แค่นี้ก็ดีแล้ว
พอชีวิตเดินทางมาถึงจุดหนึ่ง จึงได้คิดถึงบางสิ่งบางอย่างที่ผ่านมา ทุกสิ่งอย่างนั้นทำไมถึงคิดและทำไปได้อย่างไร ก็คงจะมีเหตุผลในตัวเอง แต่วันนี้ทุกเรื่องราวที่ผ่านพ้นเป็นเพียงบทเรียนแห่งการเรียนรู้เท่านั้น
บางครั้งรู้สึกว่าพยายามไปเพื่ออะไร หลายครั้งที่ไปไม่ถึงฝัน มาถึงวันนี้กลับคิดได้ และไม่รู้สึกเสียดายหรือเสียใจกับสิ่งใดทั้งสิ้น เพราะได้มายืนอยู่ในจุดที่พอดี พอมีพอกิน พอเพียงและอบอุ่นมาก
ชีวิตกับการเดินทางที่ยาวไกล ระหว่างทางก็เพลิดเพลินในสิ่งที่ชอบกับช่วงเวลาที่ใช่ หลากหลายเรื่องราว อารมณ์และรสชาติ จริงจังและยืดหยุ่นไปพร้อมๆกัน
พอนึกย้อนกลับไป มีเรื่องใดบ้างที่เพิ่มสุนทรีย์ให้ชีวิต หรือเป็นเรื่องเตือนจิตสะกิดใจให้ข้อคิด มิใช่เพื่อปลอบประโลมใจตนเอง แต่เพื่อก้าวใหม่ที่สดใสกว่าเดิม อาทิ
ผมฝึกซ้อมเปียโนมานานกว่า ๑๐ ปี เล่นเพลงช้าง ช้าง ช้าง ได้เพลงเดียว ก็ไม่เห็นจะเป็นไรเลย ไม่ต้องอ้างว่าไม่ได้เรียนมาทางดนตรี หรือไม่มีพรสวรรค์อันใด ในบ้านหลังนี้ยังมีอย่างอื่นให้เรียนรู้อีกมากมาย
ผมเขียนหนังสือมา ๒๐ ปี ไม่มีผลงานรวมเรื่องสั้นเลยสักเล่มเดียว จะมีก็แต่บันทึกเล่าเรื่องเพียงไม่กี่เล่ม เพราะถนนสายวรรณกรรมที่ดูเหมือนจะเรียบง่าย แต่เอาเข้าจริงต้องทรหดอดทน ต้องให้เวลาทั้งกายและใจ เพื่อการทุ่มเทอย่างแท้จริง
ผมเคยคิดที่จะทำผลงานทางวิชาการ เพื่อเป็น ผอ.เชี่ยวชาญ แต่ก็จบที่ผอ.ชำนาญการพิเศษ คำทัดทานของครอบครัวในวันนั้นยังมีคุณค่าเสมอ ชีวิตจึงรอดมาได้ ไม่เป็นเบาหวานและความดันก็ดีแล้ว มิใช่หรือ?
ผมเองครั้งหนึ่งสอบเข้าสู่ลู่ผู้บริหารการศึกษาได้แล้ว ปลายทางน่าจะพอมองเห็นตำแหน่ง ผอ.เขตฯอยู่รำไร แต่คำร้องขอของคนข้างๆและเหตุผลที่กล่าวอ้างว่าโรงเรียนน่าจะดีกว่า จึงเปลี่ยนใจ แต่ก็ทำให้ความมั่งคั่งและมั่นคงบังเกิดขึ้น ที่สุดแล้วการเป็น อ.ก.ค.ศ. และกรรมการเขตเลือกตั้ง มันก็เขตฯเหมือนกัน (ฮา)
วันนี้ครบรอบ ๑ ปีพอดี ที่ไม่แตะต้องเหล้าเบียร์ ทำเพื่อตัวเองแท้ๆ เพราะกินทีไรเสาะท้องทุกที และไม่ดีต่อสมองที่เปราะบาง ถึงยังไงก็ให้รู้สึกขอบคุณรสชาติหอมกรุ่นละมุนลิ้นของเบียร์ ไม่เคยลืมความฉ่ำหวานและความสุขที่ดื่มด่ำ จำใจจากด้วยความจำเป็น
สุขภาพของผมอยู่ในเกณฑ์ดี มีเวลามากพอที่จะเดินออกกำลังในสวน และไปให้ตรงตามเวลาที่หมอนัดเพื่อนวดแผนไทย สัมผัสสาระน่ารู้จากพอสแคสต์ ดูหนังในเน็ตฟลิกซ์ แล้วก็รับรู้ข้าวสารบ้านเมืองพอประมาณ ไม่สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้ใคร แต่ทำใจให้เป็นสุขด้วยตัวเอง
ความคิดแบบนี้ ไม่รู้ว่าจะเป็น Growth Mindset ได้หรือเปล่า แต่ก็เป็นทัศนคติที่เพิ่มพลังใจให้คนวัยเกษียณรู้สึกเบิกบาน ไม่ยึดติดกับความถูกผิดที่ผ่านมา ลืมเรื่องความล้มเหลวและพูดถึงความสำเร็จให้น้อยลง
เชื่อว่าวันเวลาที่เหลืออยู่ กับความแน่นอนที่ไม่แน่นอน ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงตลอด ก็ต้องเรียนรู้สิ่งใหม่อย่างเพลิดเพลินและไม่ลืมที่จะสอนลูกหลานด้วยว่าอย่าลุ่มหลงใน ลาภ ยศ รถหรือตำแหน่ง รวมทั้งปริญญาและวิทยฐานะ จนลืมใช้ชีวิตให้มีความสุขกับครอบครัวและคนที่รัก
รวมทั้งเลือกสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยให้ตนเองและคนรอบข้าง เรียนรู้และปรับปรุง โดยไม่รู้สึกด้อยค่าตัวเองหรือใครๆ หากได้ทำสิ่งใดเต็มที่เต็มกำลัง ได้แค่ไหนก็แค่นั้น คิดเสียว่าแค่นี้ก็ดีต่อใจแล้ว
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๒๗ กันยายน ๒๕๖๘




