ (Aerial Perspective) เพื่อสื่อถึงระยะทางและความลึก แสดงให้เห็นถึง ความยิ่งใหญ่และงดงามตระการตาของภูมิประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่เป็นบ้านเกิดของเขา
๓. การแสดงความสามารถทางเทคนิคและเจตนารมณ์ทางศิลปะ
ภาพนี้เป็นเหมือนการ ประกาศความเชี่ยวชาญของ Burnand ในฐานะจิตรกรสัตว์และภูมิทัศน์
- ความเชี่ยวชาญในการใช้สีและแสง: ศิลปินแสดงความสามารถในการจับแสงแดดที่ตกกระทบพรมหญ้าสีเขียวและลายวัว ทำให้ภาพมีชีวิตชีวา ตัดกับภูเขาสูงด้านหลังที่ปกคลุมด้วยหิมะและมีหมอกจางๆ
- การท้าทายจิตรกรคนอื่น: ในยุคนั้น ภาพวาดเกี่ยวกับสัตว์และชนบทมักถูกมองว่ามีสถานะต่ำกว่าภาพวาดประวัติศาสตร์ แต่ Burnand ใช้ ขนาดผ้าใบที่ใหญ่โต (Monumental Format) ซึ่งปกติสงวนไว้สำหรับภาพวาดระดับสูง มาวาดวัวตัวเดียว เพื่อ ยกระดับสถานะของภาพวาดแนวธรรมชาติ และแสดงการแข่งขันกับจิตรกรแนวเดียวกันในสมัยนั้น
โดยสรุปแล้ว Burnand ต้องการให้ผู้ชมรับรู้ถึง พละกำลังอันยิ่งใหญ่ของธรรมชาติและสัตว์ และ ความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ของชาวสวิส ผ่านภาพวาดวัวตัวนี้ ซึ่งไม่ใช่แค่วัวธรรมดา แต่เป็น สัญลักษณ์ของชีวิตที่ยืนหยัดและสง่างาม บนเทือกเขาที่ยิ่งใหญ่
คนไร้ศิลปะอย่างผม ได้โอกาสใช้เอไอเปิดกระโหลก ให้เข้าใจศิลปะมากขึ้น และใช้ฝึก Arts Appreciation ของตนเอง
วิจารณ์ พานิช
๒ ต.ค. ๖๘