เรียบเรียงโดย อรรถการ สัตยพาณิชย์
เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา “ไทยรัฐกรุ๊ป” จัดงาน "Thairath Forum 2025 : The Next New Economy เวทีฉายภาพอนาคตเศรษฐกิจไทย” ภายใต้แนวคิด "The Next New Economy" เพื่อมองอนาคตเศรษฐกิจไทยในอีก 1 ทศวรรษข้างหน้า ภายในงานมีการเสวนาหัวข้อหนึ่งที่น่าสนใจคือ “Longevity Economy เศรษฐกิจของสังคมสูงวัยที่กำลังกลายเป็นพลังใหม่ในการขับเคลื่อนประเทศ” เนื้อหาที่นำเสนอในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งในการแสดงความคิดเห็นของ นายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ หรือหมอแอมป์ประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก และ บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) โดยคุณหมอแอมป์ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ “อายุขัยชีวิต” หรือ Life Span ที่ยืนยาวขึ้นของคนไทย แต่ในขณะที่เหรียญอีกด้านหนึ่งกลับพบว่า “อายุขัยสุขภาพ” หรือ Health Span ของคนไทยถูกรุมเร้าจากโรคภัยไข้เจ็บเฉลี่ย 10 ปีก่อนตาย นับเป็นปัญหาคุณภาพชีวิตที่ต้องทำให้ Life Span กับ Health Span ไม่เกิดช่องว่างหรือ Gap ที่ถ่างกว้างมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะนั่นจะหมายความว่าคนไทยจะทรมานก่อนตายหลายปีเพิ่มขึ้น
Longevity Economy คืออะไร?
Longevity Economy ในภาษาไทย มีทั้งแปลว่า "เศรษฐกิจอายุวัฒน์" หรือบางแห่งก็ใช้คำว่า “เศรษฐกิจอายุยืน” ซึ่งหมายถึง เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนโดยประชากรที่มีอายุยืนยาวขึ้น อันเนื่องมาจากสังคมผู้สูงวัยที่เพิ่มมากขึ้นทั่วโลก ในช่วงก่อนหน้านี้เราอาจจะเคยได้ยิน Silver Economy หรือ เศรษฐกิจผู้สูงวัย ซึ่งเกี่ยวข้องกับกิจกรรมทั้งหมดที่ตอบสนองความต้องการและความจำเป็นสำหรับผู้สูงวัย ครอบคลุมทั้งในมิติของผลิตภัณฑ์และบริการ รวมทั้งกิจกรรมทางเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นของผู้สูงอายุ ทั้งในฐานะผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อ และในฐานะผู้ผลิต/แรงงานที่ยังมีศักยภาพในการทำงาน
แต่ในขณะที่ Longevity Economy เป็นกรอบเศรษฐกิจที่กว้างขึ้นมาก โดยมุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนมุมมองทางเศรษฐกิจและสังคมให้เข้ากับชีวิตที่ยืนยาวขึ้น โดยให้ความสำคัญกับช่วงชีวิตที่ยังมีสุขภาพดี หรือ Health span ที่ยังสามารถสร้างคุณค่าได้อย่างต่อเนื่อง
ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Longevity Economy จึงไม่ได้จำกัดแค่สินค้าและบริการสำหรับผู้สูงอายุ เช่น อุปกรณ์ทางการแพทย์ หรือการดูแลสุขภาพระยะยาวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงธุรกิจที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ ความต้องการ และโอกาสใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นตามความเปลี่ยนแปลงของประชากรผู้สูงวัยที่มีกำลังซื้อสูง และต้องการมีคุณภาพชีวิตที่ดี
ดังนั้น Longevity Economy คือการปฏิรูประบบเศรษฐกิจและสังคมให้รองรับกับสังคมที่มีอายุยืนยาว โดยเน้นส่งเสริมสุขภาพที่ดี เพื่อให้ผู้คนมีชีวิตยืนแต่มีคุณภาพ และเป็นแรงขับเคลื่อนใหม่ของเศรษฐกิจโลกในอนาคต
สังคมผู้สูงอายุและวิกฤติประชากร
นายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ ผู้บริหารที่คลุกคลีในธุรกิจ Wellness ได้ให้ข้อมูลบนเวทีเสวนาที่ “ไทยรัฐกรุ๊ป” ได้จัดขึ้นในหัวข้อเกี่ยวกับสังคมผู้สูงอายุและวิกฤติประชากรไว้น่าสนใจว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญความจริงของสังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ โดยประชากรที่มีอายุเกิน 60 ปี มีสัดส่วนถึง 20% และคาดว่าภายในปี 2576 จะขยับเป็น 28% ของประชากรทั้งประเทศ สาเหตุหลักคือ อัตราการเกิดที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ในปี 2567 เกิดเพียง 460,000 คน แต่เสียชีวิตถึง 570,000 คน เป็นปีแรกที่ประเทศไทยมีจำนวนคนเสียชีวิตมากกว่าคนเกิด รวมถึงแนวโน้มประชากรลดลงปีละกว่าแสนคน ถ้าสถานการณ์นี้ดำเนินต่อไปจะเกิดวิกฤติขาดแคลนประชากรวัยทำงาน ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของประเทศ
อายุขัยเฉลี่ยกับสุขภาพที่แท้จริง
คนไทยมีอายุขัยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากอดีตที่เฉลี่ยแค่ 50 ปี ปัจจุบันเฉลี่ย 77.4 ปี และในปี 2568 คาดว่าขยับขึ้นเป็น 78.1 ปี นับว่าดีกว่าค่าเฉลี่ยโลก อย่างไรก็ตาม ปัญหาไม่ได้อยู่แค่อายุขัย แต่คือ Health Span หรือ “ช่วงชีวิตสุขภาพดี” ที่คนไทยมีอายุเฉลี่ยเพียง 67.3 ปี หมายความว่าโดยเฉลี่ยคนไทยจะต้องเผชิญความทุกข์ทรมานจากภาวะโรคเรื้อรังต่าง ๆ ก่อนเสียชีวิตเป็นเวลานานถึง 10 ปี การมีอายุยืนขึ้นจึงไม่ได้หมายถึงการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแต่อย่างใด
สาเหตุของความทรมานในบั้นปลายชีวิต
ปัจจัยที่นำไปสู่ความทุกข์ทรมานในช่วงชีวิตสุดท้าย เกิดจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ได้แก่ เบาหวาน, ล้างไต ตาบอด สโตรก โรคหัวใจ ปอดอุดกั้นเรื้อรัง มะเร็ง โรคอ้วน ฯลฯ สาเหตุมาจากพฤติกรรมสุขภาพ เช่น กินหวาน กินเค็ม นอนดึก ไม่ออกกำลังกาย ผลจากการใช้ชีวิตที่ทำร้ายสุขภาพ ข้อมูลในปี 2568 พบว่า 77% ของคนไทยที่เสียชีวิตเกิดจากโรคกลุ่มนี้ เฉลี่ย 44 คนต่อชั่วโมง หรือราว 380,400 คนต่อปี และแนวโน้มจะสูงขึ้นถึง 80% ภายในปีต่อไป
ช่องว่างระหว่าง Life Span กับ Health Span
แม้เทคโนโลยีทางการแพทย์จะพัฒนาอย่างรวดเร็ว ยาและเคมีบำบัดทันสมัยขึ้น แต่ทำให้คนไทยทรมานนานกว่าเดิมก่อนตาย (Gap สูง 10-12 ปี) เพราะสามารถรักษาและยืดชีวิตได้ แต่ไม่สามารถเพิ่มคุณภาพชีวิตได้เท่าที่ควร หลายประเทศหันมาวัด GDP ด้านสุขภาพอย่าง Health Span มากขึ้น เพราะถ้า Health Span เท่ากับ Life Span นั่นหมายถึงการมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพและหลับตายโดยไม่ทรมาน ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดของสังคมผู้สูงอายุและผู้รัก Wellness
โอกาสและความท้าทาย: Longevity Economy
ผู้สูงอายุและกลุ่มผู้ป่วย NCDs มีสัดส่วนสูงขึ้นทั่วโลก ส่งผลให้ Longevity Economy หรือเศรษฐกิจผู้สูงวัยเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ประกอบกับความสนใจดูแลสุขภาพเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังการระบาดของโควิด-19 ซึ่งพบว่าผู้ป่วยกลุ่มโรคเรื้อรังมีความเสี่ยงเสียชีวิตจากโควิดสูงขึ้นหลายเท่าตัว การแก้ไขปัญหาช่องว่างนี้จึงต้องเริ่มจากเปลี่ยนพฤติกรรม ลดปัจจัยเสี่ยง เพิ่มการวางแผนชีวิตรองรับภาวะผู้สูงวัย และพัฒนาระบบสุขภาพที่เน้นคุณภาพชีวิตทุกช่วงวัย
สรุป
สังคมไทยในอนาคตกำลังมุ่งสู่สังคมผู้สูงวัยเต็มรูปแบบ จำนวนผู้ป่วย NCDs และความเครียดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมกับค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากไม่รีบจัดการและวางแผนอย่างจริงจัง คนไทยส่วนใหญ่จะต้องเผชิญความทรมาน 10-12 ปีสุดท้ายของชีวิตก่อนตาย อันเป็นประเด็นสำคัญที่ควรตระหนักและร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ Health Span เท่ากับ Life Span ให้ได้ในอนาคต