มาเป็นศึกษานิเทศก์กันเถอะ
ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ไม่ว่าจะตำแหน่งใด ทำงานอยู่ที่ไหน ย่อมมีบทบาทและคุณค่าในตนเอง เพื่อทำหน้าที่พัฒนาตน พัฒนางานและพัฒนาการศึกษาของประเทศชาติได้ทั้งสิ้น
โดยเฉพาะตำแหน่งศึกษานิเทศก์ที่กำลังพูดถึงกันอย่างกว้างขวาง แต่เชื่อเถอะในที่สุดแล้วก็ต้องสังกัดเขตพื้นที่ฯต่อไป หากไม่มี ศน.ปฏิบัติงาน งานวิชาการบนเขตฯล่มสลายแน่ กระทบภาพรวมของระบบการศึกษาอย่างแน่นอน
คำถามคือ ให้ความสำคัญกับศน.ขนาดนี้ แล้วมาเป็นผู้บริหารโรงเรียนทำไม? ผมมีคำตอบครับ
เพราะ ๖ ปีที่ผมเป็นศน.อ.ศรีสวัสดิ์ ก็อยากเติบโตเป็นศน.จังหวัด มิใช่เพื่อต้องการเลื่อนตำแหน่ง แต่เพราะลูกโตขึ้นต้องเข้าเรียนมัธยมฯ จะให้เขาข้ามแพขนานยนต์ไปเรียนที่ร.ร.ประจำอำเภอคงไม่ไหวแน่
ตอนนั้นทำงานหนักแต่ก็สนุกสนาน ทำงานทุกวันไม่มีวันหยุด ทำงานภาคกลางคืนด้วย เพราะบ้านพักอยู่ติด สปอ. จึงเป็นหัวเรี่ยวหัวแรง เป็นกำลังหลักให้กับน้องๆทุกคน ในทุกๆงาน
เมื่อเป็นทุกอย่างให้เธอ ก็หลงลืมสุขภาพตัวเอง จนเป็นมาลาเรียต้องส่งตัวเข้าไปรักษาที่กรุงเทพฯ หมอบอกว่ามาช้าอีกนิดเดียวตายแน่ และไม่ควรเป็นโรคนี้อีก จึงสิ้นสุดชีวิตศน.ไว้แค่นั้น
ทุกวันนี้ผมจึงมีพี่เพื่อนน้องที่เป็นศน.อยู่ในดวงใจ มากกว่าตำแหน่งใดๆที่ผมเคยสัมผัสมา ผมคิดถึงการทำงานที่ครูให้ความเคารพ เราคบกันแบบกัลยาณมิตร ที่ผมไม่เคยคิดไปเพิ่มภาระงานให้เขา
การทำงานศน.ของผมจะมี หน.ปอ.เป็นต้นแบบ (ท่านทวีศักดิ์ พัดศรีเรือง) ขึ้นเขาบนถนนลูกรังแล้วลงห้วยลุยน้ำลุยโคลน เพื่อตรวจเยี่ยม ติดตามและนิเทศโรงเรียน บางครั้งกลับไม่ได้ก็ต้องพักค้าง
ประทับใจอย่างที่สุด ก็ตอนที่รับเสด็จฯสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ณ ร.ร.บ้านองหลุ ผมกับคณะนั่งเกวียนไปกับท่านเลขาฯ(ดร.กษมา) โดยการนำของท่านผช.หน.ปอ.(อำนาจ ทัดสวน) ยังอยู่ในความทรงจำ ติดตราตรึงใจมิรู้ลืม
งานศน.สมัยนั้น จะทำตามนโยบายและภารกิจจังหวัด สปช.(เดิม)ไม่ค่อยมีงานลงมามากนัก ไม่เหมือนสมัยนี้ ที่สพฐ.คิดงานสนองนายบานเบอะ เขตฯจึงไม่ได้ทำงานพัฒนาและแก้ปัญหาอย่างแท้จริง
ไม่ต้องอะไรมาก เอาแค่งานประเมินผอ.เขตและรองผอ.เขตฯ ในรอบ ๖ เดือนหรือ ๑ ปี ศน.ก็แทบไม่ต้องทำงานอื่นแล้ว วิ่งวุ่นกันไปทุกกลุ่มงาน ไม่ได้หลับไม่ได้นอน เป็นตัวอย่างโรงลิเกให้ ร.ร.
บางเขตทำถึงขนาดหนักอลังการงานสร้างอย่างกับประกาศรางวัลออสการ์ ให้คณะเจ้านายเดินบนพรมแดง เห็นแล้วรู้สึกพอเพียงเข้าไปถึงขั้วหัวใจ โชคดีที่เรื่องแบบนี้ สพฐ.กำลังสั่งให้มีการเปลี่ยนแปลงแล้ว
ด้วยคุณสมบัติ ระบบการคัดเลือก ความรู้ความสามารถและบุคลิกภาพทางวิชาการ ศน.ทำงานร่วมกับโรงเรียนได้อย่างง่ายดาย ถ้าสพฐ.ไม่มัวแต่พาศน.เข้าโรงแรมกินหรูอยู่สบาย แล้วสุดท้ายก็ฝากงานให้มาทำที่เขตฯ
หากสพฐ.ไม่รีบแก้ไขวงจรการพัฒนางานนิเทศ ปล่อยให้เป็นแบบเดิม สิ่งที่เพิ่มเติมคือความบอบช้ำของ ศน.เอง และงานแก้ไขปัญหาตามตัวชี้วัดของเขตฯจะไม่เกิดขึ้น ความเจริญก้าวหน้าก็จะน้อยลง
ควรให้ศน.ได้ทำงานเต็มที่ตามศักยภาพและแผนงานฯ โดยการนำของท่านผอ.เขตฯ เมื่องานสำเร็จก็ให้ศน.ถอดบทเรียน เพื่อปรับปรุงแก้ไข และพัฒนาในปีต่อไป ตลอดจนจะได้เป็นแบบอย่างแก่เขตพื้นที่ใกล้เคียงด้วย
ผอ.เขตฯก็ต้องเป็นผู้นำทางวิชาการ เพื่อให้สพฐ.มีความเชื่อมั่น จากนั้นสพฐ.จะต้องส่งคนและงบประมาณลงมา เพื่อพัฒนาคุณภาพและแก้ปัญหาตามบริบท มิใช่ให้ทำงานเหมือนกันหมดทั่วประเทศ
วันนี้ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯมีมติเห็นชอบ มอบหมายให้ผมเป็นกรรมการกลั่นกรองความเหมาะสมเบื้องต้น จึงเล็งเห็นครูในสังกัดหลายท่าน ที่มีความพร้อมตามที่เขตฯประกาศรับสมัครศน. ตั้งแต่วันที่ ๑๒ - ๑๘ พย. ๒๕๖๘
ทั้งนี้ ก็ขอให้พิจารณาให้รอบด้าน หากรักงานวิชาการที่ท้าทายและต้องเสียสละเป็นตัวตั้ง ฟังเสียงหัวใจตัวเอง เพื่อการตัดสินใจที่จะมาอยู่เป็นครอบครัวเดียวกัน กับคณะศน.รุ่นใหม่ ที่ทำงานฉับไวและเต็มที่กับทุกงาน
เท่าที่ผมรู้และเข้าใจงานศน.สพป.กจ.๔ เป็นอย่างดี ก็เพราะผมอยู่เขตนี้มา ๒๕ ปีแล้ว
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๘









There is a lot of romance about working (and collaborating) as a ศน. but not a word about what and why (reasons for existence) ศน. are for.
Perhaps you would add a motto of ศน. so everyone would appreciate what they work for.