การออกแบบการวิจัยสำหรับพยาบาลเชี่ยวชาญ ช่วงนี้เราห่างจากการเป็นพี่เลี้ยงของพยาบาล แต่ยังทำงานอยู่สองอย่าง
1 เป็นกรรมการสมทบจริยธรรมวิจัย มข
2 เป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาบทความของวารสารฯพยาบาล
จากประสบการณ์ในการอ่านงานวิจัย พบว่า
1 การออกแบบการวิจัย ส่วนใหญ่ จะเป็นการพัฒนาและประเมินผลแนวปฏิบัติการพยาบาล การพัฒนาระบบการพยาบาล การพัฒนารูปแบบการพยาบาล ในช่วงแรกๆ ทำเป็น R&D, Implementation R, Action R ต่อมาส่วนใหญ่การออกแบบการวิจัย RCT, Qausi-experiment จะเป็นการสร้างโปรแกรมทางการพยาบาล จากกรอบแนวคิดของ self efficacy, self management ร่วมกับการทบทวนงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และติดตามประเมินผลผ่านแอปพลิเคชั่นไลน์ ระยะเวลา 6 สัปดาห์
2 เครื่องมือการวิจัย โปรแกรมฯ นักวิจัยต้องพัฒนาเอง เป็นคู่มือพยาบาล คู่มือผู้ป่วย วิดิโอ เป็นต้น ส่วนเครื่องมือเก็บผลลัพธ์ทางการพยาบาล หากมีเครื่องมือที่มีผู้สร้างไว้แล้ว ขออนุญาตนำมาใช้ จะทุ่นแรงของนักวิจัยที่สุด
3 จุดอ่อนที่นักวิจัยออกแบบการวิจัย เกี่ยวกับการพัฒนาแนวปฏิบัติฯ หากพัฒนาไปแล้ว คณะกรรมการฯจะพิจารณาเฉพาะส่วนการประเมินผลลัพธ์เท่านั้น หากออกแบบการวิจัยแบบสร้างโปรแกรมฯโดยการทบทวนงานวิจัยตามกรอบแนวคิดจากหลักฐานเชิงประจักษ์ ต้องนำเสนอให้เห็นทุกขั้นตอน
4 เรื่องอื่นๆ ยังมีพยาบาลที่เตรียมขอเชี่ยวชาญ มาขอคำแนะนำควรออกแบบงานวิจัยอย่างไรดี ก็ให้คำแนะนำตามข้อ 1-3 สำหรับงานวิจัยที่ออกแบบ Descreiptive หรือ หาปัจจัยต่างๆ ไม่แนะนำให้ทำ
บางโปรแกรมฯที่นำมาใช้กับผู้ป่วยผ่าตัดกระดูก ระยะฟื้นฟูที่ประเมินผลได้ ต้องใช้เวลา 12สัปดาห์ ต้องวางแผน ประเมิน 12 สัปดาห์ และการคัดเข้ากลุ่มตัวอย่่างจะต้องระบุกลุ่มที่กระดูกหักที่ไม่แตกต่างกัน เพราะการฟื้นฟูสภาพหรือ ERAS protocol จะแตกต่างกัน
งานที่ 2 ผู้วิจัยพัฒนาแนวปฏิบัติแล้ว ตีพิมพ์ แต่ยังไม่นำไปใช้
หากจะนำไปใช้ ต้องศึกษาประสิทธิผลของการใช้แนวปฏิบัติฯ ก่อนโดยนำCNPG ที่พัฒนาขึ้น ไปให้ทีมสหสาขาฯตรวจสอบเนื้อหาและความเป็นไปได้ก่อนนำไป้กับผู้ป่วย เป็น operational research