ความสุขของแม่
แม่ล้มเป็นครั้งที่ ๒ ในรอบปี ๒๕๖๘ ครั้งนี้คุณหมอไม่ให้นอนโรงพยาบาล ให้กลับไปดูแลอาการที่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ”บ้านลลิสา”(Nursing Home) สาขารังสิต ซึ่งเป็นบ้านพักแห่งใหม่ของแม่ ผมไปเยี่ยมแม่และพบว่าแม่พ้นขีดอันตรายแล้ว
สัญญาณที่บ่งบอกว่าแม่ปลอดภัย เพราะแม่กินข้าวได้ นอนหลับดี เดินได้ ยิ้มได้และพูดเสียงดังฟังชัดเหมือนเดิม ใช้ชีวิตอยู่กับเจ้าหน้าที่และเพื่อนๆได้ตามปกติ
วันนั้น วันที่น้องสาวพาแม่ออกจากบ้านผม เพื่อไปพบแพทย์และปรับยาตัวใหม่ จากนั้นได้เปลี่ยนคนดูแลแม่ โดยจัดหาจากบริษัทที่ได้มาตรฐานและไว้ใจได้เหมือนเคย แต่แล้วก็ได้คนเลี้ยงที่ไม่ตรงปกอยู่ดี
ค่าตอบแทนคนดูแลที่ต้องคอยบริบาลแม่อย่างใกล้ชิด ค่อนข้างสูงมาก แต่มันไม่ใช่ปัญหา เมื่อน้องสาวไปทำงาน แล้วส่องดูจากกล้องวงจรปิดพบว่า ทั้งแม่และคนเลี้ยงไปด้วยกันไม่ได้เลย
คนเลี้ยงไม่ละเอียดอ่อนและไม่เป็นมืออาชีพ ขณะเดียวกันแม่ของเราก็ชอบไปวีนใส่เขา พูดง่ายๆว่าแม่ยังเอาแต่ใจตามประสาคนแก่ และออกอาการรำคาญใจกับคนดูแลอยู่เสมอ
น้องสาวผมจึงตัดสินใจ ปรับแผนการเลี้ยงดูแม่ เพื่อสุขภาพและความปลอดภัย ตลอดจนพลิกฟื้นความทรงจำและเยียวยาความเจ็บป่วยของแม่ ที่แม่เริ่มจะแรงน้อยถอยลงทุกขณะ
จึงเลือกบ้านหลังใหม่ให้แม่ ชื่อบ้านลลิสา”(Nursing Home) ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ อยู่ที่รังสิต ใกล้บ้านของน้องสาวซึ่งอยู่วังน้อย น้องสามารถไปเยี่ยมเยียนแม่ได้ทุกสัปดาห์
ศูนย์ผู้มีหน้าที่ดูแลแม่ ณ บ้านลลิสา ผมเห็นในโบชัวร์ว่าทันสมัย ในประเทศไทยมีอยู่ ๒ แห่ง คือรังสิตกับเชียงใหม่ เปิดให้บริการหลายโปรแกรม มีทั้งดูแลผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และผู้ป่วยอัมพฤกษ์อัมพาต
วันนี้ผมไปเยี่ยมแม่ ได้สัมผัสบ้านลลิสาที่แม่อยู่เป็นครั้งแรก พบว่าบรรยากาศดีมาก สะอาดร่มรื่นและโอ่โถง เงียบสงบเหมือนรีสอร์ตหรู น้องบอกว่าแม่อยู่อย่างสะดวกสบายและชอบมาก
ใบหน้าของแม่ยังฟกช้ำ แต่แม่บอกว่าไม่เจ็บเลย แม่สวมกอดลูกหลานทุกคนแล้วอธิบายให้ฟังว่าบ้านลลิสาดูแลแม่อย่างไร เกี่ยวกับอาหารการกิน และเรื่องหยูกยา ตลอดจนการออกกำลังกายและนันทนาการ
แม่ยิ้มแย้มแจ่มใสไม่มีอารมณ์เศร้าหมอง พูดคุยเสียงดัง ทักทายเพื่อนๆภายในบ้านลลิสาและแนะนำเพื่อนๆของแม่ที่พักห้องเดียวกันให้ลูกหลานรู้จัก แม่พาผมไปดูห้องนอนและห้องอาหารด้วย
ทุกสถานที่ภายในศูนย์ฯดูแลผู้สูงวัยหรือบ้านลลิสาแห่งนี้ กว้างขวางและอากาศถ่ายเทดีมาก มีความเป็นส่วนตัว อาคารแบ่งแยกหญิงชาย สิ่งของเครื่องใช้จัดวางไว้เป็นระเบียบเรียบร้อย
ภายในห้องอาหาร ผมถามแม่ว่าล้มตรงไหน ทำไมถึงล้ม หน้ามืดหรือเปล่า แม่บอกผมว่า แม่จะนั่งที่เก้าอี้เพื่อทานมื้อเช้า แต่กางเกงขาสั้นและกระโปรงที่ใส่คลุมอยู่มันรัดน่ารำคาญก็เลยจะถอดออกตัวนึง
แม่ไม่ได้เรียกเจ้าหน้าที่และมือแม่ไม่ได้เกาะเก้าอี้ไว้ ใบหน้าของแม่ก็เลยล้มคะมำไปที่โต๊ะ จนมีอาการฟกช้ำ วันนี้แม่หายเจ็บและยิ้มได้ กินข้าวได้มากเป็นปกติ เดินได้ดีขึ้น ไม่มีอาการทางสมองแต่อย่างใด
ผมกับน้องนำผลไม้ที่แม่ชอบไปฝาก ผมเห็นแม่เดินแจกคนโน้นคนนี้ แม่เปลี่ยนแปลงไปมากกว่าตอนอยู่ที่บ้านผม การพูดคุยและแบ่งปัน ทำให้แม่ได้เข้าสังคมและมีส่วนร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้คนภายในบ้านหลังนี้
ก่อนเดินทางกลับ ผมเข้าไปอยู่ในกลุ่มไลน์บ้านลลิสา ได้เห็นกระบวนการดูแลผู้สูงวัย จากรายงานวันละหลายรอบว่าแม่เป็นอย่างไร เช่น สัญญาณชีพ ความดัน การเต้นของหัวใจ ระดับความรู้สึกตัว พฤติกรรมและอารมณ์
กิจกรรมที่แม่ทำ และภาพที่แม่กินยาหลังอาหารและก่อนนอน ผมจึงได้เห็นหน้าของแม่ตลอดทั้งวัน
ในไลน์ของแม่ เจ้าหน้าที่ยังบอกด้วยว่า “เรียนคุณลูกค้า ครบกำหนดชำระค่าบริการ รอบวันที่ ๑๐ พย.๒๕๖๘ ของคุณนิตยา เพชรศรีจันทร์ แล้วนะคะ” พร้อมช่องทางการโอนเงิน
ผมจึงใช้เงินบำนาญของผมได้คุ้มค่ามาก แต่ก็ดีครับ แม่ของผมจะได้มีความสุขและอยู่กับลูกหลานไปนานๆ
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๘







